"พีระพันธุ์" เผย พบความผิดปกติสัญญาซื้อขายไฟฟ้า หลังพ้น รมว.พลังงาน ราคาสูงขึ้นจนน่าสงสัย สวนทางต้นทุนผลิต ชี้ ถ้าได้กลับไปจะสอบข้อเท็จจริง ทั้งที่เปิดเสรีไฟฟ้าแสงอาทิตย์ได้
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ประกาศจุดยืนชัดเจน เตรียมเดินหน้าตรวจสอบโครงการจัดซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หากได้กลับมาดำรงตำแหน่ง หลังพบความผิดปกติในการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ที่เกิดขึ้นหลังจากตนพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ราคาที่กระโดดสูงขึ้นจนน่าสงสัย สวนทางกับต้นทุนการผลิตจริง
นายพีระพันธุ์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตนไม่เคยเปิดประมูลรับซื้อไฟฟ้าใหม่ แต่ต้องเข้ามาบริหารจัดการโครงการเก่าที่ค้างท่อมาจากรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งมีการประมูลไปแล้วแต่ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องราคา ตนจึงได้ ชะลอการเซ็นสัญญาเอาไว้ เนื่องจากเห็นว่าปริมาณสำรองไฟฟ้าของประเทศยังล้นเกินความจำเป็น โดยวางหลักเกณฑ์ไว้ว่า หากรัฐจะรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน ราคาจะต้องไม่สูงไปกว่าต้นทุนที่รัฐ (กฟผ.) ผลิตได้เอง โดยอ้างอิงจากต้นทุนการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำ (Floating Solar) ของเขื่อนภาครัฐ ซึ่งมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 1.57 บาทต่อหน่วย เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน
“ทันทีที่เปลี่ยนผ่านรัฐบาล กลับมีการเร่งรัดตกลงราคารับซื้อไฟฟ้าใหม่ โดยตัวเลขกระโดดขึ้นไปอยู่ที่ 2.16 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าหลักเกณฑ์เดิมที่วางไว้มาก ทั้งที่ เทคโนโลยีปัจจุบันต้นทุนการผลิตไฟฟ้าโซลาร์เซลล์มีแต่จะถูกลง สมัยผมอั้นเรื่องนี้มาตลอด เพราะเรามีหลักการว่าถ้าจะซื้อ ต้องซื้อในราคาที่ยุติธรรมเทียบเท่ากับที่รัฐผลิตได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือการไปตกลงในราคาที่สูงเกินจริง เอกชนได้ประโยชน์เกินจริงและสร้างภาระผูกพันระยะยาวให้กับประเทศ" นายพีระพันธุ์ กล่าว
หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ย้ำทิ้งท้ายว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ที่ทำให้ประเทศชาติเสียผลประโยชน์มหาศาล หากตนได้กลับเข้าไปทำงาน จะดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าเหตุใดราคาถึงดีดตัวสูงขึ้น และทำไมจึงมีการเร่งรัดเซ็นสัญญาในราคาดังกล่าว ทั้งที่สามารถใช้นโยบายเปิดเสรีไฟฟ้าแสงอาทิตย์ใครต้องใช้ก็ผลิตเองได้เลยไม่ต้องขออนุญาตแล้วเพื่อลดภาระการรับซื้อของภาครัฐแต่ค่าไฟจะถูกลงได้จริง





