วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

ใหญ่อย่างภูมิฯ เร่งโตตั้งรัฐบาล ‘แดง’ ตัวเปลี่ยนเกม ‘จับส้ม’

ใหญ่อย่างภูมิฯ เร่งโตตั้งรัฐบาล ‘แดง’ ตัวเปลี่ยนเกม ‘จับส้ม’

ความท้าทายในการเลือกตั้ง ปี 69 สำหรับ “ภูมิใจไทย” คือ การบริหารจัดการองคาพยพ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในพรรคให้ลงตัว เพื่อป้องกันแรงกระเพื่อมที่อาจก่อให้เกิดความแตกร้าวในอนาคต บนเส้นทางของ “สีน้ำเงิน” ที่กำลังเดินหน้าสู่การเป็นพรรคใหญ่ หรือพรรคอันดับ 1

ไม่ว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่ของภูมิใจไทย จะมาด้วยความตั้งใจ หรือโชคช่วยก็ตาม แต่ถึงนาทีนี้ จะกลับหลังหันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เมื่อลมใต้ปีกหนุนนำให้ดูยิ่งใหญ่ ฝ่าคมหอกคมดาบจากอะไรต่อมิอะไรทั้งหลาย

ภูมิใจไทยที่วางตำแหน่งทางการเมืองของตัวเอง เป็นพรรคอนุรักษนิยมเต็มตัวเจ้าใหม่ เข้าเกียร์ 5 เลือกเดินหน้าขวาสุดลิ่มทิ่มประตู ชูความรักชาติอันมโหฬาร เกทับบลัฟแหลกพรรคอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่งโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชน เพื่อไทย หรือประชาธิปัตย์

ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ จึงวัดความนิยมระหว่าง “ขวาสุดซอย” อย่างภูมิใจไทย และ “ซ้ายใหม่” สีส้ม อย่างแท้จริง ตามเกมที่บางฝ่ายเซตไว้ 

พรรคไหนจะชนะ ได้จำนวน สส.มาเป็นอันดับ 1 ไม่กี่วันรู้ผล แต่แน่นอนว่า ความได้เปรียบของสีน้ำเงินมีมากกว่าหลายพรรค ในแง่ของกลไกอำนาจ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ที่จัดทัพแถวตรงพร้อมอยู่นานแล้ว

เหมือนในคลิปเสียงคุยโทรศัพท์หลุด ที่คล้ายเสียงของ “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” รมช.มหาดไทย และผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ที่ยังต้องรอพิสูจน์ว่า ใช่หรือไม่ แต่ใครที่ได้ฟังบริบทสนทนา คงรู้สึกได้ถึงความกล้า และมั่นใจในขุมกำลังของพรรค อำนาจแฝงที่หนุนนำ

ช่วงหนึ่งมีการอ้าง และพาดพิงถึงบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ในพรรค และบางช่วงยังพยายามจูงใจคู่สนทนา ซึ่งคาดว่าเป็นนักการเมืองท้องถิ่นให้มาช่วยฝั่งตัวเอง พูดหว่านล้อม “มีอะไรให้บอก เรื่องในกระทรวงมหาดไทย ยกเว้นผู้ว่าฯ ตั้งเสร็จหมดแล้ว เรื่องงบฯ ไม่ต้องห่วง ถ้าเราเป็นฝ่ายรัฐบาล มีผู้แทนฯ มีรัฐมนตรีโก้เลย จะได้อะไรอย่างที่คิด”

แถมในคลิปเสียงหลุด ยังพาดพิงพรรคการเมืองหนึ่งว่า “ใจดำมาก กรณีตัดหางปล่อยวัดใครก็แล้วแต่ สลึงเดียวก็ไม่ให้” 

เรื่องนี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถูกนักข่าวถาม ก็ตอบได้เพียงว่า “มีคนส่งมาให้ฟังแล้ว มันก็ย้อนแย้งในตัวของมันเอง รอให้เจ้าของคลิปชี้แจงเอง เพราะฟังดูก็ไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม เพราะมีการระบุถึงคนนั้นใจดํา ก็ยังงง อยู่เลย เอาไว้เจอนายศักดิ์ดาจะถาม”

อีกปัจจัยสำคัญของความเป็นพรรคใหญ่ที่จะเป็นหลักทางการเมือง หนีไม่พ้น “จุดยืน” เจตจำนงที่ชัดเจน รวมถึงกระแส หรือความเป็นที่นิยมชมชอบ 

ถ้าฝั่งประเทศใกล้เคียงปลุกกระแสชาตินิยมด้วยการสู้รบกับอีกประเทศข้างเคียง เพื่อเรียกคะแนนเสียง ในบ้านเราเองก็อาจจะมีบางพรรคใช้โมเดลเดียวกัน ก็เป็นรูปแบบเฉพาะตัวของแต่ละพรรค เพราะบางพรรคไม่ถนัดเอาผลงาน นโยบาย ความมุ่งมั่นเปลี่ยนแปลง เป็นตัวนำเหมือนพรรคอื่น

บางพรรคจากที่เคยเป็น “พรรคตัวแปร” พอขนาดของพรรคขยายใหญ่แบบชั่วข้ามคืน หลายเรื่องจึงต้องบริหารจัดการแบบเฉพาะหน้า ที่สามารถหวังผลได้อย่างรวดเร็วทันใจ

เมื่อมองภูมิใจไทย ที่ถูกคาดหมายว่า จะมาที่ 1 เป็นแกนตั้งรัฐบาล มี “กล้าธรรม” เป็นพันธมิตร แต่อาจติดล็อกเงื่อนไข เช่น พรรคส้มไม่โหวตอนุทินรอบ 2 และประชาธิปัตย์ ไม่เอา “พรรคผู้กอง”

หากสถานการณ์เป็นแบบนั้น “สีน้ำเงิน” อาจจำเป็นต้องอาศัยเพื่อไทย  “ค่ายแดง” จะกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำคัญ ที่เลือกได้ระหว่าง “น้ำเงิน” หรือ “ส้ม”

แล้วต้องไม่ลืม “น้ำเงิน” กับ “ส้ม” โอกาสก็ยังเปิดกว้างเสมอ แถมมีขุมข่ายอำนาจข้างหลัง เอื้อให้เกิด “บิ๊กดีล” อุ้ม “น้ำเงิน” ไปต่อ ในแบบที่พรรคอื่นไม่กล้าขยับ

 

 


พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์