วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ช่อ’ ชวน ปชช.ปลุกเสก ‘ปากกา’ นัด 8 ก.พ.เข้าคูหาเพื่อเปลี่ยนแปลง

‘ช่อ’ ชวน ปชช.ปลุกเสก ‘ปากกา’ นัด 8 ก.พ.เข้าคูหาเพื่อเปลี่ยนแปลง

‘ช่อ พรรณิการ์’ ชวนประชาชนทำพิธี ‘ปลุกเสกปากกา’ ยกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของไทยคือประชาชน นัด 8 ก.พ.เข้าคูหา เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2569 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พรรคประชาชน (ปชน.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย โดยชูแคมเปญ “เปลี่ยน” ขนขุนพลขึ้นเวทีคับคั่ง โดยจะปิดท้ายด้วย 3 แคนดิเดตนายกฯของพรรค ได้แก่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และปิดท้ายด้วยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ท่ามกลางแฟนคลับด้อมส้มจำนวนมากเข้ามาจับจองที่นั่งฟังปราศรัยตั้งแต่ช่วง 14.00 น.เป็นต้นมา

โดยเมื่อ 18.40 น. น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า เราเดินทางมาถึงวันนี้ 6 ก.พ. ไม่มีทางโค้งแล้ว มีแต่ทางตรงเข้าสู่เส้นชัย วันแรกที่เราเริ่มต้นการเดินทาง หัวหน้าพรรคคนแรกของเรา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เคยบอกว่า เราประชาชน แพ้กี่ครั้งก็ได้ ขอชนะครั้งเดียว เราผ่านความพ่ายแพ้ ผ่านวันที่พรรคอันเป็นที่รักของเราถูกยุบ ไม่ใช่ 1 ครั้ง แต่ 2 ครั้ง ผ่านวันที่หัวหน้าพรรค และผู้บริหารพรรคโดนตัดสิทธิทางการเมืองอย่างไม่เป็นธรรม มีคนหนึ่งโดนมากเป็นพิเศษ โดนตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตคือตน

“เราผ่านวันที่เราพ่ายแพ้และสูญเสีย ผ่านวันที่สูญเสียสมาชิกพรรคจากแสนเหลือศูนย์จากการถูกยุบพรรค เราผ่านการแบกความหวังคนหลายสิบล้านคนไว้บนบ่า แต่เขาไม่ยอมให้เราตั้งรัฐบาล ประชาชนแพ้กี่ครั้งก็ได้ แต่วันที่พ่ายแพ้มันผ่านไปแล้ว เหลือแต่วันที่ชนะ 8 ก.พ.” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวอีกว่า คาราวาน 8 สาย 8 เส้นทาง 8 ทีม เดินทาง 1.8 หมื่นกิโลเมตรไปหาประชาชน 76 จังหวัด มีอยู่ 1 จังหวัดเราแอร์ดรอปพิเศษคือ แม่ฮ่องสอน เดินทางครบ 77 จังหวัดเพื่อบอกว่า พรรคนี้ไม่ได้ชื่อพรรคประชาชนแค่เพราะว่านึกชื่ออื่นไม่ออก เราเดินทางไปครบเพื่อเจอประชาชนทุกจังหวัดของไทย หอบมวลความหวัง ความฝัน ความต้องการเปลี่ยนแปลงมารวมไว้ ณ ที่แห่งนี้ เส้นทางสิ้นสุดที่ตรงนี้ และมุ่งตรงสู่ทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ น.ส.พรรณิการ์ เริ่มต้นทำพิธีปลุกเสก “ปากกา” โดยสิ่งศักดิ์สิทธิ์คือประชาชน ว่า วันที่ 8 ก.พ. คือวันที่ประชาชนทั้งประเทศ จะประกาศพร้อมกันเหมือนกับชื่อของเวทีนี้ วันที่ประชาชนจะเปลี่ยนประเทศไทย เปลี่ยนโดยใช้อาวุธที่แหลมคมที่สุดของประชาชน ใครมีอาวุธนี้ในมือบ้างหรือไม่ ใครมีปากกาในมือ เรามาทำพิธีหนึ่งร่วมกัน 8 ก.พ.เดินเข้าสู่สมรภูมิที่ประชาชนต้องชนะ อาวุธในมือหยิบขึ้นมา จะเข้าสู่สมรภูมิต้องปลุกเสก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศนี้คือ ประชาชน ต่อหน้าประชาชนหลายหมื่นคนที่รวมกัน ณ ที่แห่งนี้ ต่อหน้าประชาชนหลายแสนคนที่ดูเราอยู่จากทางบ้านทั่วไทย และทั่วโลก 

“ประชาชนคือสถาบันอันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศ ชาติคือประชาชน และ 8 ก.พ.ชูปากกาในมือให้สูง 8 ก.พ.ด้วยปากกานี้ ในมือของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ เดินไปสู่วันที่เราชนะร่วมกัน ประชาชนจะเปลี่ยนประเทศในปากกาด้ามนี้ ในมือของเจ้าของประเทศทุกคน วันนี้ปลุกเสกอาวุธร่วมกันแล้ว 8 ก.พ.เดินเข้าสู่คูหาเลือกตั้ง เดินเข้าไปอย่างมั่นใจ มวลสารตั้งต้นของการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่นายธนาธร ไม่ใช่นายพิธา ไม่ใช่นายณัฐพงษ์ จุดตั้งต้นการเปลี่ยนแปลงของไทย 8 ก.พ. ประชาชนพวกคุณทุกคนคือการเปลี่ยนแปลง” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว