เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569 เวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงข่าว "การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ" ณ ศูนย์การเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า กรณีขอให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ที่ เขต1 จ.ชลบุรี ในการเลือกตั้งเป็นสิทธิแต่ละบุคคลที่เข้าไปใช้โดยตรง ประเด็นต่อมาอาจมีผลบางจังหวัดที่ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน กรณีการนับคะแนนใหม่ตามกฎหมายเขียนไว้ชัดว่า เช่น กรณีผู้มาใช้สิทธิ กับบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกัน กรณีนี้ กกต.ต้องพิจารณาว่าข้อเท็จจริงคืออะไร มีเหตุทำให้ต้องสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เป็นประเด็นหนึ่ง ส่วนสองคือ การเลือกตั้ง หรือการนับคะแนนไม่เป็นไปโดยถูกต้อง เช่น การนับคะแนนอาจไม่ถูกต้อง อะไรก็ตาม เป็นเหตุให้ กกต.สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือออกเสียงลงคะแนนใหม่ได้ เป็นไปตามกระบวนการ
อย่างที่นำเรียนไปแล้ววานนี้ว่า กระบวนการนับคะแนน หากผู้มาใช้สิทธิ หรือประชาชนเห็นว่า ขั้นตอนไหนมีความผิดพลาด ขั้นตอนคือ กปน.จะบันทึกเอาไว้ เมื่อเวลาเท่าไร มีการคัดค้านเรื่องการนับคะแนน รวมถึงขั้นตอนการรวมคะแนนด้วยซ้ำไป ตรงนี้ข้อมูลสำคัญสำหรับกรรมการ ถ้าเปรียบเป็นตำรวจคือ บันทึกประจำวัน ตรงนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญที่จะประกอบการพิจารณาของ กกต. กรณีร้องว่าขอให้นับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ กกต.ต้องพิจารณาจากหลักฐานเหล่านี้ประกอบ ไม่อย่างนั้นใครมาร้องให้นับใหม่ หรือเลือกใหม่อย่างไรก็ได้ ต้องมีที่มาเหตุ และผลก่อน
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวอีกว่า กระบวนการวานนี้ที่เกิดขึ้นในเขต 1 จ.ชลบุรี คือ กรณีประชาชนบางส่วนอาจมีความเข้าใจไม่ตรงกัน หรือสงสัยเรื่องกระบวนการยุบรวมหีบบัตร ในกระบวนการเลือกตั้ง กระบวนการลงคะแนน และนับคะแนนจะจบที่หน่วย หมายความว่าทุกหน่วย เมื่อนับคะแนนแล้ว รวมคะแนนแล้ว ต้องติดประกาศผลนับคะแนนบริเวณหน้าหน่วย ทุกหน่วยจะมีแบบนี้ เสร็จแล้วรวบรวมผลคะแนนทุกหน่วย มาส่ง ณ ศูนย์รวมคะแนนของอำเภอ เพื่อรวมผลคะแนนทุกหน่วยเป็นผลคะแนนของเขตเลือกตั้งนั้นๆ
“หลังจากรวมผลคะแนนเรียบร้อย จะมีขั้นตอนกระบวนการเรียกว่า ยุบรวมหีบบัตร คือเอาหีบบัตรที่นับคะแนนจากทุกหน่วย มารวมกันในหีบเดียวกัน เพื่อเอาหีบเหล่านี้ไปเก็บรักษาที่ปลอดภัย เช่น สถานีตำรวจ ที่ว่าการอำเภอ หรือสถานที่ปลอดภัย เก็บไว้จนกว่าพ้นระยะเวลาการร้องคัดค้าน คือ 2 ปี นี่คือ ขั้นตอนที่อยากให้เข้าใจก่อน” ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว
รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า เหตุเกิดที่ จ.ชลบุรี ระหว่างยุบรวมหีบบัตร การเตรียมตัวขนหีบบัตรจากการยุบรวมของเขต 1 ไปเก็บรักษาที่ปลอดภัย เกิดความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้น ระหว่างเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อม กำลังยุบรวม คิดว่ามีประเด็นทำไมหีบบัตรยุบรวม ไม่ได้คล้องสายรัดบ้าง ไม่เรียบร้อยบ้าง นั่นคือ เขาอยู่ระหว่างยุบรวมหีบบัตร บางหีบไม่ได้คล้องสายรัด มีการซีนโดยเทปกาวโดยรอบ ไม่สามารถให้ใครเปิดได้แน่นอน
“อาจมองว่ามีการออกไปในสื่อมวลชนว่า มีบัตรขีดคะแนน ใครก็ไม่รู้มาเผยแพร่ มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือไม่ ขอทำความเข้าใจว่า ในการยุบรวม อาจมีบางหน่วยซึ่งเขาไม่ได้พับแบบขีดคะแนนลงในหีบบัตร กรณีนี้ กกต.ประจำเขต จะรวบรวมกรณีพลัดหลงแบบนี้ บรรจุในหีบไปรักษาไว้ ณ ที่ปลอดภัยเหมือนบัตรเลือกตั้ง” ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวด้วยว่า หลายท่านคาใจกระบวนการนี้มีการทุจริตอะไรหรือไม่ อย่างที่บอกมีกระบวนการในการรีเช็กกัน ทุกหน่วยเขาจะมีรายงานผลการนับคะแนน ภาษาเลือกตั้งเรียกว่า สส.5/18 และ สส.5/18 มช. 2 ส่วนนี้ติดไว้หน้าหน่วยแล้ว กระบวนการแก้ไขคะแนนเป็นไปไม่ได้ เพราะมีการติดไว้หน้าหน่วยแล้ว เปิดเผยต่อสาธารณชน ตรวจสอบได้ ไม่ใช่มาถึงตรงนี้แล้ว มีการเปิดหีบ แก้ไขคะแนน ไม่สามารถทำได้ ต้องให้เข้าใจตรงกัน
ส่วนประเด็นเมื่อวานมีเศษวัสดุอุปกรณ์ มีการแก้ไขหรือไม่ ตกหล่นหรือไม่ อย่างที่นำเรียนเป็นกระบวนการยุบรวมหีบบัตร และเก็บวัสดุอุปกรณ์ของเขต 1 อาจมีเศษวัสดุอะไรก็ตาม เศษสายรัดบ้าง เพราะเขาต้องตัดสายรัดเปิดหีบ เอาบัตรรวมกัน คราวนี้เมื่อบอกว่า ขอให้นับคะแนนใหม่ได้หรือไม่ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมายก่อน เป็นอำนาจ กกต. โดย กกต.จะพิจารณาจะพิจารณาจากหลักฐาน ข้อเท็จจริง คำร้องคัดค้าน แต่ละขั้นตอน เอารายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยมาดูว่า มีที่มาที่ไปหรือไม่ อย่างไร
กรณีของชลบุรีถึงถามว่าทำไมไม่สามารถสั่งนับคะแนนใหม่ได้ทันที ขั้นตอนต้องอยู่ในการพิจารณาของ กกต.ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงเหล่านี้ กกต.มีความห่วงใย และอยากให้กระบวนการของเราเป็นไปโดยชอบเรื่องกฎหมาย เลยมอบหมายรองเลขาธิการ กกต.ไปตรวจสอบเลยว่าข้อเท็จจริงอย่างไร มีการคัดค้านหรือไม่ หรือฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ ให้แล้วเสร็จใน 2 วัน ดังนั้นภายใน 2 วันชัดเจนสำหรับชลบุรี ที่ กกต.มีมติวันนี้
สั่งรองเลขาฯฝ่ายสืบสวน-ผอ.กกต.ชลบุรี สางปมใน 2 วัน
