“เพื่อไทย” ปิดท้ายปราศรัยภาคเหนือ ตอกย้ำ นโยบายโค้งสุดท้าย จ.เชียงราย ขณะที่ “ณัฐวุฒิ” ควง “จุลพันธ์” รุมโต้ “อนุทิน” ปมวาทกรรมขัดแย้ง ท้าดีเบตก่อนเลือกตั้ง
วันที่ 31 ม.ค. 2569 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ อ.เมือง จ.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เปิดเวทีปราศรัยช่วยหาเสียงให้กับ ร.ต.อ.ธนรัช จงสุทธานามณี ผู้สมัคร สส.เชียงราย เขต 1 เบอร์7 โดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ปิดท้ายหาเสียงภาคเหนือหลังจากลงพื้นที่ปราศรัยที่ อ.เทิง อ.พาน อ.แม่สรวย และ อ.เมือง โดยนายยศชนัน ระบุว่า “ลูกหลานคนเมือง” ที่พูดจาภาษาเดียวกัน สื่อสารง่าย พร้อมเตือนสติประชาชนว่าในช่วงสัปดาห์สุดท้ายมีการโจมตีกันมาก ขอให้โฟกัสที่นโยบายและคนที่จะฝากความหวังได้จริง
นายยศชนัน เสนอนโยบายเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหามลพิษและสารปนเปื้อนในแม่น้ำสายหลัก โดยอาสาจะติดเซ็นเซอร์ตรวจจับสารพิษให้กับชุมชนเพื่อความปลอดภัย และเตรียมแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ทั้งการเจรจาระหว่างประเทศกับจีนเรื่องแม่น้ำโขง และการดูแลป่าต้นน้ำในไทยเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยตอบโต้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กรณีปราศรัยพาดพิงบนเวทีสวนลุมพินี ที่ระบุให้เลือกพรรคที่รักชาติ และกล่าวหาว่านายณัฐวุฒิชวนคนเผาบ้านเผาเมือง โดยนายณัฐวุฒิ สวนกลับด้วยวาทะ "สวยสิ" โดยคลิปดังกล่าวเป็นคลิปตัดต่อเพื่อใส่ร้าย ซึ่งตนได้ต่อสู้คดีจนชนะทุกศาลและศาลยกฟ้องแล้ว ยืนยันว่าตนไม่เคยหนีคดี ยอมติดคุกมาแล้ว 3 รอบ และในการต่อสู้คดีได้นำคลิปเต็มมาเปิดพิสูจน์จนพยานปากเอกอย่างนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ยอมรับต่อศาลว่าเป็นคลิปตัดต่อ
นายณัฐวุฒิ ตอบโต้นายอนุทิน ว่าตนต่อสู้คดีคนเสื้อแดงจนถึงที่สุด แต่นายอนุทินเคยรับผิดชอบคดีฮั้ว สว. หรือไม่ ซึ่งในยุคที่นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีและคุมกระทรวงยุติธรรม มี สว. ถูกกล่าวหาว่าฮั้วกันกว่า 130 คน จาก 200 คน และตัวนายอนุทินเองก็ถูกแจ้งข้อกล่าวหา แต่ดีเอสไอกลับส่งฟ้องเพียง 8 คน จากผู้เกี่ยวข้องนับพันคน
นายณัฐวุฒิย้ำว่าการเมืองบนเวทีควรสู้กันด้วยเหตุผล ไม่ใช่การรื้อฟื้นคดีเก่าที่จบไปแล้วมาใส่ร้ายกัน พร้อมทิ้งท้ายด้วยการทำท่าส่งจูบฝากไปถึงนายอนุทิน เพื่อแสดงออกว่าไม่ได้โกรธเคืองส่วนตัว
ด้าย นายจุลพันธ์ ปราศรัยตอนหนึ่งว่า "หนูเอ้ย วันนี้ต้องคุยกับหนูอีกรอบแล้ว เข้าใจว่ารู้สึกอึดอัด เพราะเชน-ยศชนัน ไปไหนมีแต่ความรักจากประชาชน คงกลัวที่จะไม่ได้กลับเข้าทำเนียบรัฐบาล"
นายจุลพันธ์ ยังกล่าวอีกว่าการหาเสียงโดยผูกขาดความรักชาติไว้เพียงพรรคเดียว เป็นการแบ่งแยกประชาชน ซึ่งไม่ว่าพรรคการเมืองไหนก็รักชาติเหมือนกัน
"ที่คุณบอกถ้าไม่เลือกเรา..เขามาแน่ ผมไม่รู้ว่าเขาไหน แต่เขากระโดงเขาเอาไปแล้ว ถ้าอยากได้เขากระโดงคืนต้องเลือกเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเท่านั้น" นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ยังกล่าวถึงกรณีที่นายอนุทินปราศรัยว่า ไม่ฟังหลานอังเคิลและไม่ฟังแดดดี้ โดยนายจุลพันธ์ ย้อนนายอนุทินว่า "เพราะหนูฟังนายเนคนเดียว และหนูก็เหมือนผู้นำเพื่อนบ้านเสียเอง ที่ปลุกกระแสรักชาติเพื่อหวังผลทางการเมือง"
นายจุลพันธ์ ระบุถึงกรณีกลยุทธ์ของนายอนุทินคล้ายกับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา ที่เมื่อกลัวจะแพ้การเลือกตั้งมักจะปลุกกระแสคลั่งชาติ” และสร้างสถานการณ์ชายแดนเพื่อหวังผลคะแนนเสียง
"ทุกพรรคการเมืองต่างก็รักชาติเท่าเทียมกัน ไม่ควรมีใครผูกขาดความรักชาติแล้วผลักไสคนเห็นต่างเป็นศัตรู”
ขณะเดียวกัน นายจุลพันธ์ ยังเรียกร้องให้นายอนุทิน เลิกหลบหน้าและออกมาดีเบตเพื่อ ประชันวิสัยทัศน์กันสักครั้งก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แทนการสร้างความขัดแย้ง





