background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

‘เพื่อไทย‘ปิดท้ายปราศรัยอีสาน 16 เวที ส่ง ‘ยศชนัน’ นั่งนายกฯ

‘เพื่อไทย‘ปิดท้ายปราศรัยอีสาน 16 เวที ส่ง ‘ยศชนัน’ นั่งนายกฯ

“เพื่อไทย” นำโดย “ยศชนัน” ปิดท้ายหาเสียงภาคอีสาน ศรีสะเกษ-สุรินทร์-ร้อยเอ็ด ย้ำจุดยืนป้องอธิปไตย ปลุกคนศรีสะเกษเมินกระสุนกาเพื่อไทย ส่ง “ยศชนัน” นายกฯ คนที่33

วันที่ 4 ก.พ. 2569 พรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ปิดท้ายเวทีปราศรัยหาเสียงวันสุดท้ายที่ภาคอีสาน ใน8 จังหวัด 16 จุดระหว่างวันที่ 2-4 ก.พ. 2568 ประกอบด้วย สกลนคร อำนาจเจริญ มุกดาหาร นครพนม อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และร้อยเอ็ด

โดยวันสุดท้ายเริ่มต้นหาเสียงและขึ้นเวทีปราศรัยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อหาเสียงให้กับ นายนฤชิต จารุรัชกุล ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 9 เบอร์ 10 และนายธเนศร์ เครือรัตน์ ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 1 เบอร์ 3 

จากนั้นนายยศชนัน พร้อมคณะเดินทางไปปราศรัยต่อที่ จ.สุรินทร์ และปิดท้ายที่ จ.ร้อยเอ็ด

โดยนายยศชนันปราศรัย ที่ อ.ราษีไศล ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย เดิมที นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร อดีต สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ซึ่งภายหลังไปโหวตเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

‘เพื่อไทย‘ปิดท้ายปราศรัยอีสาน 16 เวที ส่ง ‘ยศชนัน’ นั่งนายกฯ

นายยศชนัน ปราศรัยว่า ตนมาคราวนี้ อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพูดด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นคนไทย คือเรื่องของอำนาจอธิปไตย ตนยืนยันว่าจะรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยและสันติภาพของพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด ยศชนันคนนี้จะทำเพื่อคนไทย และจะทำให้ดีที่สุดเพื่อพี่น้องชาวศรีสะเกษและคนไทยทุกคน เพื่อเป็นการยืนยันจุดยืนในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างเต็มกำลัง

นายยศชนัน ระบุว่า การจะเป็นประเทศรายได้สูง รายได้ต้องสูงทุกคน วันนี้ศรีสะเกษมีของดีมากมาย แต่คุณภาพชีวิตจะดีได้ต้องเริ่มจากการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและหนี้สินที่รุมเร้า ขั้นตอนแรกที่จะทำทันทีคือการแก้หนี้ทั้งระบบรดน้ำต้องรดที่ราก ไม่ใช่ที่ใบทั้งการพักหนี้เกษตรกร 500,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี และการจัดการหนี้เสียสำหรับผู้สูงอายุ โดยพรรคเพื่อไทยจะใช้ศักยภาพในการหาเงินผ่านโครงการสร้างเศรษฐีเงินล้าน เพื่อดึงเม็ดเงินมาดูแลสวัสดิการและน้ำประปาให้พี่น้อง

“แผนจัดการน้ำของเราพร้อมมาเกือบ 10 ปีแล้ว เราจะเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจัดการน้ำท่วมน้ำแล้งทั้งระบบ ศรีสะเกษเป็นพื้นที่รับน้ำจากจังหวัดอื่น เราต้องทำทั้งคันกั้นน้ำ ทางระบายน้ำ และพื้นที่รับน้ำอย่างเป็นระเบียบ เหมือนอย่างประเทศเนเธอร์แลนด์ที่พื้นที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลเขายังจัดการได้ ศรีสะเกษก็ต้องทำได้ เพื่อไม่ให้เกษตรกรต้องขาดทุนจากการทำนาทำไร่อีกต่อไป”

 

สำหรับการเพิ่มมูลค่าผลผลิต โดยเฉพาะ “หอมแดงศรีสะเกษ” ต้องยกระดับสู่วิสาหกิจชุมชน แปรรูปเป็นน้ำมันหอมระเหยและยาแก้หวัด โดยจะมีงบประมาณและหน่วยงานภาครัฐเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง รวมถึงการต่อยอดเป็น 30 บาทรักษาทุกที่ และการเติมเงินสนับสนุนผู้ป่วยติดเตียงเดือนละ 3,000 บาท เพราะคนไทยต้องดูแลกัน

 

“รัฐบาลดิจิทัล เพื่อความโปร่งใสและไม่มีการคอร์รัปชัน ดืจิทัลไม่มีใต้โต๊ะแน่นอน เราจะลดอำนาจรัฐ คืนอำนาจและงบประมาณให้คนอีสานได้ดูแลตัวเอง วันนี้หมดเวลาของการโจมตีกัน ประเทศต้องการความสามัคคี สิ่งที่ผมพูดอาจดูยากแต่เราทำเป็น ขอพี่น้องช่วยสนับสนุนผู้สมัครทั้ง 9 เขต และฝากพรรคเพื่อไทยเบอร์ 9 เลือกทั้งคนทั้งพรรคเพื่อเปลี่ยนความหวังให้เป็นความจริงในวันที่ 8 ก.พ.นี้”

 

ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าพรรคเพื่อไทยเสนอตัว นายยศชนัน เป็นนายกรัฐมนตรี คนๆนี้ ไม่เคยโจมตีสาดโคลนใคร มีแต่จะนำความรู้มาเพื่อให้ใช้ในการแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน แต่การจะเอานายยศชนันเป็นนายกฯ มีทางเดียวคือ ต้องมีเสียง สส.มากพอเกิน 250 คน มาจาก สส. 2  ระบบคือ สส.บัญชีรายชื่อ และ สส.เขตเลือกตั้ง ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องเลือกเพื่อไทยทั้ง 2 ใบเท่านั้นเราถึงจะได้นายยศชนันไปเป็นนายกฯ

 

การทำงานของพรรคเพื่อไทยมีทั้งอุปสรรค มีทั้งความสำเร็จ เราจะเดินหน้าสานงานของเราต่อ เช่นการล้างหนี้ประชาชน ปลดโซ่ตรวนให้ท่านได้เดินหน้าต่อ ถ้าพี่น้องมีหนี้เสียต่ำกว่า 2 แสนบาท จ่าย 10% ปิดจบล้างหนี้, พักหนี้เกษตรกร หยุดทั้งต้นท้้งดอก 3 ปี ไม่เกิน 5 แสนบาท, ล้างหนี้วัยเกษียณ จะล้างหนี้เสียต่ำกว่า 1 แสนบาทสำหรับแบงก์รัฐบาล ล้างนี้นอกระบบ กู้เงินดอกเบี้ยต่ำปิดหนี้นอกระบบรายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท รวมถึงนโยบายสินค้าเกษตรที่มีประกันกำไรพืชผลการเกษตร 30% ในสินค้าข้าว ยางพารา ข้าวโพด มันสำปะหลัง รวมถึงได้คูปองซื้อปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์อีกด้วย

ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยที่ อ.ราษีไศล โดยระบุว่า "วันนี้เรามาเจอกันแต่มื้อเช้า ถ้าเช้านี้ใครยังไม่ได้กินข้าว ผมขอเสิร์ฟเมนูผัดเผ็ดงูเห่า ผมมาปราศรัยที่ อ.ราษีไศล 2 ครั้ง ไม่รู้เป็นอะไร สส. เปลี่ยนหน้าทุกที ทั้งที่พี่น้องกาเพื่อไทยมาตลอด ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปี 2566 จำได้ว่าคราวที่แล้วหาเสียงให้ผู้หญิงคนหนึ่ง แต่พอมาวันนี้เขากลับบอกว่าเวทีนี้เพื่อไทยต้องมาป้องกันแชมป์"

นายณัฐวุฒิ กล่าวกรณีอดีต สส. ที่ย้ายพรรคว่า ชาวบ้านบอกผมว่า สส. คนเดิมท่านได้จากพวกเราไปแล้ว เป็นการจากไปแบบไม่ต้องบังสุกุล ไม่ต้องกรวดน้ำ วิธีเดียวที่จะทำได้คือ กาพรรคเพื่อไทย 2 ใบ ตอนอยู่เพื่อไทยเอะอะก็พูดเรื่องหอมแดงอยู่ในสภาฯ แต่พอหอมแดงได้สักพัก ก็เปลี่ยนไปหอมน้ำเงิน 

“พอเขาชม เขาเลื้อยไปหาหอมน้ำเงินเสร็จ เขาก็ทิ้ง เที่ยวนี้เลยต้องไปกินแป้ง แล้วยังมาหลอกพี่น้องให้กาเบอร์อื่นอีก อย่ามาวิ่งราวทรัพย์กันแบบนี้ คนราษีไศลเขารู้ทัน” นายณัฐวุฒิ ระบุ

“ผมเห็นสีหน้าแววตาพี่น้องศรีสะเกษผมมั่นใจว่ามาแน่ แต่ก็ยอมรับว่ามีเสียวอยู่บ้าง ที่เสียวเพราะว่าบางพรรคบอกว่าเขาใหญ่มาก เขารวยมาก เขาเตรียมเงินไว้เป็นสอบๆ ไหๆ เขาบอกศรีสะเกษเพื่อไทยมาเดินมาปราศรัยก็เดินไป แต่พอถึงเวลาเขาจะเอากระสุนมาแจกๆ จ่ายๆ เขาบอกว่าคนศรีสะเกษซื้อได้ ผมอยากจะหัวเราะเยาะเย้ยคนพวกนี้ มันรู้จักคนศรีสะเกษน้อยไป มันไม่รู้จัก ไผเป็นไผ เราจะต้องแสดงให้มันเห็น กาพรรคเพื่อไทย 2 ใบเท่านั้น” นายณัฐวุฒิ กล่าว

