วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

กระแส ‘ฟ้า’ ตัดแต้ม ‘น้ำเงิน’ สะเทือนเบอร์ 1 ‘ขั้วอนุรักษ์’

กระแส ‘ฟ้า’ ตัดแต้ม ‘น้ำเงิน’  สะเทือนเบอร์ 1 ‘ขั้วอนุรักษ์’

ก่อนวันกากบาทบัตร 8 ก.พ.2569 “ขั้วอนุรักษ์” แตกออกเป็น 2ฝั่ง ฝั่งหนึ่งเทใจให้กับ “พรรคภูมิใจไทย” อีกฝั่งปันใจให้ “พรรคประชาธิปัตย์” ย่อมส่งผลให้แต้ม “ขั้วอนุรักษ์” แบ่งเป็น 2 ส่วนได้เช่นกัน 

จึงทำให้ “พรรคสีน้ำเงิน” จำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์ใหม่ในสัปดาห์สุดท้าย เนื่องจากเดิมพันของพรรคภูมิใจไทย ภายใต้การบัญชาการของ "เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ ผู้นำจิตวิญญาณของพรรค ต้องการอัปเกรดขึ้นมา เป็น “พรรคเบอร์หนึ่ง” ในซีกอนุรักษ์ เพื่อโชว์ศักยภาพให้ “เครือข่ายอนุรักษ์” เลือกใช้บริการ

ทว่าการกลับมาของ “เดอะ มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ “กระแสสีฟ้า” ซึ่งเคยยืนหนึ่ง พรรคขั้วอนุรักษ์ กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง

ผลโพลหลายสำนักชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า “พื้นที่ภาคใต้” กระแสของ “หัวหน้ามาร์ค” พุ่งแรงแซงทุกคน โดยมีความนิยมอยู่ในระดับเกือบร้อยละ 40 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ “กระแสสีน้ำเงิน” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จากเดิมที่ความนิยมของ “อนุทิน - ภูมิใจไทย” ดีดตัวพุ่งสูงในช่วงนั่งเก้าอี้นายกฯ และมีแต้มจากปฏิบัติการพิชิต “สมเด็จฮุน เซน” โหวตเตอร์สายอนุรักษ์ในพื้นที่ภาคใต้เริ่มเทใจให้ “พรรคสีน้ำเงิน”

ทว่า บาดแผลจากสถานการณ์ภัยพิบัติ “น้ำท่วมหาดใหญ่” แม้จะถูกกลบให้ซาลง แต่ในพื้นที่ยังมีการพูดคุยถึงมิติการบริหารงานของ “อนุทิน - ภูมิใจไทย” เกือบทุกวงน้ำชา

ตรงกันข้ามกับความคึกคักของ “พรรคสีฟ้า” จากการกลับมาของ “อภิสิทธิ์” ซึ่งพิสูจน์แล้วว่า จุดยืนทางการเมืองเข้มแข็ง ยอมหักไม่ยอมงอ ยอมเจ็บ ไม่ยอมเสียหลักการ ทำให้ความนิยมพุ่งแรง และไม่มีทีท่าจะหยุดลง

ไม่ต่างจากพื้นที่ “เมืองหลวง” จากเดิม “ค่ายสีน้ำเงิน” หวังว่าจะมีโอกาสปักธงใน กทม. แต่ปรากฏว่า “กระแสสีฟ้า” กลับมาครองใจคนเมืองหลวง จากที่คาดว่า “ฟ้า” จะกิน “ส้ม” แต่ล่าสุด “ฟ้า” กลับกิน “น้ำเงิน” ส่วน “ส้ม” ยังยืนเด่นอย่างแข็งแรง

ในช่วงทางตรงสัปดาห์สุดท้าย จึงมีปฏิบัติการของ “สองแม่ทัพสีน้ำเงิน” โดย แม่ทัพ กทม. “ศุภมาส อิศรภักดี” ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายว่า 

