'เอกนิติ' โชว์ผลงานเวทีดาวอส ดึง นักลงทุน5แสนล้าน ลั่นเลือกภูมิใจไทย ยกระดับเศรษฐกิจ10เท่า ขับเคลื่อนประเทศยืนบนเวทีโลก
ที่สวนลุมพินี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่พรรคภูมิใจไทยในพื้นที่กทม. โดยระบุตอนหนึ่งว่า วันนี้เกิดคำถามว่า ทำไมเราถึงทำ คนละครึ่งพลัส นับแต่วันที่ตนตอบรับตำแหน่งนายกฯให้โอกาสให้อิสระในการออกแบบนโยบายเศรษฐกิจทั้งหมด ตนเห็นว่าถ้าเราไม่เข้ามาเศรษฐกิจไทยจะยิ่งแย่ประเทศไทยติดหล่ม เศรษฐกิจไทยเหมือนรถยนต์ติดลม ติดโคลนเต็มไปหมดถ้าเราไม่สามารถยกรถได้เศรษฐกิจไทยจะยิ่งดิ่งเหว
เพราะฉะนั้นตนจึงออกแบบนโยบายเศรษฐกิจไทยเริ่มต้นว่า ต้องยกรถยนต์เศรษฐกิจไทยขึ้นจากหล่ม ด้วยการดันคนละครึ่งพลัสในที่สุดคือ
สิ่งที่ตนภูมิใจคือเมื่อลงพื้นที่เจอคุณลุงคุณป้ายิ้มแย้ม พร้อมระบุว่าก่อนที่จะเข้ามาตลาดเงียบพอเข้ามาไปเดินตลาดทุกคนยิ้มแย้ม พ่อค้าแม่ค้ากระเป๋าตังค์ที่ใช้เป็นเป๋าตุงมากขึ้นและที่สำคัญ และที่สำคัญคือ นโยบายคนละครึ่งพลัส ของเราเราไม่ได้แจก แต่เป็นการเพิ่มทักษะตนไปเดินตลาดมีคุณลุงท่านหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า ไปเข้าเรียนหลักสูตรออนไลน์จากที่เคยขายได้ 10,000 บาท ตอนนี้ขายได้ 50,000บาท ฉะนั้นคนละครึ่งพลัส จึงไม่ใช่คนละครึ่งธรรมดาแต่เป็นคนละครึ่งที่ทำให้คนไทยแข็งแกร่งขึ้น
นอกจากนี้เรายังมีโครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ วันนี้มีคนสมัครแล้ว 300,000 คนเราตั้งเป้าอยู่ 1,300,000 คน โดยต้องการให้คนที่เป็นหนี้เสีย(NPL)ไม่รู้จะชำระหนี้อย่างไร เราจึงใช้นโยบายนี้ดึงหนี้เขาออกมาและบริหารลดหนี้ให้เขาและสอนให้มีความรู้ทางการเงินเพื่อไม่ให้กลับเป็นหนี้ใหม่ เพื่อเป็นการชุบชีวิต ซึ่งนโยบายดังกล่าวไม่ใช่นโยบายสั้นแค่ลดภาระหนี้ แต่เป็นการจบหนี้เพื่อให้มีชีวิตใหม่
นายเอกนิติ ยังกล่าวว่า ในเรื่องของ เอสเอ็มอี เรามีการลดดอกเบี้ยโดยตั้งกองทุนใหม่ ไปค้ำประกันเพื่อให้แบงค์กล้าปล่อยเงินทุนได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เอสเอ็มอีเดินต่อได้ ธุรกิจกลุ่มนี้คือหัวใจสำคัญของผู้ค้าขาย90%
"ผมทิ้งชีวิตราชการที่ยังเหลืออีก6ปี ทิ้งประธานกรรมการธนาคารซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทุกคนหมายปอง แต่ออกมาเพื่ออยากจะให้ประเทศไทยดีขึ้นสิ่งที่จะดีขึ้น คือเราอยากจะให้ประเทศไทยนอกจากจะฟื้นเศรษฐกิจขึ้นมาข้อมูลล่าสุดคือประเทศไทยพ้นจากหล่ม เรียบร้อยก่อนที่ผมเข้ามารับตำแหน่งเศรษฐกิจโตคาดว่าจะโตแค่ 0.3% วันนี้โต 1.8%"
