“เพื่อไทย” นำโดย “ยศชนัน” ปิดท้ายหาเสียงภาคอีสาน ศรีสะเกษ-สุรินทร์-ร้อยเอ็ด ย้ำจุดยืนป้องอธิปไตย ปลุกคนศรีสะเกษเมินกระสุนกาเพื่อไทย ส่ง “ยศชนัน” นายกฯ คนที่33
วันที่ 4 ก.พ. 2569 พรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ปิดท้ายเวทีปราศรัยหาเสียงวันสุดท้ายที่ภาคอีสาน ใน8 จังหวัด 16 จุดระหว่างวันที่ 2-4 ก.พ. 2568 ประกอบด้วย สกลนคร อำนาจเจริญ มุกดาหาร นครพนม อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และร้อยเอ็ด
โดยวันสุดท้ายเริ่มต้นหาเสียงและขึ้นเวทีปราศรัยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อหาเสียงให้กับ นายนฤชิต จารุรัชกุล ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 9 เบอร์ 10 และนายธเนศร์ เครือรัตน์ ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 1 เบอร์ 3
จากนั้นนายยศชนัน พร้อมคณะเดินทางไปปราศรัยต่อที่ จ.สุรินทร์ และปิดท้ายที่ จ.ร้อยเอ็ด
โดยนายยศชนันปราศรัย ที่ อ.ราษีไศล ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย เดิมที นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร อดีต สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ซึ่งภายหลังไปโหวตเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี
นายยศชนัน ปราศรัยว่า ตนมาคราวนี้ อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพูดด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นคนไทย คือเรื่องของอำนาจอธิปไตย ตนยืนยันว่าจะรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยและสันติภาพของพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด ยศชนันคนนี้จะทำเพื่อคนไทย และจะทำให้ดีที่สุดเพื่อพี่น้องชาวศรีสะเกษและคนไทยทุกคน เพื่อเป็นการยืนยันจุดยืนในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างเต็มกำลัง
นายยศชนัน ระบุว่า การจะเป็นประเทศรายได้สูง รายได้ต้องสูงทุกคน วันนี้ศรีสะเกษมีของดีมากมาย แต่คุณภาพชีวิตจะดีได้ต้องเริ่มจากการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและหนี้สินที่รุมเร้า ขั้นตอนแรกที่จะทำทันทีคือการแก้หนี้ทั้งระบบรดน้ำต้องรดที่ราก ไม่ใช่ที่ใบทั้งการพักหนี้เกษตรกร 500,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี และการจัดการหนี้เสียสำหรับผู้สูงอายุ โดยพรรคเพื่อไทยจะใช้ศักยภาพในการหาเงินผ่านโครงการสร้างเศรษฐีเงินล้าน เพื่อดึงเม็ดเงินมาดูแลสวัสดิการและน้ำประปาให้พี่น้อง
“แผนจัดการน้ำของเราพร้อมมาเกือบ 10 ปีแล้ว เราจะเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจัดการน้ำท่วมน้ำแล้งทั้งระบบ ศรีสะเกษเป็นพื้นที่รับน้ำจากจังหวัดอื่น เราต้องทำทั้งคันกั้นน้ำ ทางระบายน้ำ และพื้นที่รับน้ำอย่างเป็นระเบียบ เหมือนอย่างประเทศเนเธอร์แลนด์ที่พื้นที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลเขายังจัดการได้ ศรีสะเกษก็ต้องทำได้ เพื่อไม่ให้เกษตรกรต้องขาดทุนจากการทำนาทำไร่อีกต่อไป”
สำหรับการเพิ่มมูลค่าผลผลิต โดยเฉพาะ “หอมแดงศรีสะเกษ” ต้องยกระดับสู่วิสาหกิจชุมชน แปรรูปเป็นน้ำมันหอมระเหยและยาแก้หวัด โดยจะมีงบประมาณและหน่วยงานภาครัฐเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง รวมถึงการต่อยอดเป็น 30 บาทรักษาทุกที่ และการเติมเงินสนับสนุนผู้ป่วยติดเตียงเดือนละ 3,000 บาท เพราะคนไทยต้องดูแลกัน
