วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

4 เส้า กทม. ส้ม ‘ตรึงแชมป์’- แดง ‘ล้างอาย’ ‘น้ำเงิน-ฟ้า’ ฝ่าอาถรรพ์ ‘กินศูนย์’

4 เส้า กทม. ส้ม ‘ตรึงแชมป์’- แดง ‘ล้างอาย’ ‘น้ำเงิน-ฟ้า’ ฝ่าอาถรรพ์ ‘กินศูนย์’

ในการเลือกตั้งที่กำลังจะรู้ผลแพ้ชนะกันในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า “สนามเมืองหลวง” อย่างกรุงเทพมหานคร จะถือเป็นหนึ่งสนามขับเคี่ยวชิงชัยระหว่าง “4 พรรคการเมือง” ทั้งพรรคประชาชน รอบที่แล้วปักธงไปถึง 32 เขตจากทั้งหมด 33 เขต 

รอบนี้เปลี่ยนตัวผู้สมัครเกือบยกแผง ขยับ “กลุ่มเสี่ยง” ที่ติดคดีแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112  อาทิ  “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก

“โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ ขึ้นบัญชีรายชื่อ เช่นเดียวกับอีกกลุ่มที่ “ไม่ผ่านประเมิน” ที่ไม่ได้ไปต่อ 

4 เส้า กทม. ส้ม ‘ตรึงแชมป์’- แดง ‘ล้างอาย’ ‘น้ำเงิน-ฟ้า’ ฝ่าอาถรรพ์ ‘กินศูนย์’

 ขณะที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งรอบที่แล้วถือว่าบอบช้ำจากศึกเมืองหลวง ได้ สส.มาเพียง 1 ที่นั่ง มารอบนี้กลายเป็นศึกล้างตา โดยเฉพาะ 17 เขต ทั้งเก่า และใหม่ที่เพิ่งย้ายพรรค ซึ่งรอบที่แล้วได้ที่สอง ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องจับตาว่าจะแก้เกมกลับคืนมาได้หรือไม่อย่างไร

โดยเฉพาะเขตที่เคยเป็นจุดแข็งของพรรคเพื่อไทย อาทิ  "สุรชาติ เทียนทอง" เขตหลักสี่ -จตุจักร  เขตมีนบุรี-เขตสะพานสูง ซึ่งรอบนี้ "วิชาญ มีนชัยนันท์" ส่งลูกสาวลงชิงในเขตดังกล่าว เขตคันนายาว เขตบึงกุ่ม  “พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ” หรือโซนฝั่งธนที่รอบนี้ได้ตระกูลม่วงศิริมาเสริมทัพ 

4 เส้า กทม. ส้ม ‘ตรึงแชมป์’- แดง ‘ล้างอาย’ ‘น้ำเงิน-ฟ้า’ ฝ่าอาถรรพ์ ‘กินศูนย์’

ไม่ต่างจาก “พรรคภูมิใจไทย” ที่ไม่เคยมีที่นั่งผู้แทนในสนามเมืองหลวง รอบนี้มี “รมต.ผึ้ง” ศุภมาศ อิสระภักดี ที่ผนึกกับ “ขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ หวังล้างอาถรรพ์ “กินศูนย์” ล็อกเป้าไปที่เขตที่อยู่ในการดูแลของ“ขิง” เอกนัฏ และพรรครวมไทยสร้างชาติเดิม อาทิ  เขตคลองเตย-วัฒนา รอบนี้  “เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์” ลงล้างตาอีกรอบ โดยผนึกกับ “กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา” ผู้สมัครภูมิใจไทย และเป็นอดีต สส.เดิม  

โดยเขตดังกล่าวนอกเหนือจากพรรคประชาชนแชมป์เก่าแล้ว ยังมี “โฆษกเอิร์ธ” พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งรอบที่แล้วทิ้งห่าง “เขตรัฐ” แค่พันกว่าคะแนน รอบนี้ได้แรงหนุนจาก “สก.ต่าย”สุชัย พงษ์เพียรชอบ สก.เขตคลองเตย ที่เป็นอีกหนึ่งคู่แข่งสำคัญ 

อีกเขตคือ เขตบางกะปิ-วังทองหลาง รอบนี้ “โอ๋” ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ซึ่งอยู่ในทีมสุดซอยของ “เอกณัฏ” ลงล้างตาอีกรอบ หลังครั้งที่แล้วได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 แพ้อันดับหนึ่งไป 2 หมื่นคะแนน หวังอาศัยจังหวะที่พรรคประชาชนกำลังระส่ำระสายหลังเปลี่ยนตัวแชมป์เก่า คือ “หมิว” สิริลภัส กองตระการ เป็น “ก่อเกียรติ ก่อสูงศักดิ์” จะทำให้แต้มไหลมาที่สีน้ำเงินไม่มากก็น้อย

4 เส้า กทม. ส้ม ‘ตรึงแชมป์’- แดง ‘ล้างอาย’ ‘น้ำเงิน-ฟ้า’ ฝ่าอาถรรพ์ ‘กินศูนย์’  

