วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'เท้ง' ยังไม่เห็นข้อมูล ป.ป.ช.ฟัน 44 สส. กังขามีเบื้องหลังหรือไม่

'เท้ง' ยังไม่เห็นข้อมูล ป.ป.ช.ฟัน 44 สส. กังขามีเบื้องหลังหรือไม่

‘ณัฐพงษ์’ ยังไม่เห็น ป.ป.ช. ชี้มูลคดี 44 สส. ยันตัวเองเสี่ยงน้อยสุด กังขามีเบื้องหลังหรือไม่ ขอทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ไม่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือ ทำลายล้างการเมือง

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมพิจารณาชี้มูลความผิดกรณี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล เข้าชื่อแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ขัดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ ว่า ตนได้รับอัพเดทมาก็คือข่าวที่ออกมาในช่วงเช้าที่ผ่านมาที่ระบุว่ามีการชี้มูลความผิดกรณีดังกล่าวแล้ว ไม่เป็นความจริง ยังไม่มีการส่งเรื่องนี้ออกไป   เมื่อถามย้ำว่าขณะนี้ข่าวระบุว่ามีการชี้มูลความผิดแล้ว นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นไปตามนี้จริง ก็คิดว่าเรื่องนี้ก็เป็นไปตามกระบวนการ รอทางทีมกฎหมายของพรรค นำโดย นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน ฝ่ายกฎหมาย แถลงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพราะว่าก่อนที่ตนจะออกมาแถลงข่าว ตนเพิ่งยกโทรศัพท์คุยกับ นพ.วาโย ทราบว่ายังไม่ได้มีการส่งเรื่องนี้มา

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามตนเคยตอบไปแล้วบางส่วน เช่น สำนวนที่ ป.ป.ช. กล่าวหาตนมา มีในเรื่องที่ตนเคยใช้ตำแหน่ง สส. ไปประกันตัวให้กับผู้ที่ถูกกล่าวหา  ผู้ต้องหา ซึ่งไม่เป็นความจริง จริงๆ แล้ว องค์ประกอบทางความผิดที่อยู่ในสำนวน  ป.ป.ช. กล่าวเขาหาตน ถ้าจะว่ากันไปตนมีแค่ 1 เรื่องเท่านั้นเอง ก็คือการที่ตนไปลงนามการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เรื่องอื่น ๆ ที่เป็นองค์ประกอบความผิดอื่น ไม่มีเลย ดังนั้นเรื่องนี้ถ้าพิจารณากันอย่างตรงไปตรงมาด้วยความเป็นธรรม

หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวด้วยว่า ตนมีความเสี่ยงน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ดังนั้นถ้าจะมีการดำเนินคดีอย่างใดอย่างหนึ่งที่ดูแล้วไม่เป็นธรรม ผมว่ามันก็อาจจะพอคิดได้ว่ามันมีเหตุผลอื่นๆ เบื้องหลังหรือไม่  และอยากให้องค์กรอิสระทั้งหลายทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่เราให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเราอยากให้องค์กรอิสระต่างๆ ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการลงโทษคนผิด ตรวจสอบการทุจริต คอร์รัปชั่น ไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายล้างกันทางการเมือง