“รัฐบาลดิจิทัล เพื่อความโปร่งใสและไม่มีการคอร์รัปชัน ดืจิทัลไม่มีใต้โต๊ะแน่นอน เราจะลดอำนาจรัฐ คืนอำนาจและงบประมาณให้คนอีสานได้ดูแลตัวเอง วันนี้หมดเวลาของการโจมตีกัน ประเทศต้องการความสามัคคี สิ่งที่ผมพูดอาจดูยากแต่เราทำเป็น ขอพี่น้องช่วยสนับสนุนผู้สมัครทั้ง 9 เขต และฝากพรรคเพื่อไทยเบอร์ 9 เลือกทั้งคนทั้งพรรคเพื่อเปลี่ยนความหวังให้เป็นความจริงในวันที่ 8 ก.พ.นี้”
ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าพรรคเพื่อไทยเสนอตัว นายยศชนัน เป็นนายกรัฐมนตรี คนๆนี้ ไม่เคยโจมตีสาดโคลนใคร มีแต่จะนำความรู้มาเพื่อให้ใช้ในการแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน แต่การจะเอานายยศชนันเป็นนายกฯ มีทางเดียวคือ ต้องมีเสียง สส.มากพอเกิน 250 คน มาจาก สส. 2 ระบบคือ สส.บัญชีรายชื่อ และ สส.เขตเลือกตั้ง ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องเลือกเพื่อไทยทั้ง 2 ใบเท่านั้นเราถึงจะได้นายยศชนันไปเป็นนายกฯ
การทำงานของพรรคเพื่อไทยมีทั้งอุปสรรค มีทั้งความสำเร็จ เราจะเดินหน้าสานงานของเราต่อ เช่นการล้างหนี้ประชาชน ปลดโซ่ตรวนให้ท่านได้เดินหน้าต่อ ถ้าพี่น้องมีหนี้เสียต่ำกว่า 2 แสนบาท จ่าย 10% ปิดจบล้างหนี้, พักหนี้เกษตรกร หยุดทั้งต้นท้้งดอก 3 ปี ไม่เกิน 5 แสนบาท, ล้างหนี้วัยเกษียณ จะล้างหนี้เสียต่ำกว่า 1 แสนบาทสำหรับแบงก์รัฐบาล ล้างนี้นอกระบบ กู้เงินดอกเบี้ยต่ำปิดหนี้นอกระบบรายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท รวมถึงนโยบายสินค้าเกษตรที่มีประกันกำไรพืชผลการเกษตร 30% ในสินค้าข้าว ยางพารา ข้าวโพด มันสำปะหลัง รวมถึงได้คูปองซื้อปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์อีกด้วย
ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยที่ อ.ราษีไศล โดยระบุว่า "วันนี้เรามาเจอกันแต่มื้อเช้า ถ้าเช้านี้ใครยังไม่ได้กินข้าว ผมขอเสิร์ฟเมนูผัดเผ็ดงูเห่า ผมมาปราศรัยที่ อ.ราษีไศล 2 ครั้ง ไม่รู้เป็นอะไร สส. เปลี่ยนหน้าทุกที ทั้งที่พี่น้องกาเพื่อไทยมาตลอด ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปี 2566 จำได้ว่าคราวที่แล้วหาเสียงให้ผู้หญิงคนหนึ่ง แต่พอมาวันนี้เขากลับบอกว่าเวทีนี้เพื่อไทยต้องมาป้องกันแชมป์"
นายณัฐวุฒิ กล่าวกรณีอดีต สส. ที่ย้ายพรรคว่า ชาวบ้านบอกผมว่า สส. คนเดิมท่านได้จากพวกเราไปแล้ว เป็นการจากไปแบบไม่ต้องบังสุกุล ไม่ต้องกรวดน้ำ วิธีเดียวที่จะทำได้คือ กาพรรคเพื่อไทย 2 ใบ ตอนอยู่เพื่อไทยเอะอะก็พูดเรื่องหอมแดงอยู่ในสภาฯ แต่พอหอมแดงได้สักพัก ก็เปลี่ยนไปหอมน้ำเงิน
“พอเขาชม เขาเลื้อยไปหาหอมน้ำเงินเสร็จ เขาก็ทิ้ง เที่ยวนี้เลยต้องไปกินแป้ง แล้วยังมาหลอกพี่น้องให้กาเบอร์อื่นอีก อย่ามาวิ่งราวทรัพย์กันแบบนี้ คนราษีไศลเขารู้ทัน” นายณัฐวุฒิ ระบุ
“ผมเห็นสีหน้าแววตาพี่น้องศรีสะเกษผมมั่นใจว่ามาแน่ แต่ก็ยอมรับว่ามีเสียวอยู่บ้าง ที่เสียวเพราะว่าบางพรรคบอกว่าเขาใหญ่มาก เขารวยมาก เขาเตรียมเงินไว้เป็นสอบๆ ไหๆ เขาบอกศรีสะเกษเพื่อไทยมาเดินมาปราศรัยก็เดินไป แต่พอถึงเวลาเขาจะเอากระสุนมาแจกๆ จ่ายๆ เขาบอกว่าคนศรีสะเกษซื้อได้ ผมอยากจะหัวเราะเยาะเย้ยคนพวกนี้ มันรู้จักคนศรีสะเกษน้อยไป มันไม่รู้จัก ไผเป็นไผ เราจะต้องแสดงให้มันเห็น กาพรรคเพื่อไทย 2 ใบเท่านั้น” นายณัฐวุฒิ กล่าว