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ให้ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดชลบุรี รายงานผลคะแนนภาพรวม จ.ชลบุรี เพื่อให้ กกต.พิจารณาว่า ภาพรวมการเลือกตั้ง มีกระบวนการอะไรที่ไม่ชอบมาพากลหรือไม่ กระบวนใดคัดค้านทักท้วงหรือไม่ เพื่อให้ กกต.พิจารณาว่า จะงดประกาศผลหรือไม่ สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือไม่ หรือสั่งนับคะแนนใหม่หรือไม่ เป็นไปตามเงื่อนไข ต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย โจทย์ชลบุรีวันนี้คือ ทุกอย่างไม่เกิน 2 วัน ทีมรองเลขาธิการ กกต.ด้านสืบสวน จะไปตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที และทีมงาน ผอ.กกต.ชลบุรี ต้องรายงานใน 2 วัน แล้ว กกต.จะพิจารณาตามข้อกฎหมาย สมมติถ้าเป็นจริง กกต.จะปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรา 124 แห่ง พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. อาจสั่งนับคะแนนใหม่หรือไม่ หรือออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือไม่
ส่วนบางจังหวัด เช่น มหาสารคาม มีคะแนนคลาดเคลื่อน แต่คำว่าคะแนนคลาดเคลื่อนไม่ใช่เกิดจากประกาศที่หน่วย รายงานผลนับคะแนนทุกหน่วยถูกต้องตรงกัน แต่เวลารวมคะแนนเพื่อขึ้นป้ายประกาศผลคะแนนหน้าที่ว่าการเขต ใส่ตัวเลขคลาดเคลื่อน พอเห็นได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรากฏว่าขาด 1 หน่วย มีการแก้ไขให้ถูกต้องตรงกัน ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนนได้ เพราะทุกอย่างติดประกาศที่หน่วยแล้ว ขอให้ท่านมั่นใจในประเด็นนี้ นี่คือโจทย์ที่ฝากให้เข้าในเรื่องนี้
ปมปทุมธานี ยันนับใหม่ต่างแค่ 1-2 คะแนน
ส่วนกรณีปทุมธานี เราต้องตั้งหลักขอความกรุณาในการนำเสนอข่าวเหล่านี้ ท่านบอกว่านับคะแนน 2 รอบ รอบแรกคนนี้ได้ พอนับอีกได้อีกพรรค เปลี่ยนผลคะแนนมากมาย ไม่จริง ยืนยันชัดเจนว่าไม่เปลี่ยนแปลง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม มีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบางหมายเลข เช่น ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยบัตรของกรรมการ เรื่องของบัตรเสีย ประมาณนี้ แค่นั้น แตกต่างแค่ 1-2 คะแนนเท่านั้น ส่วนอื่นไม่ได้ทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไป ไม่ทำให้ผลการนับคะแนน ณ ที่นั้นเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่ออกไปบอกว่า พอนับคะแนนใหม่ทำให้ผลเปลี่ยน จากพรรคนี้กลายเป็นอีกพรรค ไม่ใช่ ขอความกรุณา เราต้องสื่อสารให้ตรงกันด้วยข้อเท็จจริง ไม่อย่างนั้นใครโพสต์อะไรขึ้นมา เป็นประเด็นปราศจากข้อเท็จจริง เพราะกระบวนการมีขั้นตอนตรวจสอบ มีการรีเช็กทุกขั้นตอน ให้เข้าใจตรงกัน
รองเลขาธิการ กกต.กล่าวอีกว่า กรณีการรายงานผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ทำไมรายงานผลผิดพลาด เข้าใจคำว่าไม่เป็นทางการหรือไม่ เพื่อความรวดเร็ว ผลแต่ละหน่วยพยายามส่งเข้าระบบ ผ่านอนุฯ อำเภอ โดยใช้คะแนนจาก สส.5/18 ที่ติดประกาศหน้าหน่วย ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนนนี้ได้ ส่วนประเด็นทำไมมีการแก้ไข เมื่ออนุฯ ประจำอำเภอ รับรายงานผลแล้ว ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คะแนนถูกหรือไม่ ต้องรีเช็กกับ กปน. บางอย่างในการคีย์คะแนนเข้ามาของ กปน.อาจผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนน 5/18 ที่ติดประกาศหน้าหน่วยได้
