วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม 2569

Login
Login

ทบ. แนะ กัมพูชา ตรวจสอบข้อมูลรอบด้าน ปมบุกฐานสแกมเมอร์ โอร์เสม็ด

ทบ. แนะ กัมพูชา ตรวจสอบข้อมูลรอบด้าน ปมบุกฐานสแกมเมอร์ โอร์เสม็ด

ทบ. แนะ กัมพูชา ตรวจสอบข้อมูลรอบด้าน ชี้ ผู้ช่วยทูตทหาร ไม่ได้เข้าพื้นที่ โอร์เสม็ด ฐานสแกมเมอร์ มีเพียงเจ้าหน้าที่พิสูจย์หลักตาม ข้อตกลง Joint Statement ข้อที่ 10

4 ก.พ. จากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ได้ยื่นเอกสารประท้วงต่อประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 ก.พ.69 ระบุถึงการลงพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตของคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งนำโดยกองทัพบกไทย ณ โรงแรมในโอร์เสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 2 ก.พ.69 ว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของกัมพูชา รวมทั้งเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติและกฎบัตรอาเซียน 

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าว ที่กัมพูชาอ้างถึง เป็นพื้นที่ควบคุมและวางกำลังของฝ่ายไทย หลังสิ้นสุดการปะทะเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.68 ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement ในการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ในข้อ 2. ที่ระบุว่าทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้คงการวางกำลังที่มีอยู่ในพื้นที่ในปัจจุบัน โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังที่ตั้งอยู่เพิ่มเติม และจะไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลัง รวมทั้งการลาดตระเวนตรงไปยังที่ตั้งของฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นการที่ฝ่ายไทยเข้าควบคุมและมีการดำเนินการในพื้นที่ ไม่ได้เป็นการผิดข้อตกลงระหว่างประเทศแต่อย่างใด

ในส่วนของประเด็นที่พบว่ามีการใช้อาคารในพื้นที่เป็น Scam centers นั้น เกิดจากการที่ภายหลังฝ่ายไทยได้เข้าควบคุมพื้นที่ เพราะในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวโดยรอบ เคยถูกใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารในการคุกคามทำร้ายฝ่ายไทย

จึงได้มีการตรวจสอบอาคารและพื้นที่โดยรอบบริเวณตามมาตรการความปลอดภัยโดยละเอียด ทำให้พบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการหลอกลวงข้ามชาติทางออนไลน์ (Cyber Scam) บริเวณอาคารคาสิโน Scam centers ในพื้นที่ดังกล่าว

ฝ่ายไทยจึงได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าไปพิสูจน์ทราบหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement ข้อที่ 10. ที่ระบุว่าทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงอาชญากรรมทางไซเบอร์และการค้ามนุษย์ 

ซึ่งข้อเท็จจริงก่อนหน้านี้ ทราบว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติของประเทศไทย ได้มีการประสานไปยังฝ่ายกัมพูชาให้มีการร่วมตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายเพื่อขยายผลไปสู่การปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์แล้ว แต่ทางฝ่ายกัมพูชายังคงเพิกเฉยหรือไม่ได้ตอบรับในการดำเนินการในเรื่องนี้ 

ทั้งนี้ หากกัมพูชาต้องการที่จะร่วมดำเนินการให้เป็นไปตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม สามารถประสานมายังฝ่ายไทยได้ตลอดเวลา โดยไทยพร้อมส่งข้อมูลชี้เป้าหมายพิกัดเครือข่าย Scam centers ในพื้นที่ควบคุมของกัมพูชาให้ในทันที

และสำหรับกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ากองทัพบกไทยได้นำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย เดินทางเข้าพื้นที่โอร์เสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา นั้น โฆษกกองทัพบกกล่าวยืนยันว่า ทางคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยได้มีการเดินทางไปในพื้นที่ช่องจอม จังหวัดสุรินทร์จริง เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจสอบความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนตามปกติ แต่ไม่ได้มีการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทยในบางพื้นที่ รวมถึงในพื้นที่ อำเภอโอร์เสม็ด ตามที่กัมพูชาได้กล่าวอ้างด้วย
    
กองทัพบก ยืนยันว่าฝ่ายไทยยึดมั่นและดำเนินการตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement อย่างเคร่งครัดในทุกประการ  พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชาได้มีการตรวจสอบข่าวสารให้ครบถ้วนถูกต้องก่อนที่จะมีการนำเสนอต่อสังคม เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดต่อสาธารณชน หรือนำเสนอข้อมูลที่อาจไม่ตรงข้อเท็จจริง ซึ่งผิดต่อข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement ข้อที่ 8. อันจะเป็นการยั่วยุให้สถานการณ์ที่กำลังจะเข้าสู่สภาวะปกติ เกิดความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น