วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

'อนุทิน' ปลุกลูกพรรคฮึกเหิม มั่นใจ ภท.ผงาดที่ 1 พร้อมจับ 'ส้ม-แดง'

'อนุทิน' ปลุกลูกพรรคฮึกเหิม มั่นใจ ภท.ผงาดที่ 1 พร้อมจับ 'ส้ม-แดง'

'อนุทิน' ปลุกลูกพรรคฮึกเหิม มั่นใจภูมิใจไทยผงาดที่1 โอกาสทุกออปชัน 130-200 พร้อมจับ 'ส้ม-แดง' ส่วน กธ.-ปชป. ขอเป็นผู้กำหนด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.ไทยในฐานะแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการกรรมกรข่าวนอกจอถึงการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายว่า ยังคงมุ่งเน้นไปที่การหาเสียงออร์แกนิกเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ต้องมีสัญลักษณ์ในทางการเมืองบ้าง เช่น การปราศรัยใหญ่ตามจังหวัดต่างๆ โดยวันนี้(2 ก.พ.69)จะเดินทางไปปราศรัยที่จ.สุพรรณบุรี ขณะที่วันพรุ่งนี้(3 ก.พ.69)จะเดินทางไปปราศรัยที่ จ.พิษณุโลก และจ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งจะไปตามคำร้องขอของผู้สมัคร

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการจับตาว่าจะเป็นการแข่งกันระหว่างพรรคสีน้ำ และพรรคส้ม นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ระบุไปก่อนหน้านี้ว่าพรรคสีน้ำเงินจะไม่สูสีแต่มั่นใจว่าจะชนะก็ต้องเรียนตามตรงว่าเป็นการสร้างความฮึกเหิมให้กับพลพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเราทำงานเต็มที่ทุกความสามารถที่มีอยู่ และมีผลงานมาแสดงให้เป็นที่รู้จักกับพี่น้องประชาชน 

รวมทั้งบุคลากรที่เราวางตัวไม่ว่าจะเป็นนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.การคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์  รมว.พาณิชย์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ

ก็ต้องยอมรับว่าการที่ทั้ง 3 ท่านนี้ได้เดินทางไปยืนทั่วโลก ก็ได้รับเครดิตการเจรจาต่างๆ ให้กับประเทศไทยก็จะมีน้ำหนักเพิ่มมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เรายังมีบุคลากรภาคการเมืองที่จะไปวางไว้ในจุดต่างๆ ที่เหมาะสม 

ขณะที่เป้าหมายตัวเลข สส.พรรคภูมิใจไทยในรอบนี้จากที่ตนมีประสบการณ์ด้านการบริหารทางภาคธุรกิจภาคเอกชน ย่อมรู้ดีถึงกระแสโดยนับตั้งแต่ที่ตนเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็จะมีวิธีคิดวิธีจำ สิ่งที่ได้นำเสนอมาโดยตลอดทั้งนี้หากเทียบกับการเลือกตั้งปี 2562 ตนเดาไว้ 52 ก็เข้ามา 51 ถัดมาที่การเลือกตั้งปี 2566 ตนเดาไว้ 73 ก็เข้ามา 71 

ดังนั้นก็ต้องมีกลไกบางอย่างที่ทำให้เชื่อไม่ว่าจะเป็นการคำนวณของตนเหตุผลที่ใช้ประกอบ และสัญชาตญาณ โดยตนจะมีการปรู๊ฟกับทางทีมงานยุทธศาสตร์ตลอดเวลา

ถามย้ำถึงเป้าหมายเมื่อทำย้ำถึงตัวเลข สส.ของพรรคภูมิใจไทย รอบนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็คาดว่าจะมาเยอะ 

"พ่อผมสอนมาตั้งแต่เด็กว่าเวลาไปทำอะไรหรือแข่งขันกับใครให้เป็นที่ 1 อย่าเป็นที่ 2 เพราะถ้าเป็นที่ 2 คนจะลืม แต่ทั้งนี้การเป็นที่ 1 ก็ยังมีช่องเซฟตี้ ถ้าสมมติว่าเป็นที่ 1 ในการเลือกตั้งไม่ได้แต่ถ้ามีการดำเนินการใดๆ ในระบอบรัฐสภาหรือระบอบประชาธิปไตยก็ต้องเป็นที่ 1 ในขั้วนั้นๆ ให้ได้"


