วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

เลือกตั้ง69 พีระพันธุ์ ชี้ไม่ใช่แค่ ส้ม น้ำเงิน ปลุก รทสช. สู้ทุนผูกขาด

เลือกตั้ง69 พีระพันธุ์ ชี้ไม่ใช่แค่ ส้ม น้ำเงิน ปลุก รทสช. สู้ทุนผูกขาด

เลือกตั้ง69 พีระพันธุ์ ขอคะแนน รทสช. งัดข้อทุนผูกขาด ลั่น ไม่ได้มีแค่ น้ำเงิน-ส้ม มีหลายพรรคเลือกได้ตามที่ใจต้องการ อรรถวิชช์ จุดยืนชัด ไม่เห็นชอบประชามติ กระทบพระราชอำนาจ

บรรยากาศการหาเสียง เลือกตั้ง69 ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ทั่วไป พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 พร้อมด้วย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 ลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหา

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กล่าวย้ำถึงจุดยืนพรรครวมไทยสร้างชาติว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้มีตัวเลือกเพียงแค่สีส้มหรือสีน้ำเงินตามที่สังคมถูกชี้นำ แต่ยังมีพรรครวมไทยสร้างชาติที่เป็นทางเลือกหลักที่พร้อมทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ตนขอเรียกร้องให้ประชาชนเลือกตั้งตามความต้องการของหัวใจ อย่าเลือกพรรคที่ไม่ได้รักเพียงเพื่อต้องการเอาชนะพรรคที่เกลียด หรือเลือกแบบยุทธศาสตร์ เพราะวิธีการเช่นนี้ไม่ได้ส่งผลดีต่อประเทศในระยะยาว

“ขอให้พี่น้องประชาชนเลือกเราเข้าไปทำหน้าที่ โดยเฉพาะเรื่องการรื้อโครงสร้างพลังงานที่พรรคขับเคลื่อนมาโดยตลอด พรรครวมไทยสร้างชาติเปรียบเสมือน ‘ฐานที่มั่นสุดท้าย’ ที่จะยืนหยัดต่อสู้กับกลุ่มนายทุนผูกขาดที่จ้องจะกินรวบประเทศ หากท่านต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องปากท้องและราคาพลังงานที่เป็นธรรม โปรดไว้ใจและเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กล่าวถึงประเด็นการทำประชามติ ที่จะเกิดขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า พรรครวมไทยสร้างชาติมีจุดยืนที่ชัดเจนคือ “ไม่เห็นชอบประชามติ” กับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะไปกระทบต่อหมวดพระมหากษัตริย์และพระราชอำนาจในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ

นอกจากนี้ นายอรรถวิชช์ ยังได้ฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางไปใช้สิทธิ์ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ว่า ขอให้เผื่อเวลาในการเดินทางและการลงคะแนน เนื่องจากคาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวนมาก ประกอบกับมีผู้ที่ตกหล่นจากการเลือกตั้งล่วงหน้ามารวมอยู่ในวันจริง และยังมีขั้นตอนของการลงมติประชามติเพิ่มเข้ามา ซึ่งอาจทำให้การบริหารจัดการในหน่วยเลือกตั้งใช้เวลามากกว่าปกติ จึงขอให้เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเอง