"วีวอช" รายงานผลสังเกตการณ์เลือกตั้ง พบหลายหน่วยมีปัญหา สะท้อนข้อกังวล "กกต." ทำงานพลาด จี้ให้ทบทวน-ปฏิรูปโครงสร้าง-ตั้งศูนย์กำกับการทำงานเลือกตั้ง
มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (วี วอช) แถลงถึงผลการสังเกตการณ์การเลือกตั้งทั่วไปและการออกเสียงประชามติ เมื่อ 8 ก.พ. 2569 รวมถึงการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อ 1 ก.พ. ว่า ในการเลือกตั้งมีเครือข่ายมีอาสาสังเกตการณ์เลือกตั้ง รวม 1.6 หมื่นคน กระจายในทุกจังหวัดและทุกหน่วยเลือกตั้ง พบว่าการเลือกตั้งและประชามติมีข้อกังขาที่ชี้ให้เป็นปัญหาและข้อจำกัดของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเฉพาะขั้นตอนการนับคะแนนหลังการเลือกตั้ง ปรากฎซ้ำในหลายจังหวัดสะท้อนถึงมาตรฐานการจัดการเลือกตั้งระดับหน่วยเลือกตั้ง อาทิ ไม่เอื้อต่อการใช้สิทธิ์อย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ไม่มีทางลาดของรถเข็น การให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนกับประชาชนในการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง และ ประชามติ
วีวอช รายงานต่อว่า การลงคะแนนโดยลับ พบว่าหลายหน่วยไม่จัดพื้นที่ยึดหลักการการลงคะแนนโดยลับ เช่น ไม่มีแผงกั้นหลังคูหา คูหาชิดกันเกินไป โต๊ะของเจ้าหน้าที่ชิดคูหามากเกินไป ซึ่งอาจกระทบต่อเสรีภาพของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ความโปร่งใสของเอกสารที่ต้องเปิดเผยต่อประชาชน เช่น แสดงจำนวนบัตรเลือกตั้งก่อน และลงคะแนน เอกสารนับผลคะแนน บางหน่วยไม่ปิดประกาศ เก็บผลการนับคะแนนโดยระยะเวลาสั้น บัตรเลือกตั้งผลคะแนนไม่สอดคล้อง หรือ มีบัตรเขย่ง
วีวอช รายงานต่อว่า ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นกระทบต่อความโปร่งใสของการเลือกตั้ง เช่น จ.พิจิตร เขต1 มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 1.4 แสน มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ 1 แสนคน ผลการลงคะแนนรวม 1.3 หมื่นคะแนน กรณีจ.สกลนคร ผู้มาใช้สิทธิ์ 440 คน บัตร นับได้ 545 ใบ จ.ปทุมธานี เขต5 หน่วยที่5 นับคะแนนผิดพลาดต้องนับใหม่ถึง 3 รอบ จ.ขอนแก่น เขต 11 ระบุบัตรดี 7.4หมื่นใบ ผลคะแนนรวม 9.7หมื่นคะแนน และ จ.บุรีรัมย์ เขต1 จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1.23แสนคน ผู้มาใช้สิทธิ์ 8.4 หมื่นคน ผลคะแนนรวม 8.6 หมื่นคะแนน ซึ่งสะท้อนความผิดพลาดขอกระบวนการจัดการบัตรเลือกตั้ง นับคะแนน หรือการจัดทำเอกสารที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
วีวอช รายงานต่อว่า การปฏิบัติงานของ กปน. พบข้อกังวลต่อการทำงานทั้งช่วงลงคะแนน พบบางหน่วยไม่ตรวจสอบอัตลักษณ์ หลักฐานแสดงตนของผู้มาใช้สิทธิ์ เช่น จ.มหาสารคามเขต2 หรือ ให้ข้อมูลสร้างสับสบเกี่ยวกับสิทธิ์ประชามติ เช่น สามารถออกเสียงได้ทุกหน่วย หรือ เพิ่มชื่อได้โดยไม่ต้องมีรายชื่อในบัญชี นอกจากนั้นพบการชี้นำการออกเสียงประชามติบางพื้นที่ เช่น จ.พิจิตร เขต1 กรณีจัดการเลือกตั้งผิดพลาด กรณีการฉีกบัตรลงคะแนนออกจากต้นขั้วก่อนมอบให้ผู้มาใช้สิทธิ์ กรณีจัดการบัตรเลือกตั้งผิดพลาด เช่น ฉีกบัตรตามรอยพับ แทนรอยปรุที่ จ.น่าน ส่งผลให้เปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ และยุติการนับคะแนน
“ได้รับรายงานว่าในเขตเลือกตั้งร้อยเอ็ด เขต6 มีเจ้าหน้าที่คุมการลงคะแนนของผู้มาใช้สิทธิ์ ช่วงการนับคะแนนพบรายงานจำนวนมากเกี่ยวกับการวินิจฉัยบัตรดีบัตรเสียผิดพลาด เช่น นนทบุรี เขต1 บัตรประชามติที่พบเส้นกากบาทที่บวมตรงกลางเล็กน้อย แต่เจ้าหน้าที่วินิจฉัยว่าเป็นบัตรเสีย แม้จะมีอาสาทักท้วง แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้วินิจฉัย และพบว่ามีการขีดคะแนนผิด ที่จ.กาฬสินธุ เขต5 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 และมีกรณีไม่หันกระดานให้ผู้สังเกตการณ์ หรือมีปัญหาทางเทคนิคที่วินิจฉัยให้การนับคะแนน สงขลา เขต2 มีบัตรเสียจำนวนมาก เพราะหมึกซึมเมื่อพับบัตร เป็นต้น ” วีวอช กล่าว
