“จุลพันธ์” จวก กกต.บกพร่องจัดเลือกตั้งล่วงหน้า จี้สอบเบิกเงินสดแบงก์ย่อยมากกว่า 300 ล้าน ด้าน “ชูศักดิ์” ชี้บกพร่องมากปล่อยเบอร์ปี66 โผล่
วันที่ 3 ก.พ. 2569 ที่ อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงปัญหาที่พบในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่1 ก.พ.ที่ผ่านมา อาจทำให้ผู้ใช้สิทธิเสียคะแนน ว่า ประเด็นนี้ คือข้อบกพร่องจริงๆ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรต้องทบทวนการทำงานของตัวเอง เพราะความผิดพลาดที่เกิดขึ้น การติดป้ายเบอร์ผู้สมัครผิดเกิดกับหลายพรรคการเมือง รวมถึงพรรคเพื่อไทยด้วย เราก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายไปแล้วเพื่อให้มีการแก้ไขให้ถูกต้อง
ส่วนเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงตอนนี้สถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ค่อนข้างรุนแรง พรรคเพื่อไทยยืนยันการซื้อสิทธิ์ขายเสียงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องซึ่งเราก็ไม่ทำ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเดินหน้าการเมืองที่บริสุทธิ์ยุติธรรม วันนี้ กกต. ต้องปฎิบัติหน้าที่ในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบการตรวจจับการประพฤติผิดให้เข้มเข้มงวดกว่าที่เป็นอยู่ วันนี้สังคมก็รอฟังหลายเรื่องอยู่ อย่างเช่นเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมาแจ้งว่ามีการเบิกเงินแบงก์ย่อยมากผิดปกติ200-300ล้านบาท วันนี้ไปถึงไหนแล้ว จึงอยากเรียกร้อง กกต. ให้มีความชัดเจน
ส่วนจะเป็นความบกพร่องโดยสุจริตหรือมีนัยทางการเมือง เราคงไม่ไปกล่าวโทษว่าสุจริตหรือไม่สุจริต เพียงแต่เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของ กกต. ที่ต้องดำเนินการ ให้ครบถ้วน
เมื่อถามต่อว่า พรรคเพื่อไทยอาจจะได้รับผลกระทบไม่มาก ต่อความบกพร่องการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า เหมือนบางพรรคการเมือง นายจุลพันธ์ แย้งว่า ไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตนี้เพราะทุกพรรคการเมืองได้รับผล
กระทบหมดไม่ว่าจะเป็นพรรคที่บัตรเบอร์หาย เพราะนี่คือความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้ง และพรรคเพื่อไทยก็มีพื้นที่ที่บัตรและใบปิดเบอร์ผู้สมัครหายเช่นเดียวกัน จึงคิดว่าเรื่องนี้สังคมไทยต่างหากที่เป็นผู้เสียหาย และ กกต. จะต้องทบทวน การทำงานของตัวเอง แต่การลาออกในช่วงนี้คงไม่ใช่ จังหวะและเวลาที่เหมาะสม ต้องเดินหน้าให้การเลือกตั้งเสร็จสิ้นก่อน
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความบกพร่องในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าลักษณะนี้จะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่ ว่า ถ้าตนเอง กกต. จะต้องตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง หาข้อยุติเพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจ ว่าความบกพร่องเกิดจากอะไรมีความบกพร่องโดยประมาทเลินเล่อธรรมดาหรือด้วยเจตนาต่างๆ และข้อสังเกตของตนเอง เรื่องนี้มันจะมีผลเป็นรูปธรรมก็ต่อเมื่อการไปลงคะแนนล่วงหน้าของประชาชนแล้วบัตรลงคะแนนจะส่งไปถึงจังหวัดต่างๆนั้นๆหรือเปล่า แต่เท่าที่ติดตามจากข่าว กกต. ก็ยอมรับแล้วว่าทำงานบกพร่องจึงคิดว่าไม่ใช่ความบกพร่องธรรมดา เพราะไปเอาเบอร์ผู้สมัครเลือกตั้งปี2566 มาซึ่งมันไม่น่าจะเกิดขึ้นกับมืออาชีพ
ส่วนถ้ามีคนไปร้องจะส่งต่อการเลือกตั้งอย่างไร นายชูศักดิ์ กล่าวว่าก็สุดแต่ดุลพินิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อก่อนนี้นานมาแล้วจำได้หรือไม่ ที่ กกต.เคยจัดคูหาเลือกตั้งโดยหันคูหาออกนอกหน่วยเลือกตั้ง อาจจะมีบริบทกับข้อเท็จจริงไม่เหมือนกันเอาหลายเรื่องมารวมกันแล้วก็ไปร้อง จนท้ายที่สุดคำวินิจฉัยออกมาว่าไม่สุจริตท้ายที่สุดการเลือกตั้งครั้งนั้นก็เป็นโมฆะ ครั้งนั้นมันหลายเรื่องแล้วเป็นบริบททางการเมืองที่ดูเหมือนว่าต้องการจะล้มการเลือกตั้งแต่ครั้งนี้บริบทมันต่างกัน





