background-default

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ล้านแชร์เขย่า ‘เลือกตั้งล่วงหน้า’ จับพิรุธ กกต.ถึงคิวต้องปฏิรูป

ล้านแชร์เขย่า ‘เลือกตั้งล่วงหน้า’ จับพิรุธ กกต.ถึงคิวต้องปฏิรูป

จบลงอย่างไม่สวยงามนัก สำหรับการ “เลือกตั้งล่วงหน้า” นอกเขต เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2568 ที่ผ่านมา โดยมี “หน่วยเลือกตั้ง” หลายพื้นที่ถูกร้องเรียน และเกิดข้อกังขาขึ้น ในเรื่องของ “เลขรหัสเขต” ที่อาจไม่ตรงกับเขตที่เลือกตั้งจริง รวมไปถึงกรณีการติดป้ายแนะนำตัวและหมายเลขของผู้สมัคร สส.ไม่ครบถ้วน และบางหน่วยเลือกตั้งอ้างว่า ผู้สมัคร สส.คนดังกล่าว “ถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง”ไปแล้ว ซึ่งไม่เป็นความจริง โดยเหตุที่เกิดส่วนใหญ่เป็นผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคเพื่อไทย

ทำเอา “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน.ที่ปัจจุบันกำลังเดินสายอยู่ใน “คาราวานรถแห่ส้ม” ในพื้นที่ภาคตะวันออก แสดงออกผ่านสีหน้าด้วยความเซ็งสุดขีด โดยกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งในพื้นที่ จ.ตราด เมื่อ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า 

รู้สึกอารมณ์เสียเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพบข่าวการทำงานผิดพลาดของ กกต. ในหลายกรณี ทั้งการไม่แปะเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร พอประชาชนท้วง กลับบอกว่าผู้สมัครคนนั้นถูกตัดสิทธิ์ไปแล้ว ซึ่งไม่เป็นความจริง ทั้งการแปะคิวอาร์โค้ดรายละเอียดผู้สมัครผิดจากปี 2569 ไปเป็นข้อมูลของการเลือกตั้งปี 2566 รวมทั้งการกรอกเลขรหัสเขตผิด เปรียบเสมือนการใส่จดหมายผิดซอง อาจทำให้คะแนนเสียงที่พี่น้องประชาชนลงไป ไปอยู่ในเขตอื่นก็เป็นได้

“ธนาธร” ถึงกับลั่นวาจาว่า “ทำไมเกิดแต่กับพรรคประชาชน งานนี้ต้องมีคนติดคุก” ท่ามกลางเสียงโห่ร้องปรบมือจากประชาชนที่มาฟังการปราศรัย โดยเขากล่าวทิ้งท้ายว่า “ทางแก้เดียวของพวกเราก็คือการออกไปเลือกตั้ง 8 ก.พ. กาให้พรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ ให้มากที่สุด เอาให้ชนะขาด ใครก็ตามที่มองมาจากดาวอังคารก็รู้ว่าชนะขาด เอาให้ชนะจนกลโกงของพวกเขาจะไม่สามารถทำอะไรเราได้”

นอกจากคำปราศรัยของ “ธนาธร” แล้ว สิ่งหนึ่งที่อาจสะท้อน “ความโกรธเกรี้ยว” ของประชาชนในการเลือกตั้งล่วงหน้าดังกล่าว คือการแชร์ข้อมูล “ความผิดปกติ” ในการเลือกตั้งล่วงหน้า จากเฟซบุ๊กแฟนเพจ iLaw หรือโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน องค์กรภาคประชาชนที่มีวาระเคลื่อนไหวเรียกร้องทางการเมืองมาโดยตลอด ทั้งการปฏิรูปภาครัฐ การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการจับตาการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบพบว่า หลังจบการเลือกตั้งล่วงหน้า 17.00 น.เมื่อ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการแชร์ข้อมูลจากเพจ iLaw ไปกว่า 1 ล้านครั้ง ซึ่งถือเป็นยอดแชร์ที่สูงเป็นประวัติการณ์ในโลกโซเชียลมีเดีย น่าจะมากที่สุดของเฟซบุ๊กในประเทศไทย และอาจมากติดอันดับต้น ๆ ของโลกอีกด้วย

โดยข้อมูลที่ประชาชนแห่แชร์กันจาก iLaw นับ “ล้านแชร์” คือกรณีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งกรอกเลข “รหัสเขตเลือกตั้ง” หน้าซองผิด โดยเป็นความผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ อันเกิดจากความไม่เข้าใจระบบรหัสเขตอย่างดีพอ อาจส่งผลให้บัตรเลือกตั้งที่กากบาทใส่ซองไปแล้ว เดินทางไปผิดเขต จนกลายเป็น “บัตรเขย่ง” ขึ้นได้