"รอบนี้จริงๆ มีแค่ 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายกับฝั่งขวา ก็มีแค่ฝั่งเราคือ มุมน้ำเงิน กับอีกมุมหนึ่งเท่านั้น ไม่เลือกเราเขามาแน่ ขอร้องพี่น้องทุกคน ถ้าอยู่ฝั่งเรา ซึ่งประกอบไปด้วยหลายสีด้วยกัน เลือกสีอื่นไปคะแนนแตกเสียงหาย คะแนนทิ้งน้ำแน่นอน ยังไงก็ขอให้ทุกท่านที่อยู่ฝั่งเรา อย่าให้เสียงแตก มาเลือกภูมิใจไทย เพื่อให้ได้อยู่ฝั่งน้ำเงิน เพราะหัวหน้ามุมน้ำเงิน ก็คือ อนุทิน”

ตามมาด้วย “แม่ทัพภาคใต้” พิพัฒน์ รัชกิจประการ ยังออกมากระชับประเด็นเลือกข้างว่า “ผมคิดว่า ปัจจุบันนี้การเมืองควรจะเลือกฝ่ายว่า ฝ่ายที่รักชาติกับฝ่ายที่ไม่รักชาติ ผมอยากประกาศให้คนไทยฟังชัดๆ ว่าพรรคไหนที่รักชาติ ขอให้ช่วยกันเลือก ฝ่ายไหนที่ไม่รักชาติ ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกเขา”

ปฏิบัติการของ “คีย์แมนสีน้ำเงิน” ชัดเจน เพื่อบีบให้โหวตเตอร์เลือกเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ต้องปันใจปันคะแนน เพราะหาก “เสียงตกน้ำ” จะเข้าทาง “ขั้วเสรีนิยม”

ฝั่ง “หัวหน้ามาร์ค” ย่อมเห็นทางของ “ครูใหญ่สีน้ำเงิน” จึงแก้เกม ด้วยการเดินสายเกทับปลุกคนใต้ เลือกสีฟ้า “2 ใบใจเดียวกัน” ไม่ต้องแบ่งคะแนนให้ใคร เพราะระดับเซียนเหยียบเมฆยี่ห้อ “พรรคสีฟ้า” รู้ดีว่า กระแสเป็นต่อ กระสุนเป็นรอง หากโหวตเตอร์เลือก “พรรคประชาธิปัตย์” แค่ระบบปาร์ตี้ลิสต์ แต่ สส.เขต กากบาทพรรคคู่แข่ง จะส่งผลกระทบไม่ต่างกัน

ต้องยอมรับว่าจุดแข็งของ “พรรคภูมิใจไทย” อยู่ที่ตัวผู้สมัคร สส.เขต มีดีกรีมากกว่า “พรรคประชาธิปัตย์” ดังนั้นกลเกมของ “หัวหน้ามาร์ค” จึงต้องงัดกลยุทธ์ "กากบาท 2 ใบ" ไม่แบ่งคะแนนมาสู้

เข้าสู่ช่วงสัปดาห์สุดท้าย ต้องวัดกันระหว่าง “ค่ายน้ำเงิน” กับ “ค่ายฟ้า” ยุทธศาสตร์ของพรรคใด จะสามารถกอบโกยแต้มจาก “โหวตเตอร์สายอนุรักษ์” ได้มากกว่ากัน

โดย “พรรคภูมิใจไทย” ที่มีเดิมพันสูงกว่า เนื่องจาก “อนุทิน” วางเป้าหมายนั่งเก้าอี้นายกฯ ต่อ แต่หากคะแนนในโถเดียวกัน โดน “อภิสิทธิ์” แบ่งไป จะส่งผลต่อเก้าอี้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ และส่งผลต่อความชอบธรรมทางการเมืองไม่น้อย

ต้องจับตาว่ากระแส “สีฟ้า” ที่กำลังพยายามตัดคะแนนของ “สีน้ำเงิน” จะส่งผลกระทบต่อ “เนวิน-อนุทิน” มากน้อยเพียงใด เพราะเป้าหมายเดียวหลังการ “ยุบสภา” คือ การกลับมานั่งเก้าอี้ผู้นำรัฐบาลต่อเนื่อง ตามโรดแมปที่ “หัวขบวนอนุรักษ์” คาดหวังว่า ภูมิใจไทยต้องทำให้ได้

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์