วีวอชรายงงานต่อว่าพฤติกรรมก่อทุจริตและการซื้อเสียง เช่น จ.อุบลราชธานี เขต7 ผู้สังเกตการณ์รายงานพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายการซื้อเสียง โดยระบุว่าให้ประชาชนถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนเสียงพร้อมกับบัตรประชาชน เพื่อนำไปแลกรับเงินจำนวน 1,000 บาท ทั้งนี้ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง จ.พะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 ปรากฎข่าวจากสื่อมวลชนว่า กปน.พยายามหย่อนบัตรลงในคูหา ทั้งนี้ กกต. และตำรวจ อยู่รระหว่างการสอบสวน จ.ชลบุรี เขต1 เมื่อ 9 ก.พ. ประชาชนและนักศึกษายื่นหนังสือร้องเรียนกกต.ชลบุรี ให้ตรวจสอบการเลือกตั้ง พบพฤติการณ์ที่อาจไม่สุจริต เที่ยงธรรม เช่น ไฟฟ้าดับระหว่างการนับคะแนน ผลคะแนนไม่สอดคล้องกับบัตร และการนับคะแนนไม่เป็นไปตามขั้นตอน ทั้งนี้ กกต.จังหวัดชลบุรีรับเรื่องตรวจสอบแล้ว
“มีการสำรวจถึงความพึงพอใจต่อการจัดการเลือกตั้งของ กกต. พบว่า 46.1% ไม่พอใจกกต. แต่พึงพอใจ กปน. 19.3% พึงพอใจปานกลาง 17.4%พึงพอใจทั้งกกต. และกปน. 11.5% ไม่พึงพอใจ กกต. และ กปน. และ 5.6% พึงพอใจน้อย เมื่อรวมผู้ที่ไม่พึงพอใจ รวมกันแสดงให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างไม่พอใจสูงถึง 57.6% สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากผู้สังเกตการณ์” วีวอช รายงาน
วีวอช เสนอแนะต่อการแก้ปัญหาการจัดการเลือกตั้ง คือ ในแนวทางงระยะสั้นกกต.ต้องเปิดเผยคะแนนดิบ ของการเลือกตั้งล่วงหน้าและเลือกตั้งนอกเขตที่นับในสถานที่นับเฉพาะ จำนวนซองบัตรที่มีปัญหาให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรง ไม่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่รายจังหวัด เร่งตรวจสอบและรายงานความผิดปกติที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด โดยเฉพาะการนับคะแนนและการซื้อเสียงในรูปแบบต่างๆ ที่อยู่ในระบบร้องเรียนอย่างเป็นทางการและสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมเปิดเผยคะแนนรายหน่วยโดยเร็วที่สุด และกกต.ต้องตรวจสอบรายงานความผิดปกติของ กปน. เช่น ไม่ให้ความร่วมมือกับประชาชนหรือผู้สังเกตการณ์ ขณะที่การกระทำที่รุนแรงต้องดำเนินการทางวินัย และมีบทลงโทษตามความเหมาะสม
“กกต.ต้องออกกฎ แนวปฏิบัติการและสิทธิของผู้สังเกตการณ์เลือกตั้ง เพื่อป้องกันการกีดกันจากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย พร้อมอบรม กปน. ให้เคารพสิทธิของผู้สังเกตการณ์ตามรัฐธรรมนูญและมาตรฐานสากล” วีวอช กล่าว
วีวอช ยังระบุถึงข้อเสนอระยะกลางและระยะยาว ได้แก่ กกต. ปรับเปลี่ยนการสรรหา กปน. โดยเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปที่ไม่ผูกผันกับอำนาจท้องถิ่นหรือนักการเมือง ลดการพึ่งพากำนัน ผู้ใหญ่บ้านเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และพัฒนาหลักสูตรการอบรมให้ต่อเนื่อง เพียงพอและประเมินผลเป็นรูปธรรมเพื่อให้เจ้าหน้าที่พร้อมปฏิบัติงานจริง นอกจากนั้น กกต.ต้องศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้เทคโนโลยีการออกเสียง โดยใช้ระบบโอเพ่นซอทที่ตรวจสอบได้ ให้มีผู้เชี่ยวชาญอิสระและประชาชนมีส่วนร่วมกำกับดูแล นอกจากนั้นให้ผู้ที่เชี่ยวชาญและเป็น กลางร่วมกันออกแบบกระบวนการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันต้องให้พื้นที่เลือกตั้งอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการ ผู้ชรา
“ในข้อเสนอระยะยาว ต้องปฏิรูป และปรับโครงสร้างและที่มาของกกต. ให้อิสระ เป็นกลางน่าเชื่อถือ โดยกระบวนการสรรหาที่โปร่งใส เปิดกว้างและมีส่วนร่วมของผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาและประชาชน ทบทวนบทบาทของสว. ให้ความเห็นชอบ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย นอกจากนั้นต้องจัดตั้งศูนย์เพื่อถ่วงดุลตรวจสอบการทำงานของ กกต.โดยตรง รวมถึงแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เลขผู้สมัคร สอดคล้องกันทุกระดับ และบัญญัติให้วันเลือกตั้งเป็นวันหยุดราชการ ห้ามกิจกรรมของรัฐที่เป็นอุปสรรคของการใช้สิทธิ์ พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมายประชามติให้ออกเสียงล่วงหน้าได้และส่งเสริมการสังเกตการณ์การเลือกตั้งภาคประชาชนจริงจัง” วีวอช กล่าว