ที่ โรงสี ส.ชัยเจริญ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทยปราศรัยช่วย นายอธิศวิชญ์ เลิศชวัลรัชต์ ผู้สมัคร สส.สุรินทร์ เขต 2 เบอร์ 3 โดยนายยศชนัน ปราศรัยว่า ตนขออาสาเป็นตัวแทนที่เป็นศูนย์รวมใจของคนทุกกลุ่ม ทั้งคนเสื้อแดง เลือดใหม่เพื่อไทย และอดีตพรรคพลังประชาชน ซึ่งตนได้ยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างภาคประชาชนมาตลอดชีวิต และในวันนี้มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการก้าวขึ้นมารับผิดชอบหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีและคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย กล่าวตอนหนึ่งว่า ที่จริงพรรคเพื่อไทยมีผู้ช่วยหาเสียง 2 คนหนึ่งคือตน อีกคนหนึ่งคือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นคนก่อตั้งพรรคไทยรักไทย เป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้สส.สูงสุด มีผลงานให้คนยากคนจนมากที่สุด อย่างที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน เป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำให้นโยบายบนป้ายหาเสียงให้มีชีวิต ป้ายหาเสียงคนอื่นป้ายหาเสียงแต่พอ นายทักษิณ เป็นนายกฯ นโยบายบนป้ายหาเสียงก็กลายเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ทำได้จริง
จากนั้น นายยศชนัน ปราศรัย ที่ อ.เกษตรวิสัย และ อ.สุวรรณภูมิ ที่ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อหาเสียงให้กับ น.ส.นวรัตน์ พาโคกทม ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 7 เบอร์ 3 และ นายทองลี มีหินกอง ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 6 เบอร์ 4 โดยมี นายสถาพร ว่องสัธนพงษ์ ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 1เบอร์ 4 นายฉลาด ขามช่วง ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 4 นายแทนรัฐ สุจารี ผู้สมัคร สส. เขต 3 เบอร์ 5 นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้สมัคร สส.เชต 4 เบอร์ 4 เขต 5 น.ส.จิราพร สินธุไพร เขต 5 เบอร์ 6 และ น.ส.ชญาภา สินธุไพร เขต 8 เบอร์ 6 ร่วมเวทีปราศรัย ท่ามกลางประชาชนเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก
นายยศชนัน ปราศรัยว่า ตนพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีของคนร้อยเอ็ดและคนไทยทุกคน หาก จ.ร้อยเอ็ดเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด จะทำให้จังหวัดมีรัฐมนตรีที่มีความสามารถกลับมาทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนอีกครั้ง
“นโยบายทั้งหมดไม่ได้คิดเลื่อนลอย แต่คิดอย่างจริงจังเพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน เลือกพรรคเพื่อไทย เลือกทั้งคนทั้งพรรค เลือกยศชนันเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย” นายยศชนัน กล่าว
ด้าน นายณัฐวุฒิ ปราศรัยว่า แม้พรรคเพื่อไทยจะไม่ได้มีเงินทองไปสู้กับใคร แต่พรรคเพื่อไทยมีนโยบายและผู้สมัครที่แข็งแรง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีขึ้นเวทีพูดด้วยเหตุผล ไม่สร้างความขัดแย้ง
“ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ชาวสุวรรณภูมิและชาวร้อยเอ็ดจะตัดสินใจเข้าคูหา กาบัตรสีชมพูกาพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 และบัตรสีเขียวกาผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เพื่อให้ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีชื่อ ยศชนัน อย่างแน่นอน” นายณัฐวุฒิ กล่าว





