"อภิสิทธิ์" หาเสียง กทม. พร้อมย้ำปชป. เป็นทางเลือกทางการเมืองที่ปลอดภัย พร้อมเข้าใจ ช่วงโค้งสุดท้าย ถูกโจมตี-ขุดโพสต์เก่า แนะให้เล่นในเกม
ที่ ตลาดกลางหมู่บ้านศรีเพชร พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ กทม. ร่วมลงพื้นที่เพื่อช่วย นายสาโรจน์ ซึ้งไพศาลกุล ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 26 หาเสียง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนมารอต้อนรับ และส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ พร้อมย้ำว่าจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ในการ เลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงโค้งสุดท้ายที่บางพรรคพุ่งเป้าโจมตีพรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัคร สส. ของพรรค โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ว่า ตนไม่แปลกใจ เพราะทั้งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยใช้วิธีโจมตีประชาธิปัตย์มาตลอด แต่ไม่เป็นไรเพราะพรรคสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ชัดเจน ซึ่งเชื่อว่าจะเข้าใจในข้อเท็จจริง
เมื่อถามถึงกระแสในกทม. ที่ถูกมองว่าเป็น 3 พรรคที่สู้ดุเดือด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ขอให้ทุกอย่างอยู่ในเกม ขออย่าใช้วิธีที่ไม่ถูกต้อง คือการใส่ร้าย การซื้อเสียง อย่างไรก็ดีเรื่องการซื้อเสียงอยากเห็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานมากกว่าปัจจุบัน เพราะเมื่อลงพื้นที่พบว่ามีประชาชนพูดถึงเรื่องดังกล่าว แต่ กกต. ค่อนข้างเงียบ และไม่สามารถทำอะไรที่ชัดเจน
เมื่อถามว่าในโซเชียลมีเดียนำโพสต์ว่าเมื่อปี 2557 ที่ไม่ไปใช้สิทธิ์เมื่อ 2 ก.พ. 57 มองว่าจะมีผลกระทบหรือสร้างความสับสนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ปี2557 การเลือกตั้งเป็โมฆะ แต่ที่มีคนนำโพสต์เก่าเป็นธรรมดา และทราบว่ามีมากกว่านี้ที่ไม่เป็นความจริง เช่นคาดการณ์ว่าผมได้ตกลงอะไรกับใครแล้ว ซึ่งความจริงไม่มี ดังนั้นขอร้องอย่าหาเสียงใส่ร้ายกัน แต่เข้าใจว่าคนที่จะสร้างความสับสนุนก็ยากที่จะห้าม”
เมื่อถามถึงสถานการณ์ชายแดน มองว่าจะกระทบต่อการเลือกตั้ง 8 ก.พ.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ฟังจากกองทัพ ทราบว่ากองทัพเข้าใจเงื่อนไขและมีความพร้อมจะรับมือ ส่วนกัมพูชานั้น ตนไปคาดการณ์อะไรไม่ได้
เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึงประชาชนก่อนเข้าคูหาวันที่ 8 ก.พ. นี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเลือกตั้งรอบนี้ไม่ใช่แค่การเลือกตั้งอีกครั้งเท่านั้น เพราะประเทศเดินมาถึงจุดที่อยู่ในภาวะอันตรายหลายเรื่องมาก โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน เศรษฐกิจแข่งขันไม่ได้ ความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น ความขัดแย้ง หรือการปลุกเร้าทางการเมืองของ 2 ขั้วทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่น โดยประเทศก็วิเคราะห์ว่าไทยจะมีปัญหามากขึ้น ดังนั้นเป็นโอกาสของประชาชนเพื่อเปลี่ยนทิศทาง ที่ไม่ได้รื้อ ทำลาย หรือขัดแย้ง
“ประชาธิปัตย์ก็เสนอตัวชัดเจนว่าเราเป็นทางรอดที่ปลอดภัย ปลอดภัยจากการโกง ปลอดภัยจากความจน ปลอดภัยจากความเหลื่อมล้ำ ปลอดภัยจากความขัดแย้ง แล้วก็ปลอดภัยจากภาวะภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่เข้ามากระทบ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว





