วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ยุทธวิธี-ยุทธภูมิ’แนวรบไทย เขย่าเสถียรภาพ ‘ฮุน มาเนต’

‘ยุทธวิธี-ยุทธภูมิ’แนวรบไทย  เขย่าเสถียรภาพ ‘ฮุน มาเนต’

ควันหลง ชายแดนไทย-กัมพูชา หลัง หยุดยิง นอกจากทหารไทยยึดคืนพื้นที่อธิปไตยไทยแล้ว ยังเข้าควบคุมพื้นที่กัมพูชาหลายจุด ส่งผลกระทบคะแนนนิยม “ฮุน มาเนต” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ไม่น้อย จนต้องออกอาการตีอกชกลม ประกาศกร้าวทำหนังสือประท้วงไทยใช้กำลังรุกรานดินแดน

เหตุปะทะรอบล่าสุด กองทัพไทย ใช้ยุทธวิธี “รุก-ยึด-ควบคุม” ชิงยุทธภูมิที่ได้เปรียบของกัมพูชาที่ใช้โจมตีทหารไทย ดันข้าศึกออกจากแนวรบ พร้อมสถาปนาพื้นที่ความมั่นคงแบ่งเป็น 3 สเต็ป พื้นที่ยึดคืน พื้นที่ยึด และพื้นที่ควบคุม วางรั้วลวดหนาม ขุดคูเลต สร้างบังเกอร์ ป้อมปราการ ขวางทหารกัมพูชาไม่ให้เข้าเขตไทยระยะ 500 เมตร

กาสิโนรีสอร์ต ขนาดใหญ่ เนื้อที่100ไร่ อย่าง โอร์เสม็ด รีสอร์ต รอยัลฮิลล์ รีสอร์ต จ.อุดรมีชัย อยู่ห่างจากจุดผ่านแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ เพียง 500 เมตร ตกอยู่ในพื้นที่ควบคุมฝ่ายไทย

จากคำชี้แจงของ “พล.ต.สมภพ ภาระเวช” ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี รับผิดชอบภารกิจป้องกันชายแดนไทย-กัมพูชา ต่อ คณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ 20 ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย และเวียดนาม เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จุดผ่านแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดน และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะปัญหาสแกมเมอร์ ที่สร้างผลกระทบในหลายประเทศ และบ่อนทำลายความมั่นคงในภูมิภาค

ในเหตุปะทะ ทหารไทย ยิงปืนใหญ่โจมตีพื้นที่ดังกล่าว หลังตรวจพบถูกใช้เป็นฐานบัญชาการปล่อย โดรนพลีชีพ กว่า 100 ลำ โจมตีฝ่ายไทย จนทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บหลายราย ส่งผลให้สภาพอาคารได้รับความเสียหายหลายแห่ง

จากการควบคุมพื้นที่ พบว่าภายในตึกยังถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์ หลอกลวงคนทั่วโลก มีการตกแต่งห้องต่างๆ ให้เป็นสถานีตำรวจของนานาประเทศ เช่น จีน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย บราซิล เวียดนาม

นอกจากนี้ ยังพบกระดานที่มีข้อความภาษาอินโดนีเซีย ซึ่งเข้าใจว่ามีคนอินโดนีเซียส่วนหนึ่งเป็นเหยื่อของพวกแก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้ รวมไปถึงมีการตกแต่งเลียนแบบธนาคาร ซึ่งเป็นพฤติกรรมมิจฉาชีพ-สแกมเมอร์

ฟากกองทัพภาคที่ 1 (ทภ.1) ชายแดนจ.สระแก้ว ทหารไทยยึดคืนบ้านคลองแพง อ.ตาพระยา ทหารกัมพูชาถอยร่อนออกจากพื้นที่ 10.5 กม. ส่วนบ้านเรือนคนกัมพูชาที่รุกล้ำอธิปไตยไทย ถูกรื้อถอน 398 หลังคาเรือน รวมถึงรื้อกรมศุลกากรกัมพูชา

บ้านหนองหญ้าแก้ว รื้อถอนทำลายบ้านเรือนชาวกัมพูชา จำนวน 42 หลัง และเพิงอีก 6 หลัง รวม 48 หลัง พร้อมวางแนวรั้วลวดหนาม ตู้คอนเทนเนอร์ และมีพื้นที่ควบคุม 450 เมตร ไปถึงถนนสาย 58 หรือเส้น K5 ของฝ่ายกัมพูชา

บ้านหนองจาน รื้อบ้านชาวกัมพูชา 128 หลังคาเรือน ขุดคูเลต สร้างกำแพงตลอดแนว วางรั้วลวดหนาม เช่นเดียวกับพื้นที่อื่นเพื่อสร้างความปลอดภัย และกันคนกัมพูชากลับเข้ามาใช้พื้นที่

“กาสิโนทมอดา” พื้นที่เวียงเวง อําเภอโพธิ์ธิสัตย์ ถูกใช้เป็นฐานทหารโจมตีฝ่ายไทย ปัจจุบันก็อยู่ในความควบคุม หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ตราด (ฉก.นย.ตราด) กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด(กปช.จต.)

โดยพื้นที่ดังกล่าว หากหันหน้าไปหาฝ่ายกัมพูชา ซ้ายมือคือบ้านชําราก ตรงกลาง บ้านหนองรี ขวามือคือ บ้านท่าเส้น พื้นที่กัมพูชาปล่อยให้คนจีนเช่า และเกิดเหตุการณ์เข้ามารื้อรั้วลวดหนามของฝ่ายไทยในห้วงที่ผ่านมา จนทหารขู่ผลักดันส่งกลับประเทศจีน จึงยอมล่าถอย

แหล่งข่าวกองทัพไทย ระบุว่า ตามหลักยุทธวิธีการรบมี 3 แนว โดยแนวแรก คือการยึดคืนพื้นที่ของไทย กดดันกัมพูชาถอยร่นออกจากแนวที่สอง เข้ายึดพื้นที่ประมาณ 500 เมตร ขุดคูเลต สร้างบังเกอร์ วางรถถัง และรั้วลวดหนามเป็นพื้นที่ปลอดภัย รอการเจรจา

“ก่อนจะเข้ามาถึงพื้นที่ของไทย 500 เมตร กัมพูชาต้องผ่านรั้วลวดหนามมาก่อน จากนั้นจะมาเจอป้อมปราการ คือ คูเลต บังเกอร์ รถถัง และจะมาเจอที่ตั้งของทหารไทย เรียกว่า หลักการตั้งรับใช้เหมือนกัน ทั้งพื้นที่ ทภ.1 ทภ.2 และ กปช.จต.” แหล่งข่าวกองทัพไทย ระบุ

ขณะที่ 3 เวทีการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา ประจำเดือน ม.ค.2569 ทั้งในส่วนของ ทภ.1 ทภ. 2 และกปช.จต. ล่มไม่เป็นท่า 

เมื่อฝ่ายกัมพูชายื่นข้อเสนอให้ฝ่ายไทยถอยออกจากพื้นที่ควบคุมทั้งหมด และขอกลับเข้าพื้นที่เดิม พร้อมเดินหน้าจัดทำเขตแดน แต่ฝ่ายไทยปฏิเสธ 

โดยย้ำให้ปฏิบัติตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement การประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา(GBC) 27 ธ.ค.2568 ซึ่งลงนามโดย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.เตีย เซียฮา รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และให้เคารพ 16 ข้อตกลงหยุดยิง โดยเฉพาะข้อที่ 2 ที่ระบุว่า คงกำลังทหารตามจุดเดิม ไม่มีการเคลื่อนย้าย เสริมกำลัง หรือรุกคืบ รวมถึงลาดตระเวนไปยังตำแหน่งอีกฝ่าย

นั่นหมายความว่า หลังหยุดยิง ใครอยู่พื้นที่ไหน ก็ให้อยู่พื้นที่นั้น จนกว่าจะมีการเจรจา และได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ส่วนการจัดทำเขตแดน จะเกิดขึ้นภายหลังกัมพูชาเคลียร์ปัญหาทุ่นระเบิดให้หมดจากพื้นที่เสียก่อน

แม้การปะทะรอบ 2 เพิ่งจบไปไม่ถึง 2 เดือน แต่ฝ่ายไทย และฝ่ายกัมพูชา ต่างเสริมความแกร่งพื้นที่แนวรบ เตรียมพร้อมสำหรับรอบ 3 ท่ามกลางการเมืองภายใน ที่อาจเป็นตัวเร่งสถานการณ์ชายแดนให้ระอุอีกครั้ง