“สิ่งสมบูรณ์ที่สุดเรียกว่าประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ภาษาเลือกตั้งเรียกว่า สส.6/1 อันนี้คือ ทุกอย่างตรวจสอบถูกต้องครบถ้วน ออกมาเป็นประกาศ และลงนามโดย กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง ถึงเรียกว่าประกาศอย่างเป็นทางการ ต้องเข้าใจก่อน เพราะคำว่าไม่เป็นทางการ อาจคลาดเคลื่อนผิดพลาด กระบวนการส่งผลคะแนนเข้ามา ต้องมีอนุฯอำเภอกลั่นกรองตรวจสอบก่อน ถึงยืนยันว่าเป็นไปอย่างถูกต้อง ย้ำอีกทีว่า ไม่มีใครสามารถแก้ไขผลคะแนนได้ ทุกอย่างยังติดประกาศต่อหน้าสาธารณชน ในหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วย ไม่มีใครสามารถทำอะไรอำเภอใจได้ ทุกอย่างมีกรอบของกฎหมาย กกต.ยืนยันว่า ยินดีให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และจะตรวจสอบทุกเรื่องที่มีกระบวนการที่สงสัย ไม่เข้าใจ” ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว
ส่วนนายครรชิต กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจการแบ่งอำนาจกันระหว่าง กปน. กับ กกต.ชุดใหญ่ ในการปฏิบัติหน้าที่ ที่เป็น กปน.นับคะแนนเสร็จ จะมีการตรวจทานอีกครั้งว่า ผู้มาใช้สิทธิตรงกับบัตรที่ใช้ไปหรือไม่ ถ้าไม่ตรงมีสิทธิตรวจสอบ เมื่อมีบัตรเข้าไปในหีบ ปิดหีบเรียบร้อยแล้ว อำนาจของ กปน.หรือ กกต.เขต หมดไปแล้ว ถ้าจะมีเหตุให้มีการเปิดหีบเช็กอีกรอบ หรือนับคะแนนทำอย่างไรถึงเปิดได้ ก็เหตุแห่งการร้อง การสอบข้อเท็จจริงมี 2 ส่วนคือ 1.มีคนร้อง 2.กกต.เห็นเอง ว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้อง ตรงนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง กกต.มีมติตอนเช้า ให้รองเลขาธิการ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวนกลาง ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จใน 2 วัน จะทราบผลภายใน 2 วัน ว่าผลจะเป็นอย่างไร ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่พยานหลักฐานที่มี ไม่สนว่าเป็นของกลุ่มการเมืองใด จะทำตามพยานหลักฐาน
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีการนับผลเลือกตั้งใหม่เขต 6 และ 7 ที่ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งทั้ง 2 เขต ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า กรณีเขต 6 เขต 7 ศรีสะเกษ ขออนุญาตตรวจสอบการรายงานก่อน ยังไม่ทราบข้อมูล
กกต.สั่งสอบสวนปมหน่วยเลือกตั้ง จ.ปทุมธานี นับคะแนนใหม่โดยไม่รอมติทางการ
เมื่อถามว่า ในส่วนของ จ.ปทุมธานี คนสงสัยว่าทำไมเปิดนับได้ แต่ชลบุรีเปิดนับไม่ได้ สถานการณ์แตกต่างอย่างไร ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ประเด็นนี้เป็นความห่วงใย เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ก็ห่วง ต้องบอกเลยว่า ในกระบวนการนับคะแนน การนับคะแนนใหม่ต้องสั่งโดย กกต.เท่านั้น ไม่มีใครสามารถสั่งนับคะแนนใหม่ได้ แต่ปรากฏว่าปทุมธานีมีการดำเนินการเรื่องนี้ กกต.เมื่อได้รับรายงาน กำลังประมวลเรื่องเสนอ กกต.พิจารณา บอกเลยว่า กระบวนการนับคะแนนใหม่ ไม่สามารถทำตามอำเภอใจ โดยไม่ผ่านมติ กกต.ได้ ยืนยัน
ส่วนกรณีเหตุที่เกิดบริเวณ จ.ปทุมธานี ทำผิดหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า กำลังตรวจสอบเรื่อง มีการทำกระบวนการข้ามขั้นตอน ไม่ผ่านมติ กกต.ก่อน กำลังเสนอเรื่อง กกต.พิจารณา
ถามอีกว่า จังหวัดอื่น เริ่มมีการชุมนุมของชาวบ้าน อยากให้นับคะแนนใหม่ เขาสามารถทำอย่างไรได้บ้าง ให้สถานการณ์ไม่บานปลาย กกต.ให้คำมั่นอย่างไร เรื่องการดูแล นายครรชิต ชี้แจงว่า ตามที่เรียนไปแล้ว ช่องทางที่จะให้ กกต.ตรวจสอบมี 2 ช่องทาง 1.ยื่นคำร้อง ชลบุรีเขายื่นคำร้องแล้ว พร้อมพยานหลักฐานว่า ท่านสงสัยตรงไหน และมีพยานหลักฐานเลยว่า การนับคะแนนไม่ถูกต้อง 2.กกต.ต้องเห็นเอง ตรงนี้จะให้งานสืบสวนไปตรวจสอบดู
เมื่อถามว่า วันนับคะแนนไม่ได้ทำเรื่องคัดค้านไว้ ตอนนี้มาทำทีหลังทำได้หรือไม่ นายครรชิต กล่าวว่า หลักในการยื่นคำร้อง เกี่ยวกับการนับคะแนน กฎหมายเขียนว่า ต้องยื่นก่อนนับคะแนนหรือลงคะแนนเสร็จ อย่างไรก็ตามมี 2 ช่องทาง ช่องทางยื่นอาจยื่นไม่ได้ แต่อีกช่องทางหนึ่งถ้า กกต.เห็นเป็นความปรากฏ จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาได้
ย้ำนับคะแนนใหม่ ต้องมีเหตุ-เป็นไปตามกฎหมาย ขอให้เชื่อมั่นกระบวนการ
ส่วนกรณีประชาชนต้องการให้ กกต.นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ จะตั้งหลัก สื่อสารอย่างไร บางจุดอาจผิดพลาดเกิดขึ้นนั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า กระบวนการตามกรอบของกฎหมาย จะสั่งให้นับคะแนนใหม่ที่ไหน อย่างไร ไม่ใช่ใครจะบอกให้ทำได้ ต้องดูก่อนว่ากระบวนการระหว่างลงคะแนน และนับคะแนนมีกระบวนใดไม่ชอบมาพากลหรือไม่ เช่น ถ้าบอกว่าระหว่างนับคะแนน มีการขานผิดพลาด มีการขีดผิดพลาด แล้วทักท้วงคัดค้าน มายื่นเสนอ กกต.ประกอบหลักฐานการพิจารณาได้เลย ต้องเข้าใจกระบวนการก่อน ส่วนหลักฐานอื่น หน่วยไหนดำเนินการไปมิชอบ ใช้กระบวนการนี้ได้ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ต้องบอกให้ชัดเจนว่า กกต.ไม่อาจสั่งให้นับคะแนนใหม่ โดยไม่เป็นไปตามกฎหมายได้ ขอให้สบายใจประเด็นนี้ ขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการ
เมื่อถามถึงกรณีประชาชนหลายรายในพื้นที่ รอคำตอบจาก กกต.ในวันนี้ นายครรชิต กล่าวว่า กระบวนการสอบข้อเท็จจริง ผู้ร้องมีหลักสิบคน ต้องดู 2 ฝ่าย ให้โอกาสฝ่ายถูกกล่าวหาด้วย เราทำงานทั้งวันทั้งคืน พยานหลักฐาน พยานบุคคลน้อยหรือไม่ เราพยายามเร่งรัดให้เร็วที่สุด ส่วนกรณีไฟดับพัดลมติดระหว่างนับคะแนนในบางหน่วยเลือกตั้งนั้น เรื่องนี้อยู่ในคำร้อง ต้องถามผู้ร้องว่าเห็นอะไรบ้าง
ยันคะแนนติดหน้าหน่วย ไม่มีใครเปลี่ยนแปลง-แก้ไขได้
