วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

สถานทูตไทยทั่วโลก เริ่มทยอยการนับคะแนนเสียงประชามติ

สถานทูตไทยทั่วโลก เริ่มทยอยการนับคะแนนเสียงประชามติ

สถานเอกอัครราชทูตไทยทั่วโลก เริ่มทยอยนับคะแนนเสียงประชามติ หลังก่อนหน้า จัดให้คนไทยในต่างแดน ลงคะแนนเสียงประชามติ พร้อมกับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

ตามที่สถานเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก จัดให้คนไทยในต่างแดนได้ลงคะแนนนอกราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 19 - 30 มกราคม 2569 ในวาระการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และวาระการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเปิดให้เห็นชอบว่า สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หรืองดแสดงความคิดเห็น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรุงปักกิ่งว่า เมื่อเวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ได้จัดให้มีการนับคะแนนออกเสียงประชามติ ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ซึ่งได้เปิดให้คนไทยทั่วไปในเขตกงสุลเข้าร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนดังกล่าว โดยมีนายฉัตรชัย วิริยเวชกุล เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ร่วมนำสังเกตการณ์ และมีนายวรพจน์ เจนสวัสดิชัย อัครราชทูต เป็นผู้ดูแลเพื่อให้การนับคะแนนเสียงประชามติให้เป็นอย่างเรียบร้อย

ทั้งนี้ ก่อนเริ่มการนับคะแนนเสียงประชามติ ได้เปิดให้ผู้เข้าร่วมฯ ได้ลงทะเบียนทางออนไลน์ล่วงหน้า ขณะที่ได้จัดให้ประชาชนผู้เข้าร่วมได้อยู่ในพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์อย่างมีระบบ ภายใต้บรรยากาศที่เป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยสามารถมองเห็น และได้ยินเสียงขานผลการนับคะแนน ตลอดจนบันทึกผลการนับคะแนนอย่างชัดเจน 

ก่อนหน้านี้ สถานทูตฯ รายงานว่า ได้จัดส่งบัตรเลือกตั้งของผู้ที่มาใช้สิทธิฯ จำนวน 586 บัตร (อยู่ในจำนวนคนไทยที่ลงคะแนนขอใช้สิทธิในสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศมองโกเลีย) กลับไปยังประเทศไทย เพื่อรอการนับคะแนนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

สำหรับจำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในสาธารณะรัฐประชาชนจีนและประเทศมองโกเลีย มีจำนวน 586 คน จากผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ 699 คน คิดเป็นร้อยละ 83.83 ของผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียน ส่วนจำนวนผู้ใช้สิทธิออกเสียงประชามติ มีจำนวน 484 คน จากผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ 571 คนคิดเป็นร้อยละ 84.76 ของผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียน

นี่เป็นบรรยากาศการนับคะแนนเสียงประชามติส่วนหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นในสถานเอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก

 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง

สถานทูตไทยทั่วโลก เริ่มทยอยการนับคะแนนเสียงประชามติ

สถานทูตไทยทั่วโลก เริ่มทยอยการนับคะแนนเสียงประชามติ สถานทูตไทยทั่วโลก เริ่มทยอยการนับคะแนนเสียงประชามติ

สถานทูตไทยทั่วโลก เริ่มทยอยการนับคะแนนเสียงประชามติ

 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น

สถานทูตไทยทั่วโลก เริ่มทยอยการนับคะแนนเสียงประชามติ

 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล

สถานทูตไทยทั่วโลก เริ่มทยอยการนับคะแนนเสียงประชามติ

สถานทูตไทยทั่วโลก เริ่มทยอยการนับคะแนนเสียงประชามติ

 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส

สถานทูตไทยทั่วโลก เริ่มทยอยการนับคะแนนเสียงประชามติ

 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน

สถานทูตไทยทั่วโลก เริ่มทยอยการนับคะแนนเสียงประชามติ

 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา

สถานทูตไทยทั่วโลก เริ่มทยอยการนับคะแนนเสียงประชามติ

 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา 

สถานทูตไทยทั่วโลก เริ่มทยอยการนับคะแนนเสียงประชามติ สถานทูตไทยทั่วโลก เริ่มทยอยการนับคะแนนเสียงประชามติ      

 

สถานเอกอัครราชทู ส ณ กรุงโคเปนเฮเกน

ถ้า

อย่างไรก็ตาม การนับคะแนนเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร   จะประสานทำงานร่วมกับศูนย์ติดตามการเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ซึ่งศูนย์นี้จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการประสานงานระหว่างหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศในภารกิจการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ซึ่งประกอบด้วย กระทรวงการต่างประเทศ (กรมการกงสุล) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กระทรวงมหาดไทย และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยทั่วโลก

ก่อนหน้านี้ อธิบดีกรมการกงสุลได้แนะนำระบบเฝ้าติดตามการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร (Overseas Voting Monitoring System: OVMS) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย ศูนย์บริหารข้อมูลการกงสุลและสารสนเทศ (CDIC) กรมการกงสุล เพื่อติดตามการดำเนินการตั้งแต่การจัดส่งและรับบัตร รวมถึงการรายงานผลการดำเนินการต่างๆ ของสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยทั้ง 95 แห่งทั่วโลกแบบ real-time เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการดำเนินการในทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ราบรื่น โปร่งใส ถูกต้อง และทันเวลา โดยเฉพาะในขั้นตอนสำคัญขณะนี้ คือ การขนส่งบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วกลับมาประเทศไทย ซึ่งเริ่มดำเนินการส่งกลับมาแล้ว และถึงประเทศไทยทั้งหมด ภายในวันที่ 5 ก.พ. 2569 เพื่อคัดแยกส่งไปยังหน่วยเลือกตั้ง 400 เขตทั่วประเทศ