วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ชำแหละคดี 'อดีต 44 สส.ส้ม' แก้ ม.112 ลุ้นรอด-ร่วง บ่วง ป.ป.ช.

ชำแหละคดี 'อดีต 44 สส.ส้ม' แก้ ม.112 ลุ้นรอด-ร่วง บ่วง ป.ป.ช.

กระแสข่าวสะพัดมาตั้งแต่ช่วงเย็นหลังปิดหีบเลือกตั้ง สส. 2569 วานนี้ (8 ก.พ.69) ว่า ในวันนี้ (9 ก.พ.69) จะมีการชงสำนวนคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่าร่วมลงชื่อ และยื่นเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ เพื่อพิจารณาลงมติอย่างหนึ่งอย่างใด

ความคืบหน้าล่าสุด ช่วงเช้าวันนี้ (9 ก.พ.69) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ให้รอดูรายละเอียดการแถลงเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการ อาจมีความเป็นไปได้ในช่วงเย็นวันนี้ หรืออาจเลื่อนเป็นวันพรุ่งนี้ (10 ก.พ.2569)

รายงานข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช.แจ้งว่า การประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในวันนี้ มีการพิจารณา 2 วาระสำคัญ คือ

1.คำร้องคัดค้านการทำงานของนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งถูกกล่าวหาในคดีสินบนทองคำ โดยนายเอกวิทย์ ได้ถอนตัวออกจากที่ประชุม

2.วาระพิจารณาคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล โดยที่ประชุมได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณาเป็นวาระการประชุมลับ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และยังไม่ได้ข้อยุติ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพักการประชุม และจะมีการพิจารณาอีกครั้งในช่วงบ่ายวันนี้ (9 ก.พ.69) โดยเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างมาก และอาจถูกมองเป็นวาระทางการเมืองได้ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

แนวทางความเป็นไปได้สำหรับคดีดังกล่าวในวันนี้คือ

1.ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ลงมติชี้ขาดทั้ง 2 วาระ

2.เลื่อนการลงมติ และมอบหมายให้คณะทำงานไปพิจารณารายละเอียด ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายเพิ่มเติม

สำหรับคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล ถือเป็นอีกหนึ่งชนักปักหลังสำคัญของ “ก๊กส้ม” ในการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะในช่วงหลังการเลือกตั้ง 69 ที่พรรคประชาชน (ปชน.) ที่กระแสตกต่ำ กลายเป็นพรรคอันดับ 2 ด้วยจำนวน สส.เหลือราว 116 คน จากที่เคยผงาดเมื่อปี 2566 ที่มีจำนวนสูงถึง 151 คน

คดีดังกล่าวถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนมาแล้วเกือบ 1 ปี ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์ “ยุบพรรคก้าวไกล” กรณีกล่าวหาว่าใช้นโยบายหาเสียงในการแก้ไขมาตรา 112 และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง ส่งผลให้ต้องหอบหิ้ว สส.มาสู่ยานพาหนะคันที่ 3 อย่าง ปชน.ในปัจจุบัน

ที่น่าสนใจในการไต่สวนเรื่องนี้มี 2 ประเด็นด้วยกัน 

1.คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้แต่งตั้งคณะไต่สวนขึ้นมา โดยว่ากันว่ามีการแบ่งแยกพฤติการณ์ออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ กลุ่มไอเดียต้นคิดที่นำเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว กลุ่มสอง คือ กลุ่มผู้นำที่ริเริ่มชักชวนให้ สส.ร่วมลงชื่อ เพื่อยื่นร่างกฎหมาย และกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่ม สส.ที่ร่วมลงชื่อในร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยกล่าวหาว่า ใช้ตำแหน่ง หรืออำนาจหน้าที่ในตำแหน่ง ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย เสียหาย ทำลายเกียรติภูมิ ตามมาตรฐานจริยธรรมฯ

สำหรับร่างกฎหมายฉบับนี้ ดำเนินการยื่นเมื่อปี 2564 ในยุค “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ “ชัยธวัช ตุลาธน” เป็นเลขาธิการพรรค พร้อมด้วย สส.รวม 44 คน อย่างไรก็ดีผ่านมาถึงปัจจุบัน ปรากฏชื่อ สส.ที่ย้ายไปสังกัดพรรค ปชน.รวม 25 คน แบ่งเป็น

สส.บัญชีรายชื่อ 17 คน ส่วนใหญ่เป็นคีย์แมนแกนนำของพรรค 1.ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค 2.ศิริกัญญา ตันสกุล 3.สุรวาท ทองบุ 4.นิติพล ผิวเหมาะ 5.ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 6.รังสิมันต์ โรม 7.วาโย อัศวรุ่งเรือง 8.วรรณวิภา ไม้สน 9.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร 10.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ 11.ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ 12.ณัฐวุฒิ บัวประทุม 13.วรภพ วิริยะโรจน์ 14.คำพอง เทพาคำ 15.ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ 16.องค์การ ชัยบุตร 17. มานพ คีรีภูวดล

สส.เขตอีก 8 คน 18.วุฒินันท์ บุญชู สส.สมุทรปราการ เขต 4 ,19.เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.เขต 24 , 20.ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. เขต 27, 21.ศักดินัย นุ่มหนู สส.ตราด เขต1 , 22.จรัส คุ้มไข่น้ำ สส.ชลบุรี เขต 8 , 23.ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. เขต18 , 24.ญาณธิชา บัวเผื่อน สส.จันทบุรี เขต 3 และ 25.จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา เขต 4