ส่วนความผิดพลาดของคะแนนที่ไม่เป็นทางการ กับใบคะแนนจริง มีพื้นที่หลายจังหวัด มีการแชร์เยอะมากหลายพื้นที่ กกต.จะสร้างความเชื่อมั่นอย่างไรว่า คะแนนจริงกับไม่เป็นทางการ ไม่มีปัญหา ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า อย่างที่นำเรียนแล้วว่า กระบวนการรายงานผลไม่เป็นทางการ เพื่อความรวดเร็ว ให้ทราบข้อมูลเบื้องต้น แต่ไม่เป็นทางการ ยังไม่ได้ตรวจสอบให้ถูกต้องครบถ้วน รายงานผลนับคะแนนแต่ละหน่วยที่ติดหน้าหน่วย เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ใบ สส.5/18 จะติดประกาศในระบบเว็บไซต์ของ กกต.เพื่อบอกว่าผลคะแนนแต่ละหน่วยว่าถูกต้องตรงกับประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการหรือไม่ ไม่มีใครสามารถแก้ผลคะแนนที่มาจากหน่วยเลือกตั้งได้แน่นอน
ส่วนกรณีปัญหาผลคะแนนไม่เป็นทางการ กำลังส่งผลกระทบมายังเจ้าหน้าที่ กกต.แต่ละหน่วยค่อนข้างมาก ล่าสุด มีเจ้าหน้าที่ กปน.หลายพื้นที่ส่งเสียงว่า กกต.ไม่ปกป้องพวกเขา ทำให้ถูกคุกคามทางโซเชียลมีเดีย ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ไม่ปกป้องคงไม่ได้ เพราะท่านเลขาธิการ กกต. และ กกต.มีความห่วงใย กปน.ในการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ไม่ว่ามาจากหน่วยไหน ถ้าเห็นว่ากระบวนการมีความผิดพลาด ความผิดพลาดทั้งหลายเราไม่ปฏิเสธว่าเป็น กกต. เราไม่เคยผลักภาระว่าเป็น กปน. แต่อย่างที่บอกต้องว่าด้วยข้อเท็จจริง กปน.ถือเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ถ้าทำถูกต้อง กฎหมายคุ้มครอง แต่ถ้าปฏิบัติไม่ถูกต้อง ก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง ยืนยัน กกต.ปกป้องทุกหน่วยแน่นอน
ขอให้ตั้งหลักเสพสื่อโซเชียล
ถามย้ำถึงบัตรนับคะแนนแล้วถูกทิ้งที่ชลบุรี ปกติ กกต.กำจัดเอกสารสำคัญแบบนี้หรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า อย่างที่บอกเราเสพสื่อโซเชียลต้องตั้งหลักนิดหนึ่ง อย่างที่บอกว่าบริเวณเมื่อวานเป็นสถานที่ยุบรวมหีบ และจัดเก็บอุปกรณ์ เขาต้องไล่ยุบหีบของแต่ละหน่วยในเขตนั้น เพื่อเอามารวมกัน เมื่อเจออะไรก็ตาม อยู่ในกระบวนการรวบรวม ขั้นตอนอยู่ระหว่างการรวบรวมเก็บรักษาที่ปลอดภัย ไม่ว่าเห็นเศษสายรัด หรือเศษวัสดุอุปกรณ์อื่นๆ นี่คือ ขั้นตอนยุบรวมหีบบัตรหรืออุปกรณ์ ส่วนกรณีอุปกรณ์การเลือกตั้งหาซื้อได้ในแอปพลิเคชันขายของออนไลน์นั้น ขออนุญาตตรวจสอบก่อน
มองด้วยใจเป็นกลาง กกต.ดำเนินการภายใต้หลักกฎหมาย
เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ไทย ประชาชนเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ มองอย่างไรว่าสิ่งเหล่านี้สะท้อนการทำงานของ กกต.หรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า อยากให้เรามองด้วยใจเป็นกลาง ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เรามีพรรคการเมืองที่ลงสมัคร 57 พรรคการเมือง ความหลากหลายของผู้สมัคร และพรรคการเมืองเอง เกิดความคิดความชอบของผู้มาใช้สิทธิมากมาย อาจมีบางส่วนท่านพอใจ บางส่วนไม่พอใจ แต่อยากให้มองด้วยใจเป็นกลางว่า กระบวนการจัดเลือกตั้งกว่าแสนหน่วย ใช้บุคลากรมหาศาล ภายใต้หลักของกฎหมาย ไม่ว่าใครจะเป็น กปน.ก็ตาม ไม่สามารถจะทำการใดๆ นอกเหนือกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน ไม่สามารถละเมิดกฎหมายได้ ไม่ต้องกังวลประเด็นนี้ ทุกเรื่องที่ให้ข้อสังเกต สำนักงาน กกต.จะประมวลเพื่อพิจารณา