ถามย้ำอีกว่า ขั้วดังกล่าวมีใครบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ก็มีทุกขั้ว แม้กระทั่งพรรคประชาชนก็ไม่ได้ถือว่าเป็นขั้วตรงข้าม มีแต่หัวหน้าพรรคประชาชนบอกว่าไม่ยกมือให้อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีแต่ก็ยังไม่เคยพูดว่าไม่เอาพรรคภูมิใจไทย

ถามย้ำถึงตัวเลขคาดการณ์ภูมิใจไทยประเมินที่นั่ง สส.ไว้ที่ 180 ที่นั่ง จริงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผมประเมินสูงโดยดูจากการทำงาน หากมาพูดเดี๋ยวก็จะมีคนมาโจมตีสังคมไทยเป็นสังคมหมั่นไส้ง่าย

เอาเป็นว่าการทำงานที่ผ่านมาของพรรคภูมิใจไทยยืนยันว่ามีความพร้อมในทุกๆ ด้านมี และมีการติดตามผลรวมถึงประเมิน เราส่งผู้สมัครกว่า 300 เขตโดยจำนวนนี้ก็มีคนที่เป็น สส.อยู่แล้ว และชนะการเลือกตั้งอยู่แล้วประมาณ 160 เขต และมีอีกประมาณ 70 เขตเป็นผู้ที่เกือบจะได้โดยแพ้ไปเพียงหลักร้อยหลักพันคะแนนเท่านั้น 

โดยนับตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 พรรคได้กำชับกลุ่มคนเหล่านี้ว่าเปรียบเสมือน สส.ซึ่งต้องลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาตนได้ลงพื้นที่มากกว่าผู้สมัครก็จะมียุทธศาสตร์ที่จะทำอย่างไรให้พื้นที่มีความต่อเนื่องตรงไหนที่เป็นจุดอ่อนหรือเป็นที่ไม่พอใจกับชาวบ้านก็ไปแก้ทีละจุดถ้าอยู่ในวิสัยที่แก้ได้

 "การเลือกตั้งครั้งนี้โอกาสที่จะต่ำกว่า 100 ยากกว่าโอกาสที่จะสูงกว่า 100 นี่พูดมาปีกว่าๆ แล้ว" หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยคาดการณ์ 

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกระแสพรรคประชาชน ต้องยอมรับว่า ในการเลือกตั้งปี 2566 พื้นที่ที่ถือว่าเซอร์ไพรส์ คือ สนาม กทม.ซึ่งพรรคก้าวไกลในเวลานั้นกวาด สส.มาได้ถึง 32 ที่นั่งจากทั้งหมด 33 ที่นั่งจากที่ประเมินไว้ว่าจะได้ประมาณ 20 กว่าที่นั่ง ขณะที่พื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะเขตเมืองซึ่งพรรคก้าวไกลปักธงได้นั้นตนรู้มาแต่ต้นอยู่แล้วว่าสู้ยาก เป็นที่มาของการคาดการณ์ว่าภูมิใจไทยจะได้ 73 คน 

ส่วนรอบนี้คิดว่าพรรคภูมิใจไทยก็มีบุคลากรในบริบทเดียวกันที่มีความรู้ ความสามารถ เท่ากัน แต่ละคนก็ให้แนวคิดเป็นนโยบายที่เชื่อว่าจะสร้างความมั่นใจ ให้กับคนทุกช่วงวัยได้

ขณะที่ตัวเลขคาดการณ์ สส.บัญชีรายชื่อจากรอบที่แล้วซึ่งภูมิใจไทยได้ 3 คนนั้น คิดว่าขี้หมูขี้หมาต้องได้สัก 7 คนภูมิใจไทยไม่เคยได้น้อยขนาดนั้นซึ่งยอมรับว่ามาจากกระแสพรรคส้ม มาเที่ยวนี้เราก็ต้องได้มากพอสมควรอาศัยว่าเราได้เข้ามาเป็นรัฐบาล และแกนนำรัฐบาล และเป็นนายกรัฐมนตรี และได้แสดงผลงาน 3 เดือน อย่างน้อยสิ่งที่ประชาชนเชื่อมั่นในพรรคภูมิใจไทยคือ เราเป็นพรรคที่กล้าตัดสินใจ และรู้ว่าอยู่ในสถานะไหน โดยเฉพาะการดีลกับคู่กรณีที่เราจะไปแสวงหาความร่วมมือ และความช่วยเหลือจากเขาอย่างไร

นายอนุทิน ยังกล่าวว่า ตัวเลขคาดการณ์ สส.บัญชีรายชื่อรอบนี้คาดหวังอยู่ที่ 10-15 ที่นั่ง     

ถามย้ำว่า ขณะนี้คาดการณ์ว่าภูมิใจไทยจะได้เป็นรัฐบาล 200 ที่นั่ง นายอนุทิน กล่าวว่า มีทุกออปชัน สูงสุด 200 ขณะที่ต่ำสุดคือ130 ที่นั่ง

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังกล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์พรรคภูมิใจไทยโหนกระแสรักชาติ รวมถึงประเด็นที่มีการปราศรัยโดยพาดพิงประเด็นอังเคิลว่า ก่อนที่ตนจะเข้ามามีการนำชาติไปเป็นเบี้ยล่างในทุกๆ ประเด็น 

"พรรคที่มาว่าผมใช้คนที่ไม่ได้มีส่วนเสียหายมาพูดอะไรก็ได้แต่ตัวเองไม่ต้องรับผิดชอบ พูดมาก็โดนสวนกลับไปที่ไม่ได้เสียหายอะไร แต่คนที่เสียหายคือ อดีตนายกฯ"

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงสูตรจับขั้วรัฐบาลหลังวันที่ 8 ก.พ.69 ต้องให้สิทธิพรรคอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลแต่หากที่หนึ่ง ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เนื่องจากพรรคอันดับ 2 และ 3 แพ็กกันก็เป็นสิทธิของเขา

ส่วนโอกาสในการจับมือกับพรรคประชาชน ซึ่งก่อนหน้านี้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนประกาศจะไม่โหวตให้อนุทินเป็นนายกฯ ขอกลับไปคิดออปชันนี้ก่อน  เพราะผมก็มั่นใจในระดับหนึ่ง

ทั้งนี้เงื่อนไขที่ประกาศชัดเจนคือ ต้องไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1 และ 2 รวมถึงประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 ส่วนเรื่องอื่นขอกลับไปคิดก่อน

ถามย้ำว่า มั่นใจว่าภูมิใจไทยจะเป็นพรรคอันดับหนึ่ง นายอนุทิน กล่าวว่า "ครับ" ก่อนระบุว่า "ตรงนั้นก็ Take it from there ผมจะไม่ออกมาซ่าก่อนถ้าผมเป็นที่ 2 ที่ 3 ผมก็จะอยู่นิ่งๆ รอให้ที่หนึ่งเขาจัดก่อนที่ 1 เขาจะชวนผมรึเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าเขาชวนเราก็ต้องมานั่งคุย"

นายอนุทิน ยังกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นคนกำหนดมาโดยตลอดว่าเราจะอยู่ในสถานะไหนปี 2569 เรามีโอกาสเป็นรัฐบาลหัวหน้าพรรคมีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรี  ยังไม่ได้คิดถึงการเป็นที่ 2 เพราะต้องใช้ทุกองคาพยพที่มีอยู่สร้างความมั่นใจจากประชาชนให้ได้ 

ถามว่า ยังจับกับแดงได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน ย้ำว่าคุยได้กับทุกฝ่ายตนไม่เคยฟาดใครก่อน แต่ถ้าฟาดด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จตนก็ต้องออกมาแก้ คนที่ฟาดส่วนใหญ่ก็เอาข้อมูลที่เป็นเท็จเช่น บอกว่าเอาเขากระโดงมาคืน ผมจะเอาที่ไหนมาคืน ในเมื่อไม่มีเขากระโดงอยู่กับผม แม้แต่ตารางนิ้วเดียว ยืนยันว่าที่ผ่านมาดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา 

นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายถึงการร่วมรัฐบาลกับ  พรรคกล้าธรรม กับพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ต้องรอผล ถ้าเป็นหัวหน้ารัฐบาลก็จะเป็นคนกำหนด แต่ยังไม่ขอบอกว่าใครทั้งสิ้น  ผมไม่เอาอย่างเดียวคือ คนผิดกฎหมายคนที่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังไม่ดีไม่ประกอบอาชีพสุจริตแต่ตรงนี้ต้องมีกฎหมายมายืนยัน 

    
    
    

 


พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์