ขณะที่เพจ Vote62 ซึ่งเป็นหน่วยงานภาคประชาชน ที่จับตาการเลือกตั้ง ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา สรุปปัญหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในวันเลือกตั้งล่วงหน้าไว้หลายประเด็น โดยเฉพาะกรณีเจ้าหน้าที่เขียนรหัสเขตเลือกตั้งบนหน้าซองผิด อาจทำให้เกิดบัตรเสียมหาศาล โดยภายหลังการปิดหีบ 17.00 น. เมื่อ 1 ก.พ. มีผู้รายงานปัญหาเข้ามาที่ Vote62 จำนวน 635 คน และพบว่าเกินครึ่ง ประมาณ 372 กรณีเป็นปัญหาเจ้าหน้าที่เขียนรหัสเขตเลือกตั้งบนหน้าซองผิด โดยพบว่ามีหลากหลายกรณีที่เกิดขึ้น เช่น

1.ใบนำทางเขียนรหัสเขต 4 ตัวผิด แต่ไม่รู้ว่าหน้าซองเขียนผิดด้วยไหม

2.ข้อมูลรหัสเขต 4 ตัวในแอปฯ ระบบตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าของสำนักเขตผิด ไม่ตรงกับข้อมูลล่าสุดที่ กกต. ปล่อยออกมา

3.เจ้าหน้าที่เขียนรหัสเขต 4 ตัวหน้าซองผิด ทักท้วงถึงมีการแก้ไข

4.เจ้าหน้าที่เขียนรหัสเขต 4 ตัวหน้าซองผิด ทักท้วงแต่ไม่มีการแก้ไข

เพจ Vote62 ระบุอีกว่า ปัญหาเจ้าหน้าที่เขียนรหัสเขตเลือกตั้งบนหน้าซองผิด พบว่า หลังจากมีรายงานเรื่องนี้ในสื่อและโซเชียลมีเดีย เพจเฟซบุ๊กของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เผยแพร่รหัสเขตเลือกตั้งบนซองใส่บัตรเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อเวลา 13.47 น.ให้ประชาชนรับทราบ ทั้งนี้ เมื่อย้อนดูประวัติการโพสต์ของเพจ กกต.กลางในรอบ 7 วันที่ผ่านมา พบเพียงการประชาสัมพันธ์เตือนให้ระชาชนตรวจสอบเลขเขตเลือกตั้งให้ดี แต่ก็ไม่ได้แจ้งรายละเอียดรหัสเขตแต่อย่างใด

ย้อนไปเมื่อปี 2566 เคยเกิดปัญหานี้มาแล้ว โดยเจ้าหน้าที่เขียนรหัสเขตผิด ไปเขียนรหัสไปรษณีย์แทน ในปี 2569 นี้มีการปรับระบบเป็นตัวเลข 4 หลัก เพื่อให้ต่างจากรหัสไปรษณีย์ซึ่งมี 5 หลักแล้ว แต่ก็ปรากฏว่ายังมีความผิดพลาด

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งล่วงหน้าปี 2566 ซึ่งมีการรายงานปัญหาและความผิดปกติที่พบเข้ามาในระบบของ Vote62 ทั้งหมด 547 ราย จาก 58 จังหวัด พบว่าปัญหาที่ถูกรายงานเข้ามากที่สุดจำนวน 166 ราย ก็คือ ใส่รหัสเขตหน้าซองผิดจากเขตเลือกตั้งจริง/เขียนเขตผิด/ไม่ระบุหมายเลข/เขียนเขตผิดเช่นเดียวกัน

นอกจากปัญหาเจ้าหน้าที่เขียนรหัสเขตเลือกตั้งบนหน้าซองผิดแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่มีการรายงานเข้ามามากคือ ปัญหาเกี่ยวกับกระดานแนะนำผู้สมัคร/พรรค โดยพบว่า มีหลากหลายกรณีที่เกิดขึ้น เช่น 1.ไม่มีกระดานแนะนำผู้สมัคร/พรรค 2.รายชื่อผู้สมัคร/พรรค ไม่ครบ 3.มีข้อมูลผู้สมัครที่ถูกตัดสิทธิไปแล้ว

นอกจากนี้ ยังพบปัญหาอื่นๆ ที่มีการรายงานเข้ามา ทั้งลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วแต่ไม่พบชื่อ เจ้าหน้าที่ไม่เซ็นชื่อบนรอยต่อซองจดหมาย  เจ้าหน้าที่ไม่ปิดรอยต่อด้วยเทปใส เจ้าหน้าที่เซ็นชื่อบนเทปใส มีการทำลายบัตรเลือกตั้ง หรือพบการถ่ายรูปในคูหาเลือกตั้ง และในประเด็นเรื่องการรอใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแทบทุกครั้งในการเลือกตั้งล่วงหน้า ในปีนี้พบว่ามีการรายงานเล็กน้อย โดยส่วนใหญ่แจ้งว่าใช้เวลาในการรอใช้สิทธิประมาณ 30 นาที - 1 ชั่วโมง

เพจ Vote62 ระบุด้วยว่า ในการรายงานครั้งนี้ มีผู้ไปใช้สิทธิรายงานเข้ามา 49 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีการรายงานเข้ามามากที่สุด 10 อันดับแรกก็คือ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ชลบุรี ปทุมธานี เชียงใหม่ สงขลา นครปฐม นครราชสีมา และภูเก็ต

หลังเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น iLaw ได้จัดทำข้อเรียกร้องไปยัง กกต.โดยระบุว่า กกต. ต้องแถลงขอโทษต่อประชาชนสำหรับความผิดพลาดในการจ่าหน้าซองที่เกิดขึ้นซ้ำซากต่อเนื่องจากการเลือกตั้งครั้งก่อน การมองว่าเป็นเพียงความผิดส่วนบุคคลของ กปน. คือความมักง่าย เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ความผิดพลาดเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก ย่อมสะท้อนถึงความล้มเหลวของระบบการอบรมและการกำกับดูแลที่ชัดเจน และผลลัพธ์จากความผิดพลาดอาจรุนแรงกว่าปี 2566

นอกจากนี้ กกต. ต้องรวบรวมและเปิดเผยตัวเลขความผิดพลาดทั้งหมดอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะจำนวนซองที่มีการแก้ไขรหัสจังหวัดและเขตในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง โดยต้องแถลงต่อสาธารณะ และต้องมีกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับเพื่อให้ประชาชนวางใจได้ว่าบัตรในซองที่ถูกแก้ไขจะถูกส่งถึงเขตที่ถูกต้อง หากพื้นที่ใดมีข้อร้องเรียนหรือพบความผิดปกติเรื่องจำนวนบัตรไม่ว่าจะ “บัตรขาด” หรือ “บัตรเขย่ง” ต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อยุติที่กระจ่างชัด

iLaw ระบุด้วยว่า ความโกลาหลในวันนี้ยืนยันแล้วว่า “สายตาของประชาชน” คือเกราะป้องกันความผิดพลาดที่มีประสิทธิภาพที่สุด การตรวจสอบ และรายงานปัญหาจากหน้าหน่วยเลือกตั้งโดยประชาชน มีผลโดยตรงต่อการระงับยับยั้งความผิดพลาดและปกป้องคะแนนเสียงมหาศาล กกต. จึงมีหน้าที่ต้องอำนวยความสะดวกและสนับสนุนให้ประชาชนสังเกตการณ์การจัดการเลือกตั้ง การนับคะแนน และการรายงานคะแนนได้เต็มที่ โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะมีความผิดพลาดน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย

อย่างไรก็ดี ประเด็นปัญหาดังกล่าวข้างต้น “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต.แถลงขอโทษต่อประชาชนไปแล้วเมื่อช่วงค่ำ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา เช่น 1. บางหน่วย บางจังหวัดไม่มีเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครของบางพรรคการเมืองที่หน้าหน่วยเลือกตั้ง 2. กรณีปัญหาคิวอาร์โค้ดข้อมูลผู้สมัครสส. ที่ทางกทม.จัดทำเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลกับผู้มาใช้สิทธิ์ 

3. กรณีเจ้าหน้าที่เขียนรหัสเขตเลือกตั้งหน้าซองใส่บัตรผิด ขอชี้แจงว่า รหัสเขตเลือกตั้ง ใน 1 เขต จะมีหลายอำเภอ แต่ละอำเภอจะมีรหัสไปรษณีย์แตกต่างกัน และบางเขตรหัสไปรษณีย์ซ้ำกัน เช่น สมุทรปราการ กับกทม. ดังนั้นทางไปรษณีย์ ในฐานะผู้นำส่ง จึงได้กำหนดรหัสเขตการเลือกตั้งขึ้นมาเป็นการเฉพาะ เพื่อให้นำส่งถึงทั้ง 400 เขตอย่างถูกต้อง

“ปัญหาความผิดพลาดที่เกิดขึ้น จะไม่ส่งผลกระทบกับการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. เพราะในวันที่ 8 ก.พ.ไม่มีเรื่องการใช้รหัสเขตการเลือกตั้ง หรือคิวอาร์โค้ดแล้ว รวมถึงเรื่องการสังเกตการณ์ของผู้แทน และประชาชน ในหน่วยเลือกตั้งที่ตั้งอยู่ในเขตทหาร เราจะนำสิ่งที่เกิดขึ้นไปปรับปรุงการทำงานในวันที่ 8 ก.พ.” แสวง กล่าว

ล่าสุด พรรค ปชน.จะยื่นหนังสือถึง กกต.ให้ดำเนินการสอบสวน และลงโทษเจ้าหน้าที่ กปน. (กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง) ที่เกิดความผิดพลาดขึ้นแล้ว หากพบว่ายังเมินเฉย อาจถูกยื่นคำร้องเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้

ดังนั้น ถึงเวลาวัดใจ 8 ก.พ.วันเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป และเป็นวันออกเสียง “ประชามติ” เพื่อให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากประชาชนจำนวนไม่น้อย ต้องการให้ “ปฏิรูป กกต.” ผ่านการกา“เห็นชอบ”ประชามติ ผลักดันรัฐธรรมนูญใหม่ ให้องค์กรอิสระทำงานอย่าง“ตรงไปตรงมา” เหมือนที่เคยเรียกร้องมาตลอดเสียที