วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ธรรมนัส’ ชี้ น้ำเงินพร้อมรัฐบาลสุด เจนจัดการเมือง อำนาจที่มองไม่เห็นหนุน

‘ธรรมนัส’ ชี้ น้ำเงินพร้อมรัฐบาลสุด เจนจัดการเมือง อำนาจที่มองไม่เห็นหนุน

“ธรรมนัส” ประกาศ เป็นเจ้าของพรรคกล้าธรรม ปัดฮั้ว “ภท.” ชี้ เขตไหนไม่ไหวต้องถอย ตั้งเป้าสส.ขั้นเลวร้ายได้30ที่นั่ง รับ สีน้ำเงิน พร้อมมาก มีอำนาจที่มองไม่เห็นเป็นส่วนประกอบ

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ว่าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค เปิดเผยผ่านรายการ The Politics ตอนหนึ่งถึงบทบาทภายในพรรค ว่า พูดง่ายๆภาษาชาวบ้านไม่ต้องดัดจริต ผมเป็นเจ้าของพรรค ก่อตั้งพรรคนี้มา เป็นคนทำทั้งหมด ส่วนข้อสังเกตว่าพรรคกล้าธรรมและภูมิใจไทย ฮั้วเลือกตั้งในหลายพื้นที่ เช่นภาคอีสานและภาคใต้นั้น ไม่ใช่เป็นการฮั้ว แต่เราต้องประเมินฐานการเมืองของกล้าธรรม กับภูมิใจไทย มาจากฐานเดียวกัน ต้องยอมรับเราคือฐานอนุรักษนิยม คะแนนจะมีอยู่ก้อนเดียว ถ้าเรามาแบ่งเค้กกันจะทำให้คะแนนแพ้พรรคอื่นได้ ยุทธศาสตร์ของพรรคถ้าเราดูแล้วว่าสู้ไม่ไหวเราก็ต้องถอย ไม่ใช่วิ่งเข้าชนอย่างเดียว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป้าหมาย 70 ที่นั่งนั้น ประเมินจาก 112 เขต ซึ่งเป็นอดีตสส.จากปี62และปี66 ซึ่งกรองมาแล้วเป็น เกรดเอ ประมาณ 50 กว่าคน หากประเมินจาก 112 เขต หากได้ 30 กว่า% จะได้สส.ประมาณ30กว่าคน หากได้ 40 กว่า% ก็จะได้สส.ประมาณ40กว่าคน หากได้ 50กว่า% ก็จะได้สส.ประมาณ 50 กว่าคน แต่ขั้นเลวร้ายสุดประเมินว่าจะได้อยู่ที่30กว่าคน 

เมื่อถามว่า ถึงวันนี้กล้าธรรม ยังต้องจับมือไปกับ ภูมิใจไทยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มองที่โครงสร้างของการเป็นผู้นำ อยู่มาตั้งแต่รัฐบาลทหาร มาจนถึงรัฐบาลเลือกตั้ง เห็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ กับ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ สองบุคคลนี้มีความสามารถ หากได้ทั้งสองคนมารวมกัน ประเทศชาติจะเดินหน้าไปได้มากกว่านี้ เพราะคนหนึ่งกล้าตัดสินใจเด็ดขาด อีกคนหนึ่งเป็นคนที่มีความรู้ทางธุรกิจ ทางเศรษฐกิจ ถ้าทั้งสองคนมาบวกรวมกันประเทศจะเจริญ ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ก็มีความพร้อม บางเรื่องท่านก็มีความเด็ดขาด บางเรื่องก็ใช้ประสบการณ์ด้านนักธุรกิจมาแก้ปัญหา ในอนาคตทางการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน แต่ระหว่างที่เคยทำงานร่วมกับ นายอนุทินมา ก็ทำงานร่วมกันมาด้วยดีและสบายใจ  ในมุมกลับกัน หากภูมิใจไทย ต้องเป็นฝ่ายค้าน กล้าธรรม จะมีจุดยืนอย่างไรนั้น สมการทางการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน บุคลิกการเป็นผู้นำของแต่ละคน เราต้องวิเคราะห์ว่าใครเป็นอย่างไร เราจะไปวาดฝันว่า เป็น 1 ใน 4 พรรคหลักที่แข่งกันมันเป็นไปไม่ได้ การทำการเมืองเราต้องรู้จักตัวเอง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การต่อสู้ของ 3 พรรคใหญ่ มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลทั้ง 3 พรรค แต่ดูแล้ว สีน้ำเงินน่าจะมีความพร้อมมากกว่า ยุทธศาสตร์ไม่ใช่แค่เรื่องสร้างกระแสอย่างเดียว แต่มีองค์ประกอบหลายอย่าง อำนาจที่เรามองไม่เห็นก็เป็นส่วนประกอบของการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้อำนาจด้านผิดกฎหมาย แต่บางพรรคเขามีคนวางแผนยุทธศาสตร์ที่เก่งมีความเจนจัดในเรื่องการเมือง ขณะที่สองพรรคสร้างแต่นโยบายที่จะมาสร้างความหวังให้คนไทย บางครั้งก็อาจจะสู้บางพรรคไม่ได้ ตนว่าสีน้ำเงินมีความพร้อมมากกว่า พูดตรงๆไม่ได้เข้าข้าง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ถ้าพรรคส้มได้ที่ 1 ช่องว่างไม่ห่างจากสีน้ำเงิน ก็มีโอกาสที่จะได้เห็นการจัดตั้งรัฐบาลเหมือนครั้งที่ผ่านมา เพราะพรรคที่ได้ที่ 1ก็ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล ถ้าคะแนนที่ 1กับที่ 2 ห่างกันมาก ก็จะอยู่ที่พรรคตัวแปรอยู่ที่ว่าจะไปจับกับพรรคนั้นๆได้หรือไม่ ซึ่งกล้าธรรม ไม่ได้วางสถานะว่าเป็นพรรคตัวแปร แต่ก็มีสิ่งที่บางพรรคทำไม่ได้ แต่ตนทำได้ อันนี้เป็นเรื่องของพรสวรรค์ของแต่ละคน ที่ตนพูดว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของรัฐบาลในอดีต จึงได้ถูกโจมตีมาถึงทุกวันนี้ ถ้าจะให้มองสมการรัฐบาลวันนี้ยังไม่ชัดเจน ต้องรอหลังวันที่ 8 ก.พ.