นายเอกนิติ ยังกล่าวว่า จากการประชุมประจำปีสภาเศรษฐกิจโลก World Economic Forum Annual Meeting 2026 (WEF 2026) ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันนี้น่ากังวลว่าวันนี้โลกแตกออกเป็นขั้ว เพราะฉะนั้นการเจรจาวันนี้เราพาคนไทยไปอยู่บนโต๊ะอาหารและเจรจากับเขาเรียบร้อย สิ่งที่เราต้องการทำคือทำให้ประเทศไทยมีบทบาทในเวทีโลก ทั้งนี้ถ้าเราไม่หาพันธมิตร สิ่งที่เราทำคือไปแค่3วันดึงการลงทุนมาได้ 5แสนล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีนโยบายศึกษาเท่าเทียมสอน AI ฟรี จะทำให้คนไทยเก่งขึ้นโดยเรียนฟรีและมีงานทำสิ่งสำคัญโลกยุคใหม่เป็นโลกสีเขียว โดยจะมีการทำโซล่าชุมชนและขายไฟคืนได้คือนโยบายเปลี่ยนหลังคาเป็นรายได้
นายเอกนิติยัง ย้ำว่า หากเลือกภูมิใจไทย ยืนยันว่าคนละครึ่งพลัสจะมีต่อแน่นอนซึ่งเรื่องนี้อันที่จริงได้เตรียมไว้หมดแล้ว เราไม่ได้ลดค่าจ่ายแต่เราจะช่วยเพิ่มทักษะโดยเอาAI ไปสอนในกระเป๋าตังค์และถุงเงินด้วยเพื่อให้เราพวกเราคนไทยใช้จ่ายได้ดีขึ้น
ขณะที่นโยบายสูงวัยพลัสจะมีการเพิ่มทักษะเรียนฟรีใครที่จบตกงานหรือเกษียณมาไม่มีรายได้ ก็จะมีการไปเรียนเพิ่มทักษะเหล่านี้อีกด้วย
เรามีที่ราชพัสดุ 10ล้านไร่จะมาทำศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโดยมีคนดูแล วันนี้ไทยเป็นสังคมสูงอายุเราต้องช่วยตรงนี้ นี่คือโครงการที่เราทำ10+ เราจะยืนได้บนเวทีโลก ตนไม่ใช่อยากที่จะทำให้คนไทยแก้ปัญหาหนี้หรือแก้ปัญหาระยะสั้นแต่อยากทำให้คนไทยแก้ปัญหาระยะยาวการดึงนักลงทุน 5แสนล้านเพื่อพัฒนาทักษะใหม่ใหม่ให้คนไทยให้คนไทยเก่งขึ้น
"ผมทำงานผมทำงานรับตำแหน่งเริ่มงานวันแรกวันที่ 30 ก.ย.ท่าน นายกฯอนุทิน ยุบสภา วันที่12ธ.ค.ทำงานมา 73 วันสิ่งที่พิสูจน์คือนโยบายที่ช่วยยกให้เศรษฐกิจไทยจากกลุ่มวันนี้พ้นจากหล่มแล้วและเป็นการพิสูจน์ว่าเราทำจริงเราไม่ได้พูดอย่างเดียวและเราก็ทำเป็นสิ่งที่อยากจะขอโอกาส ประเทศไทยขึ้นจากหล่มไม่พอมันต้องให้รถยนต์ของคนไทยขับเคลื่อนได้เร็ว สิ่งที่เราต้องทำคือนโยบาย10+ คิดว่าพวกเราทุกคนพร้อมที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยเข้มแข็งขึ้นและมีรายได้มากขึ้นมีหนี้ลดลงและทำอยู่บนวินัยการเงินการคลังและเราทำเป็นเรามาอยู่ 73 วันสามารถทำให้เศรษฐกิจไทยออกจากหล่มได้ 73 พอดีกลับด้านเป็น 37 พอดีเพราะฉะนั้น ใครก็พูดได้คุณพูดเก่งทั้งนั้นแต่คนที่ทำเป็น ทำดีมันมีน้อยนโยบายดีมีชัยไปกว่าครึ่งแต่ถ้าทำเป็นเลือกภูมิใจไทยจะได้ชีวิตดีขึ้นไม่น้อยกว่า 10 เท่า"