ส่วนกรณี จ.พะเยา เจ้าหน้าที่แอบหย่อนในหีบบัตร ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา การสอบสวนของ กกต.เป็นอย่างไรบ้าง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ให้เข้าใจก่อนว่า กปน.ได้มีการฉีกบัตร และเอาบัตรลงคะแนนเป็น 2 ประเภท ประเภทละ 7 ใบ เพื่อเตรียมไปหย่อนลงหีบบัตร แต่กระบวนการนี้ยังไม่มีการหย่อนบัตรลงหีบ กปน.คนอื่นพบเห็นก่อน จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน เป็นกระบวนการต้องดำเนินคดีต่อ บัตรเลือกตั้งยังไม่หย่อนลงหีบ
เมื่อถามว่าขณะนี้ กกต.เน้นหนักจังหวัดไหน เทคแอกชันกี่กรณี เพราะกรณีชลบุรีเพิ่งประชุมเมื่อเช้า ประชาชนมองว่าช้าไปกับการทำงานของ กกต. นายครรชิต กล่าวว่า เรื่องร้องทั้งหมด 113 เรื่อง ถ้าเป็นกรณีการนับคะแนน เป็นทั้งกรณียื่นคำร้องต่างๆ ส่วนกรณีชลบุรี ไม่ใช่เพิ่งประชุม เมื่อคืนมีรองเลขาธิการ กกต.ไปกลางดึก แล้วถูกล้อมไว้ ออกไม่ได้ เพิ่งออกมาได้เมื่อเช้า มีรายงานต่อเนื่องมาว่า เกิดประเด็นว่ายังไม่จบ จึงมาประชุมต่อตอนเช้า
ถามย้ำว่า ที่ชลบุรี ประชาชนตั้งคำถามว่ารองเลขาธิการ กกต.ไป ทำไมไม่มีอำนาจสั่งการเลย หรือต้องเข้าที่ประชุมใหญ่ เท่านั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เหมือนที่บอกว่า ทุกอย่างเป็นไปตามข้อกฎหมาย กฎหมายบอกว่าถ้ามีกรณีแบบนี้เกิดขึ้น ถ้าสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ ต้องมีการพิจารณาแต่ละขั้นตอน แต่อำนาจอยู่ใน กกต.ชุดใหญ่เท่านั้น ไม่อย่างนั้นจังหวัดไหนอยากนับใหม่ ก็ส่งรองเลขาธิการไปสั่งนับใหม่เลย แบบนี้ไม่ได้ นอกจากนี้ กกต.ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเหตุผลประกอบกัน ก่อนสั่งเลือกตั้งใหม่ได้ด้วย
เมื่อถามว่า มีอะไรอยากสื่อสารถึงประชาชน ที่รวมตัวหน่วยเลือกตั้ง หรือที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้ง เขาต้องการความชัดเจน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชน การเลือกตั้งมีกติกาของกฎหมาย อะไรที่ไม่ถูกต้อง มีสิทธิทักท้วงคัดค้านตามขั้นตอนได้ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ไม่สามารถบอกว่าไม่พอใจ อยากให้นับใหม่ อันนี้ไม่ถูกต้อง ไม่สามารถทำได้โดยพลการ ต้องดูว่ามีความบกพร่อง มีการคัดค้านหรือไม่ เกิดเหตุที่หน่วยใด บกพร่องอะไร แล้วร้องมาเลย เชื่อว่าทุกเรื่องเมื่อเข้าสู่กระบวนการ กกต.เราให้ความเป็นธรรม และ กกต.พิจารณาทุกเรื่องแน่นอน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