ส่วน “พรรคประชาธิปัตย์” รอบนี้เปลี่ยนผู้นำพรรค มาเป็น “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่คัมแบ็กหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในรอบ 6 ปี และกำลังถูกจัดอยู่ในกลุ่มพรรคกระแสตีคู่กับ “พรรคประชาชน” รอบนี้ถือเดิมพันล้างอาถรรพ์ ไร้ที่นั่งผู้แทนสนามเมืองหลวง 2 ครั้งที่ผ่านมา 

 ก่อนหน้านี้ “หัวหน้ามาร์ค” โชว์ความมั่นอกมั่นใจ ระหว่างลงพื้นที่หาเสียง ตอกย้ำแคมเปญการเมืองสุจริตเพื่อบ้านเมืองที่โปร่งใส 

"เชื่อมั่นว่าพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสสูง ในการช่วงชิงที่นั่งกลับคืนมาจากแชมป์เก่าในหลายเขตพื้นที่ มั่นใจว่าในกรุงเทพฯ ประชาธิปัตย์จะได้ที่นั่งกลับมาไม่มากก็น้อยแน่นอน"

4 เส้า กทม. ส้ม ‘ตรึงแชมป์’- แดง ‘ล้างอาย’ ‘น้ำเงิน-ฟ้า’ ฝ่าอาถรรพ์ ‘กินศูนย์’

 เจาะพื้นที่เป้าหมายพรรคสีฟ้ารอบนี้ มีทั้งระดับ “มั่นใจมาก” โดยเฉพาะ 2 เขตสำคัญ ซึ่งรอบที่แล้วพรรคสีฟ้าได้อันดับ 2 คือ เขตคลองเตย-วัฒนา รอบนี้ส่ง “โฆษกเอิร์ธ” พงศกร ลงล้างตา โดยมี สก.ต่าย ร่วมลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน 

เช่นเดียวกับ เขตสะพานสูง-ประเวศ รอบที่แล้ว “กิตพล เชิดชูกิจกุล” ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 รอบนี้ลงล้างตาอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เจ้าตัวให้สัมภาษณ์ โดยเชื่อว่ารอบนี้ ปชป.จะไม่สูญพันธุ์ในสนาม กทม.

ขณะที่ระดับ “มั่นใจ” คือ พื้นที่ที่เคยเป็นฐานเสียง ปชป.ในอดีต โดยเฉพาะยุคที่มีหัวหน้ามาร์คเป็นหัวหน้าพรรค อาทิ เขต 1 พระนคร  สัมพันธวงศ์ บางรัก ป้อมปราบศัตรูพ่าย และดุสิต เขต 2 ราชเทวี ปทุมวัน และสาทร รอบนี้ ทั้ง เจิมมาศ จึงเลิศศิริ และอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ วางมือ โดยส่งคนรุ่นใหม่หวังขายภาพยังบลัดเพื่อชิง “โหวตเตอร์สีส้ม” 

ขณะที่เขต 3 เขตบางคอแหลม-ยานนาวา ซึ่งเป็นฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต รอบนี้ "อภิมุข ฉันทวานิช" ลงล้างตาอีกรอบ  เป็นต้น

ส่องสนาม กทม.รอบนี้ เห็นชัดว่า “พรรคสีฟ้า” เปลี่ยนตัวผู้สมัคร รวมถึงสลับเขตใหม่มากกว่าครึ่ง โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ภายใต้เกมที่หวังเจาะ “ฐานเสียงสีส้ม” ที่เป็นโหวตเตอร์คนรุ่นใหม่เสียส่วนใหญ่

สอดคล้องกับข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย อัปเดตล่าสุด ณ สิ้นปี 2568 พบว่า การเลือกตั้งรอบนี้ซึ่งจะมีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 53 ล้านคน เฉพาะกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก หรือ “First voter” รอบนี้จะมีจำนวนทั้งสิ้น 3.2-3.4 ล้านคน

เหนือไปกว่านั้น ความน่าสนใจอยู่ตรงที่เฉพาะแค่ “สนามเมืองหลวง” อย่าง กทม.ซึ่งมี สส. 33 ที่นั่ง จังหวัดเดียวที่มีประชากรมีสิทธิเลือกตั้งมากที่สุด จำนวน 4.5 ล้านคน

ต้องจับตา “33 ที่นั่งผู้แทน” เมืองหลวง ที่เวลานี้เห็นชัดถึงการช่วงชิงพื้นที่ระหว่าง 4 พรรคการเมือง ถึงที่สุดจะไม่ใช่แค่เดิมพันการเมืองสนามใหญ่แต่เพียงเท่านั้น

แต่ยังกลายเป็นเดิมพันส่งผลไปถึงการเมืองสนาม สก.50 เขต รวมถึง “ศึกเสาชิงช้า” สนามผู้ว่าฯ กทม.ที่จะเกิดขึ้นกลางปีนี้อีกด้วย! 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์