"เอกสิทธิ์" นำ ผู้สมัคร สส.กทม.ปวงชนไทย เข้าคารวะ จุฬาราชมนตรี พร้อมรับปากแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง พร้อมหาเสียงในชุมชน สนับสนุนการสร้างความสันติ เลิกแบ่งสีแบ่งฝ่าย
ที่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ชุมชนสุเหร่าบ้านดอน แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย และผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ นำคณะ ประกอบด้วย นายวรฐ สุนทรนนท์ รองหัวหน้าพรรค นายวิรัตน์ ลีรุ่งเรือง กรรมการบริหารพรรค พร้อมผู้สมัครสส.กทม. พรรคปวงชนไทย เข้าคารวะ นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี
โดยการเข้าพบดังกล่าว จุฬาราชมนตรี ให้คำชี้แนะ การขับเคลื่อนแนวนโยบายของพรรคการเมือง ว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้พบว่า ตลาดในชุมชนสุเหร่าบ้านดอนและใกล้เคียงค่อนข้างซบเซา การค้าขายไม่ดีเหมือนก่อนหน้านี้ซึ่งชี้ให้เห็นถึงเศรษฐกิจรากฐานได้รับผลกระทบ หากมีนโยบายในการช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจภาพรวมปากท้องของประชาชนจะเป็นสิ่งที่ดีมาก
ขณะที่นายเอกสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคปวงชนไทยมองเห็นปัญหาด้านเศรษฐกิจความเดือดร้อนของประชาชน ในฐานะประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย โดยผู้สมัคร สส.กทม. ทั้ง 24เขต มีความรู้ความสามารถ เป็นคนในพื้นที่ พรรคมีนโยบายเกี่ยวกับการแก้ปัญหาหนี้สินแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้กับประชาชนคนทำงานลูกจ้างแรงงานทั้งในและนอกระบบ จึงอาสาที่จะเข้ามาแก้ปัญหาหนี้สิน ปัญหารายได้ที่ไม่พอกับรายจ่าย ค่าครองชีพสูง ให้กับลูกจ้างแรงงานทั่วประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากการเข้าพบจุฬาราชมนตรีแล้ว คณะของพรรคปวงชนไทย ได้หาเสียงผ่านเสียงตามสายในชุมชนสุเหร่าบ้านดอน โดยนายเอกสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า พรรคปวงชนไทยเราเน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจลดความขัดแย้ง โดยยึดมั่นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เหนือสิ่งอื่นใด พรรคต้องการให้ประเทศไทยสงบสุขอยู่อย่างสันติ เลิกแบ่งสีแบ่งฝ่าย หมดเวลาที่นายจ้างและลูกจ้างทะเลาะกัน และเปลี่ยนมาร่วมมือกัน พรรคปวงชนไทยจะเข้ามาดูแลทุกฝ่ายซึ่งเป็นคนทำงานทั้งนายจ้างและลูกจ้างในระบบและนอกระบบไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างแท็กซี่ต้องมีการเข้าถึงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสุดเข้าถึงการรักษาพยาบาลให้ทั่วถึง
นายเอกสิทธิ์ กล่าวต่อว่าสำหรับอีกปัญหาสำคัญ คือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในการเดินทางอุบัติเหตุเช่นเครนหล่นใส่ทำให้มีผู้เสียชีวิตถนนยุบตึกถล่ม ซึ่งพรรคมีนโยบายประกันอุบัติเหตุปวงชนไทย ให้ตั้งแต่แรกเกิด โดยเก็บค่าความเสี่ยงจากโครงการก่อสร้าง 5% รวมถึงค่าปรับจราจรและภาษีอบายมุข นำมาบริหารเป็นงบประมาณเรื่องประกันอุบัติเหตุให้กับคนไทยทุกคน
"ผมรู้ดีว่าคนเป็นหนี้มีความทุกข์ขนาดไหนเพราะเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว ผมใช้เวลา 10 ปีในการแก้ปัญหาหนี้ธุรกิจหมื่นล้านมาแล้ว ดังนั้นการเข้าสู่วงการการเมืองรอบนี้ต้องการเข้ามาช่วยเหลือผู้ที่มีหนี้สินและยังเดือดร้อนอยู่ ซึ่งผู้สมัครทุกคนไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็นนักบริหารที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว ไม่ได้มาเพื่อหวังผลประโยชน์อย่างแน่นอน แต่ต้องการเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับคนไทย" นายเอกสิทธิ์ กล่าว





