วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

‘อนุดิษฐ์’ ชี้ เลือกตั้ง‘กล้าธรรม’เขียวขจี ไร้เทา รอ ‘ภท.’ ทาบร่วมรัฐบาล

‘อนุดิษฐ์’ ชี้ เลือกตั้ง‘กล้าธรรม’เขียวขจี ไร้เทา รอ ‘ภท.’ ทาบร่วมรัฐบาล

“อนุดิษฐ์” ขอบคุณ ปชช. ไว้วางใจกล้าธรรม ชี้ ตัวเลข57ที่นั่ง เป็นไปตามเป้า ไม่มีส้มหล่น เผย เบื้องหลังไม่ทำงานแบบเก่า ต้องลงพื้นที่พิสูจน์ตัวเองใกล้ชิดชาวบ้าน ชี้ โพลประเมินเราต่ำกว่าความเป็นจริง เผย รอ “ภท.” สู่ขอร่วมรัฐบาล เชื่อ นโยบาย2พรรคไปในทิศทางเดียวกัน ไร้เงื่อนไข

ที่พรรคกล้าธรรม น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงผลการเลือกตั้ง ในส่วนของพรรคขณะนี้ว่า จำนวนตัวเลขวิ่งอยู่ระหว่าง 57-59 ต้องรอผลอย่างเป็นทางการจาก กกต. 

เมื่อถามถึงพื้นที่ภาคเหนือถือว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ประสบความสำเร็จมาก ต้องขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ ซึ่งคาดว่าจะได้ 10 ที่นั่งในพื้นที่ภาคเหนือกระจายทุกจังหวัด 

เมื่อถามว่า ตัวเลข 57 ที่นั่ง ถือว่าเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวว่า จากที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคเคยให้สัมภาษณ์ ตัวเลขของเราก็อยู่ที่ประมาณนี้ 

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้หลายคนมองว่าพรรคกล้าธรรมไม่มีกระแส แต่รอบนี้ได้ตามเป้า น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมเพิ่งจะส่งผู้สมัคร สส. ลงเลือกตั้งครั้งแรก เราไม่เหมือนพรรคเก่าที่เขาทำงานมานาน ที่มีความนิยมของประชาชนในระดับสูง เราเป็นพรรคน้องใหม่ต้องลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง จึงเป็นข้อดีของเราที่ตัวผู้สมัคร สส. และผู้บริหารพรรค ให้ความสำคัญกับการลงไปสัมผัสกับประชาชน เป็นการสื่อสารตรงไปยังประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ความมั่นใจว่าสิ่งที่พรรคกล้าธรรมเสนอนโยบายจะตรงใจประชาชน ซึ่งการทำโพลของสถาบันต่างๆ อาจจะไม่ได้เห็นความนิยมในจุดนี้ จึงประเมินให้พรรคกล้าธรรมต่ำกว่าความเป็นจริงไปเยอะ 

เมื่อถามว่า มีสัญญาณติดต่อเชิญร่วมรัฐบาลแล้วหรือไม่ น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ต้องรอให้พรรคภูมิใจไทยที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สื่อสารมายังผู้บริหารของพรรคกล้าธรรม ส่วนสัญญาณคงต้องรอให้ผู้บริหารพรรคมาประชุมกัน แต่เชื่อว่าการร่วมรัฐบาลตรงไปตรงมา พรรคภูมิใจไทยคงประชุมพิจารณากลั่นกรองว่าจะเชิญพรรคใดร่วมรัฐบาล ซึ่งหากมีการเชิญพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลก็จะแจ้งกับสื่อมวลชนอีกครั้ง

เมื่อถามว่า พรรคกล้าธรรม ยังยืนยันว่าจะขอดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช่หรือไม่ น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เราประกาศไปตอนหาเสียงแล้วว่า ความวุ่นวายของประเทศ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เราขอก้าวข้ามความขัดแย้ง ดังนั้น หากมีพรรคใดที่พร้อมทำประโยชน์ให้ประชาชนเราก็ไม่ปฏิเสธ ซึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม คงจะไปในทิศทางเดียวกัน 

เมื่อถามว่า เงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลของพรรคกล้าธรรมคืออะไร น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เราไม่เคยมีเงื่อนไข ตราบใดที่พรรคการเมืองนั้น แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าทำประโยชน์ให้ประชาชน 

เมื่อถามว่า ในส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากรัฐบาลจะเดินหน้าเรื่องนี้ก็พร้อมจะสนับสนุนใช่หรือไม่ น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวว่า สนับสนุน เพราะเป็นเสียงส่วนใหญ่ที่ประชาชนสะท้อนมา

เมื่อถามว่า กรณีที่หลายจังหวัด ประชาชนให้ความไว้วางใจเลือกผู้สมัครพรรคกล้าธรรม น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เหตุผลสำคัญยังคงเป็นคำตอบเดิม คือกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครที่ให้ความสำคัญกับตัวบุคคลเป็นหลัก โดยผู้สมัครทุกคนต้องรับนโยบายของพรรค และลงพื้นที่หาเสียง พบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตนเองเชื่อว่าผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมก่อนจะได้รับเลือกตั้ง ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับประชาชนจำนวนมาก อย่างน้อยประมาณ 50,000–60,000 คน เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอแนวนโยบายที่ชัดเจน ครบถ้วน ในการแก้ไขปัญหาพื้นฐานของประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาพื้นฐาน ขณะที่พรรคการเมืองอื่นนั้น อาจจะมีแนวทางการสื่อสารนโยบายที่แตกต่างกัน โดยพรรคกล้าธรรมเน้นการลงพื้นที่จริง พบประชาชนตัวเป็นๆ และมีคำตอบที่ชัดเจนในแนวนโยบาย ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ขณะที่นโยบายของพรรคการเมืองอื่นก็ถือว่าดีเช่นกัน เพียงแต่พรรคกล้าธรรมเชื่อว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มาจากการทำงานอย่างหนักของผู้สมัครทุกคน อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารและแกนนำพรรคมีแนวคิดตรงกันว่า การทำงานในพื้นที่เป็นหัวใจสำคัญ จึงอาจไม่เห็นพรรคกล้าธรรมปรากฎบนเวทีปราศรัยหรือเวทีดีเบตมากนัก แต่จะเห็นการลงพื้นที่ สัมผัสและรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง ซึ่งเชื่อว่านี่คือเบื้องหลังของความไว้วางใจที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้กับผู้สมัครของพรรค

สำหรับการประเมินความนิยมของประชาชนนั้น น.อ อนุดิษฐ์ ระบุว่า ปัจจุบันมีวิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการวิเคราะห์ ทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน และแนวทางในการเสริมจุดแข็ง ปิดจุดอ่อน โดยร.อ.ธรรมนัส ย้ำเสมอว่า หากรู้เขา รู้เรา โอกาสในการประสบความสำเร็จก็จะสูงขึ้น กว่าที่เราไม่รู้อะไรเลย ยืนยันว่าไม่มีส้มหล่นอย่างแน่นอน เพราะทุกพื้นที่เราทำงานหนักจริงๆ หากดูผลคะแนนอย่างอย่างไม่เป็นทางการ จะเห็นว่ามีหลายเขตที่พรรคกล้าธรรมได้อันดับสอง และมีคะแนนตามหลังผู้ชนะเพียงหลักร้อยในหลายพื้นที่ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับพรรคการเมืองน้องใหม่ ที่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งในระดับประเทศเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ยังมีภารกิจและงานอีกจำนวนมากที่ต้องนำผลการเลือกตั้งครั้งนี้มาเป็นบทเรียน เพื่อศึกษา ปรับปรุง และเดินหน้าให้สู่การเป็นพรรคการเมืองที่มีความเป็นสถาบันต่อไป นี่เป็นจุดเริ่มต้นพรรคกล้าธรรม ที่มีผู้สมัครจากพรรคอื่นมารวมกัน ผลการเลือกตั้งสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงของพรรค โดยมีอดีต สส. ที่ย้ายมาสังกัดพรรคกล้าธรรม ส่วนใหญ่ยังคงรักษาที่นั่งไว้ได้ มีเพียงไม่กี่รายที่พลาดการเลือกตั้ง

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความไว้วางใจพรรคกล้าธรรม และให้โอกาสผู้แทนของพรรคได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภา ยืนยันว่าจะใช้โอกาสนี้อย่างเต็มที่ ทำงานเพื่อประชาชน และยึดถือเป็นสัญญาประชาคม ส่วนที่ถูกครหาว่าเป็นพรรคการเมืองสีเทา ไม่ได้เป็นสีเขียวอย่างโลโก้พรรค วันนี้พิสูจน์ได้ว่าสีเทาที่พูดไม่มี แต่เป็นสีเขียว และเขียวขจี