2.แม้ว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะมีมติอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับคดีนี้ หากมีการส่งเรื่องไปถึงศาลฎีกาประทับรับฟ้อง ซึ่งตามกฎหมาย หากศาลไม่มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด ให้ถือว่ามีคำสั่งให้ สส.คนดังกล่าวยุติการปฏิบัติหน้าที่ในทันที อย่างไรก็ดีขณะนี้มีการ “ยุบสภาฯ” ส่งผลให้ สส.ทั้งหมดพ้นจากตำแหน่ง ดังนั้นหากศาลฎีกา ประทับรับฟ้องแล้ว บรรดาอดีต สส.ดังกล่าว ยังสามารถเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือลงสมัครรับเลือกตั้งได้ตามปกติ ไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด

นอกจากนี้ สส.ที่โดนประทับรับฟ้องคดีดังกล่าว ยังสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ใหม่ รวมถึงถูกเสนอชื่อในบัญชีแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคได้ เนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สุด ส่งผลให้ 25 สส.ปชน. ที่ตอนนี้ไปต่อ 15 คน ในจำนวนนี้มี 12 คน ถูกส่งลงปาร์ตี้ลิสต์ ได้แก่ ณัฐพงษ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ศิริกัญญา รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ นิติพล ปกรณ์วุฒิ รังสิมันต์ วาโย วิโรจน์ สุรเชษฐ์ ณัฐวุฒิ วรภพ คำพอง ณัฐชา (เดิมเป็น สส.กทม.) 

มี 3 คนถูกส่งลงสมัคร สส.เขตเช่นเดิมคือ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ธีรัจชัย พันธุมาศ สมัคร สส.กทม. และประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้สมัคร สส.กระบี่ เขต 3

ที่น่าสนใจ ปชน.ประเมินฉากทัศน์ดังกล่าวเอาไว้แล้ว จึงใช้หลักคิดในการ “เลี่ยงบาลี” บรรดาอดีต สส.ที่โดนคดี 44 สส.ก้าวไกล และคดีเกี่ยวกับมาตรา 112-พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เอาไว้แล้ว จึงโยกอดีต สส.เขตที่ต้องคดี ขึ้นมาเป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ เช่น ณัฐชา อดีต สส.กทม. “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก อดีต สส.กทม. “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ อดีต สส.กทม. “ลูกเกด” ชลธิชา แจ้งเร็ว อดีต สส.ปทุมธานี เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนผู้สมัคร สส.เขตหลายคน บางคนให้ “ครอบครัว-เครือญาติ” มาลงแทน เช่น กรณี “จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์” อดีต สส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 ถูกศาลสั่งจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา คดีใบ สด.43 ปลอม ได้ตัดสินใจส่ง “แพรวนภัศร์ ทองสุวรรณ์” ภริยา ลงสมัคร สส.แทน ส่วน “ญาณธิชา บัวเผื่อน” อดีต สส.จันทบุรี เขต 3 มี “ไพโรจน์ บัวเผื่อน” ลงสมัคร สส.แทน เป็นต้น

ในฉากทัศน์แรกของ ปชน.ที่ฝันว่าจะได้ตั้ง “รัฐบาลพรรคเดียว” คือ ต่อให้มีคดี 44 สส. “ค้ำคอ” บรรดา “บิ๊กเนมสีส้ม” แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งการลงสมัครรับเลือกตั้ง และหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อหวังปูทางจัดตั้ง “รัฐบาลพรรคเดียว” ลงได้ ทว่าฉากทัศน์ที่ต้องมองต่อไปหากบรรดา 14 อดีต สส.ที่ตัดสินใจไปต่อกับ ปชน.หากศาลมีคำพิพากษา “ทางลบ” ขึ้นมา จะทำให้พรรคเหลือแคนดิเดตนายกฯ เพียงแค่คนเดียวคือ “ต้น วีระยุทธ” จะเพียงพอกับ “โจทย์ยาก” ในการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวหรือไม่ ขณะที่บรรดา “แกนนำ” หลายคนนอกจากพ้นตำแหน่ง สส.แล้วยังพ้นตำแหน่งในการบริหารพรรคด้วย ทำให้ต้องปรับโครงสร้างพรรคขึ้นใหม่

ทว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่กระแสส้ม “ตกต่ำ” อย่างหนัก ได้ สส.ไปเพียง 116 คน โดยเฉพาะ สส.เขตเหลือเพียง 85 คน ส่วนปาร์ตี้ลิสต์เหลือ 31 ที่นั่ง คะแนนป๊อปปูลาร์โหวตหายไปกว่า 4.6 ล้านเสียง อาจทำให้คดีดังกล่าวจากเดิมที่คิดว่าสามารถแก้ไขได้ อาจทำให้ “ก๊กส้ม” ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากกว่าเดิม ในการรบบนกระดานการเมือง ที่ต้องเป็น “ฝ่ายค้านข้างน้อย” ณ เวลานี้

อย่างไรก็ดี ยังต้องรอดูมติที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เสียก่อนว่า สุดท้ายแล้วจะมีบทสรุปอย่างไร ใครจะรอด-ใครร่วง ต้องลุ้นกัน

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์