ผลคะแนนเลือกตั้งปี 69 อย่างไม่เป็นทางการ หักปากกาเซียนไปตามๆ กัน โดยเฉพาะผลงานของ ภูมิใจไทย นาทีนี้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่
จากพรรคขนาดกลางในศึกเลือกตั้งปี 66 มี สส.71 ที่นั่ง ตอนนี้ตัวเลขก่อน กกต.ประกาศรับรองอยู่ที่ 194 ที่นั่ง ถือว่าเติบโตสุดขีด เพิ่มจากรอบที่แล้วกว่า 170%
จุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมือง ที่ส่งให้ พรรคน้ำเงิน มาถึงจุดนี้ เกิดขึ้นหลัง คลิปเสียงอังเคิล กลายเป็นพายุการเมือง พัดจน แพทองธาร ชินวัตร หลุดเก้าอี้นายกฯ
ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญต่อจากนั้น คือ การตัดสินใจของพรรคประชาชน โหวต “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกฯ ด้วยเงื่อนไข MOA 4 เดือน ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของ Grand Compromise ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”
เครื่องจักรสีน้ำเงิน เมื่อได้ช่วงเวลาทองแห่งอำนาจ คุมกลไกราชการ ฝ่ายปกครอง ค่อนข้างเบ็ดเสร็จ บวกกับขุมกำลังรวมถึงทรัพยากรของพรรคที่พร้อมทุ่มเต็มหน้าตัก เรียกว่าอาวุธพร้อมรบเต็มอัตราศึก และปฏิเสธไม่ได้เรื่องกลยุทธ์ ที่เก็บเนี้ยบทุกเม็ด
ความช่ำชองในวิทยายุทธของ“ครูใหญ่” ลองผิดลองถูกมาครั้งแล้วครั้งเล่า จนน่าจะพบคำตอบบางอย่าง และระบบคิดคำนวณแบบวิทยาศาสตร์ ผ่านคนรุ่นใหญ่ในพรรค จึงสร้างผลลัพธ์ที่ค่อนข้างเหลือเชื่อ ชนิดที่พรรคอื่นยังตามหลังหลายขุม
ยังไม่นับรวมอำนาจที่มองไม่เห็นข้างหลัง ที่เป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการก้าวมาถึงจุดนี้ ผลลัพธ์จากการเลือกตั้ง ของภูมิใจไทย ยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับรัฐพันลึกได้ต่อไปอีกนาน เพราะสามารถสร้างเสถียรภาพทางการเมืองขั้วขวาได้อย่างมั่นคง
จุดนี้จึงเป็นความต่าง ที่สีน้ำเงินโชว์ให้เห็นแล้วว่า สามารถยกระดับให้ฝ่ายอนุรักษนิยม ก้าวข้ามความลุ่มๆ ดอนๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้สำเร็จ ไม่ว่าผลลัพธ์ที่ภูมิใจไทย สร้างขึ้นจะมาด้วยวิธีการใดก็ตาม
กลยุทธ์ “ยืมมือส้ม ฆ่าส้ม” กระทบชิ่งเชือดแดง สะท้อนถึงผลเลือกตั้งของพรรคประชาชน และเพื่อไทย ที่กระแสหล่นวูบ จำนวน สส. หายเพียบ ไม่แคล้วหมดอิทธิฤทธิ์จนต้องรับสภาพฝ่ายค้านค่อนข้างสูง
ความเจ็บปวดของสีส้มรอบนี้ ตีโพยตีพายฟูมฟายอะไรไม่ได้ ต้องก้มหน้ารับสภาพการเดินหมากที่พลาดอย่างมโหฬาร ผ่านการเป็นฝ่ายค้ำให้อนุทิน และค่ายน้ำเงิน
จนเปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองแบบยากหวนกลับ เรียกว่าผิดตาเดียว คู่ต่อสู้พลิกสถานการณ์จนใหญ่คับบ้านคับเมือง ส่งผลให้สีน้ำเงินแทบจะยึดกุมประเทศ ผ่านกลไกต่างๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากภูมิใจไทย สามารถจัดตั้งรัฐบาลด้วย สส.เกิน 300 เสียงขึ้นไป การทำหน้าที่ในสภาของพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะยิ่งเผชิญความยากลำบาก มิหนำซ้ำ อาจได้เห็นสภาวะงูเห่าเพ่นพ่านอีกก็ไม่แน่
งานนี้น้ำเงินมีแต่ได้กับได้ เป็นแรงส่งให้น้ำเงินแข็งแกร่ง กัดกร่อนกินส้มให้อ่อนแอเข้าไปเรื่อยๆ โอกาสของภูมิใจไทย จึงมีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะเติบโตขึ้นไปอีก เว้นเสียแต่เดินสะดุดขาตัวเอง หรือไปพลาดขั้นมหันต์
แนวร่วมสำคัญของภูมิใจไทยในการเป็นรัฐบาล คือ “กล้าธรรม” ตามสโลแกน "มีหนู มีนัส" 2 พรรคพันธมิตร ตอนนี้ยิ่งตอกย้ำความเหนียวแน่น
แค่ 2 พรรค เสียงอย่างไม่เป็นทางการปาเข้าไป 251 แล้ว และไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาด พรรคอันดับ 1 คงส่งเทียบเชิญพรรคธรรมนัส อย่างเป็นทางการเพื่อเข้าร่วมรัฐบาล
ระหว่างนี้ก็คงเป็นโอกาสของพรรคอื่นๆ โดยเฉพาะเพื่อไทย ที่ถูกมองเป็นจิกซอว์สำคัญของรัฐบาลสีน้ำเงิน หากจะรวมให้เกิน 300 เสียง
บทพิสูจน์ต่อไปของรัฐบาลชาตินิยม จะสร้างผลงาน แก้ปัญหาประเทศ ได้อย่างที่พูดหรือไม่ แค่ 1-2 ปีแรกของเทอมรัฐบาลก็พอจะเห็นฝีมือกันแล้ว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





