เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2569 มีรายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (3 ก.พ.) พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำหนังสือด่วนที่สุดที่ ยธ 0823 ถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบคดี "สแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโท"
โดยระบุว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ทำการสอบสวนกรณีธุรกิจ “สแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโท” ภายใต้โครงการ Worldcoin อันอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (1) เป็นคดีพิเศษที่ 148/2568
จากการสอบสวน น่าเชื่อว่ากรณีกลุ่มบุคคลและคณะบุคคลที่กระทำความผิดเกี่ยวกับ “ธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโท ภายใต้โครงการ Worldcoin” มีพฤติการณ์ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอาจมีการกระทำที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ตามมาตรา 28 ประกอบมาตรา 30 และมาตรา 48
จึงขอส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 148/2568 มายังท่านเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย หากผลเป็นประการใด โปรดแจ้งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษทราบด้วย โดยมอบนายวิทวัส สุคันธรส ผู้อำนวยการกองคดียาเสพติด เป็นผู้ประสานงานในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ หากการตรวจสอบของกลางอื่น ๆ เสร็จสิ้น กรมสอบสวนคดีพิเศษจะส่งผลการตรวจสอบพร้อมของกลางไปยังท่าน เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติมต่อไป
อนึ่ง ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ เรียกสอบบุคคล เช่น นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายวัลลภ รุจิรากร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง เลขานุการ รมว.ดีอี นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. ในฐานะอดีตปลัดกระทรวงดีอี นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงดีอี ผอ.กองการต่างประเทศ กระทรวงดีอี และเจ้าหน้าที่ภายในกระทรวงดีอี อีกหลายคน