ที่ โรงสี ส.ชัยเจริญ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์  พรรคเพื่อไทยปราศรัยช่วย นายอธิศวิชญ์ เลิศชวัลรัชต์ ผู้สมัคร สส.สุรินทร์ เขต 2 เบอร์  3 โดยนายยศชนัน ปราศรัยว่า  ตนขออาสาเป็นตัวแทนที่เป็นศูนย์รวมใจของคนทุกกลุ่ม ทั้งคนเสื้อแดง เลือดใหม่เพื่อไทย และอดีตพรรคพลังประชาชน ซึ่งตนได้ยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างภาคประชาชนมาตลอดชีวิต และในวันนี้มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการก้าวขึ้นมารับผิดชอบหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีและคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน

‘เพื่อไทย‘ปิดท้ายปราศรัยอีสาน 16 เวที ส่ง ‘ยศชนัน’ นั่งนายกฯ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย กล่าวตอนหนึ่งว่า ที่จริงพรรคเพื่อไทยมีผู้ช่วยหาเสียง 2 คนหนึ่งคือตน  อีกคนหนึ่งคือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นคนก่อตั้งพรรคไทยรักไทย เป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้สส.สูงสุด มีผลงานให้คนยากคนจนมากที่สุด อย่างที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน เป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำให้นโยบายบนป้ายหาเสียงให้มีชีวิต ป้ายหาเสียงคนอื่นป้ายหาเสียงแต่พอ นายทักษิณ เป็นนายกฯ นโยบายบนป้ายหาเสียงก็กลายเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ทำได้จริง

จากนั้น นายยศชนัน ปราศรัย ที่ อ.เกษตรวิสัย และ อ.สุวรรณภูมิ ที่ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อหาเสียงให้กับ น.ส.นวรัตน์ พาโคกทม ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 7 เบอร์ 3 และ นายทองลี มีหินกอง ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 6 เบอร์ 4 โดยมี นายสถาพร ว่องสัธนพงษ์ ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 1เบอร์ 4 นายฉลาด ขามช่วง ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 4 นายแทนรัฐ สุจารี ผู้สมัคร สส. เขต 3 เบอร์ 5  นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้สมัคร สส.เชต 4 เบอร์ 4 เขต 5 น.ส.จิราพร สินธุไพร เขต 5 เบอร์ 6 และ น.ส.ชญาภา สินธุไพร เขต 8 เบอร์ 6 ร่วมเวทีปราศรัย ท่ามกลางประชาชนเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก

‘เพื่อไทย‘ปิดท้ายปราศรัยอีสาน 16 เวที ส่ง ‘ยศชนัน’ นั่งนายกฯ

‘เพื่อไทย‘ปิดท้ายปราศรัยอีสาน 16 เวที ส่ง ‘ยศชนัน’ นั่งนายกฯ

‘เพื่อไทย‘ปิดท้ายปราศรัยอีสาน 16 เวที ส่ง ‘ยศชนัน’ นั่งนายกฯ

‘เพื่อไทย‘ปิดท้ายปราศรัยอีสาน 16 เวที ส่ง ‘ยศชนัน’ นั่งนายกฯ

นายยศชนัน ปราศรัยว่า ตนพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีของคนร้อยเอ็ดและคนไทยทุกคน หาก จ.ร้อยเอ็ดเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด จะทำให้จังหวัดมีรัฐมนตรีที่มีความสามารถกลับมาทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนอีกครั้ง 

“นโยบายทั้งหมดไม่ได้คิดเลื่อนลอย แต่คิดอย่างจริงจังเพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน เลือกพรรคเพื่อไทย เลือกทั้งคนทั้งพรรค เลือกยศชนันเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย” นายยศชนัน กล่าว 

‘เพื่อไทย‘ปิดท้ายปราศรัยอีสาน 16 เวที ส่ง ‘ยศชนัน’ นั่งนายกฯ

ด้าน นายณัฐวุฒิ ปราศรัยว่า แม้พรรคเพื่อไทยจะไม่ได้มีเงินทองไปสู้กับใคร แต่พรรคเพื่อไทยมีนโยบายและผู้สมัครที่แข็งแรง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีขึ้นเวทีพูดด้วยเหตุผล ไม่สร้างความขัดแย้ง

“ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ชาวสุวรรณภูมิและชาวร้อยเอ็ดจะตัดสินใจเข้าคูหา กาบัตรสีชมพูกาพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 และบัตรสีเขียวกาผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เพื่อให้ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีชื่อ ยศชนัน อย่างแน่นอน” นายณัฐวุฒิ กล่าว

‘เพื่อไทย‘ปิดท้ายปราศรัยอีสาน 16 เวที ส่ง ‘ยศชนัน’ นั่งนายกฯ

‘เพื่อไทย‘ปิดท้ายปราศรัยอีสาน 16 เวที ส่ง ‘ยศชนัน’ นั่งนายกฯ