เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2569 นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชนและผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เมื่อ กกต. สร้างปัญหาแล้วไม่ยอมแก้ ประชาชนจึงต้องไปพึ่งศาลปกครอง
นายปริญญา ระบุว่า มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะมีเหตุจำเป็นที่ทำให้ไปเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 ไม่ได้ แต่ไม่ได้ลงทะเบียนขอลงประชามตินอกเขต (คือขอลงประชามติในเขตที่ตนเองสะดวก) เป็นจำนวนมากถึง 812,369 คน (คิดเป็น 33.7% ของคนลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งหมด 2.4 ล้านคน) ซึ่งคนเหล่านี้คือคนที่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีเหตุจำเป็นที่ไปเลือกตั้งไม่ได้ จึงค่อนข้างแน่นอนว่าคน 8 แสนกว่าคนนี้จะไปลงประชามติไม่ได้แน่
สาเหตุที่มีคน 8 แสนกว่าคนที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า แต่ไม่ลงทะเบียนขอลงประชามตินอกเขต เป็นเพราะระยะเวลาลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ามี 17 วัน (20 ธันวาคม 2568 - 5 มกราคม 2569) แต่ระยะเวลาลงทะเบียนประชามตินอกเขต กกต. ให้เวลาเพียงแค่ 3 วัน (3 - 5 มกราคม 2569)
เวลาลงทะเบียนให้แค่ 3 วัน การประชาสัมพันธ์ของ กกต. ก็ไม่ดี และระบบลงทะเบียนของ กกต.ก็มีปัญหา (เพราะ 2.4 ล้านคน เฉลี่ย 3 วัน เท่ากับวันละ 8 แสนคน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันสุดท้ายมีคนไปลงทะเบียนพร้อมกันเป็นจำนวนมาก เว็บจึงล่ม ซึ่งไม่ใช่ความผิดของประชาชน แต่เป็นความบกพร่องของ กกต. ที่ให้เวลาลงทะเบียนประชามติเพียงแค่ 3 วัน
แต่แทนที่ กกต. จะขยายเวลาให้ (ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเหลือเวลาอีกกว่า 1 เดือน) หรือหาทางแก้ปัญหาให้ กกต. กลับผลักภาระให้คน 8 แสนกว่าคนไปลงประชาติที่หน่วยเลือกตั้งของเขตตนเอง ก็เขาจะไปได้อย่างไรในเมื่อเขาแจ้งไปแล้วว่าไปเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ไม่ได้
ที่สำคัญคือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 50 (7) บัญญัติให้บุคคลมีหน้าที่ “ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือลงประชามติ …” โดยหากไม่ไปเลือกตั้ง หรือไม่ไปลงประชามติ โดยไม่มีเหตุอันสมควร จะเสียสิทธิหลายประการ โดยมาตรา 24 พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 กำหนดให้เสียสิทธินานถึงสองปี
นี่จึงเป็นเหตุให้มีผู้เสียหาย คือจะถูกตัดสิทธิ และถูกตัดออกจากการตัดสินในประเด็นคำถามประชามติเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ทุกคนมีสิทธิ 1 เสียงเท่ากันในการตัดสินใจ จึงมีการไปร้องต่อศาลปกครอง ซึ่งมีอำนาจในการวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 197 วรรคสาม เนื่องจากเรื่องนี้ไม่ใช่อำนาจวินิจฉัยชี้ขาดของ กกต. (อำนาจวินิจฉัยชี้ขาดคือการให้ใบเหลืองใบแดงเป็นต้น) จึงอยู่ในเขตอำนาจศาลปกครองที่จะพิจารณา
ผู้ร้องคืออาจารย์อุษณีย์ Usanee Lert โดยทนายความชา Thanu Rungrotreungchai โดยขอให้ศาลปกครองสั่งขยายเวลาให้ลงทะเบียนประชามตินอกเขตเพิ่มเติมให้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ กกต. ยังทำให้ได้ เพราะประชามติลงที่หน่วยใดก็ได้ และแต่ละหน่วยก็มีระบบการลงประชามตินอกเขตอยู่แล้ว
ที่ต้องลุ้นคือวันพรุ่งนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2569) ศาลปกครองจะมีคำพิพากษาอย่างไร จะมีคำสั่งคุ้มครองสิทธิประชาชนจากการกระทำที่บกพร่องของ กกต. แค่ไหนอย่างไร และจะคุ้มครองเยียวยาเฉพาะผู้ร้อง หรือจะรวมไปถึงคนทั้งหมด 812,369 คนด้วย
ต้องขอบคุณอาจารย์อุษณีย์ และทนายชาที่ช่วยฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครองในนามของประชาชน 8 แสนคน เรื่องนี้ต้องติดตาม เพราะตอนนี้มีแต่อำนาจตุลาการเท่านั้นที่ประชาชนจะพึ่งได้ในการตรวจสอบถ่วงดุล กกต. ครับ!
หมายเหตุ: หมายนัดฟังคำพิพากษาจากเพจทนายชา @Thanu Rungrotreungchai อีกภาพเป็นเอกสารข่าวศาลปกครองที่แจ้งข่าวเรื่องนี้ครับ
ที่มา Prinya Thaewanarumitkul





