background-default

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม 2569

Login
Login

‘หนิม’ ยัน พท.ไร้ข้อจำกัดจับมือพรรค เป็นรัฐบาลสอบเขากระโดงต่อ

‘หนิม’ ยัน พท.ไร้ข้อจำกัดจับมือพรรค เป็นรัฐบาลสอบเขากระโดงต่อ

“จุลพันธ์“ ซัดบางพรรคใข้วาทกรรมแบ่งแยก ดูถูกประชาชน แจง พท.ไร้ข้อจำกัดจับมือบางพรรค ห่วงคดีฮั้ว สว.-เขากระโดง พร้อมให้ความเป็นธรรมคดี

วันที่ 30 ม.ค. 2569 ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีบางพรรคการเมืองใช้วาทกรรมแบ่งแยก ระหว่างรักชาติกับไม่รักชาติว่า ได้เห็นวิธีการแบบนี้มาหลายครั้ง เป็นการแบ่งแยกประชาชน ซึ่งเราเคยเห็นคำว่า “พรรคเทพพรรคมาร” มาก่อน เพื่อให้ตัดสินใจเลือกข้างใดข้างหนึ่ง  แต่ขัดกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะจากโพลก็เห็นได้ชัดว่า เมื่อเปิดตัวนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เพียง 20 กว่าวัน วันนี้ก็ติดท็อป 3 เกือบทุกโพล การแข่งขันครั้งนี้ยังมีโอกาสสูงมากในการชนะเลือกตั้งจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเลือกแค่สองพรรค  โดยเฉพาะการใช้วาทกรรมไม่เหมาะสมหลายครั้ง หรือหรือที่บางพรรคบอกว่า ครั้งนี้เป็นการเลือกระหว่างสองพรรค ดูเป็นการปิดกั้นและดูถูกประชาชน ส่วนอีกพรรคก็ใช้คำว่ารักชาติ ถือว่าไม่ถูกไม่ควร และแน่นอนว่าก็มีสถานการณ์เกิดขึ้นที่ชายแดน แต่ดูพรรคการเมืองและประชาชนก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  

เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทยที่ไม่เคย และยังให้การสนับสนุนรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในเรื่องสถานการณ์ชายแดนอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นเรื่องของชาติที่ทุกคนอยู่ร่วมกันจะบอกว่า ไม่เลือกเราเขามาแน่ แต่เขากระโดงไปแล้ว

"ถ้าเลือกเพื่อไทยเราจะให้ความเป็นธรรมและเดินหน้าคดีต่อแน่นอน ยืนยันว่าให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งมีคำตัดสินของศาลออกมาแล้วก็ควรดำเนินการต่อให้ครบถ้วน" นายจุลพันธ์ ระบุ

ถามถึงกรณีถ้าพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยจับมือกัน การเดินหน้าเรื่องเขากระโดงจะสะดุดหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนไปเวทีดีเบตมา หัวหน้าพรรคประชาชนก็ถามคำถามนี้เช่นกันว่าจะทำยังไง  เลยตอบกลับกลับไปว่า ตรรกะมันแปลกถ้าบอกว่าพรรคประชาชนเป็นแกนนำ แล้วพรรคภูมิใจไทยมาร่วมได้

แต่ถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำอันอันดับหนึ่ง พรรคประชาชนไม่รวมก็ถือว่าย้อนแย้งกัน แต่ถ้าสลับสถานการณ์กันพรรคเพื่อไทยเป็นที่หนึ่งจะร่วมกับใครได้บ้าง ตนก็ตอบไปว่าไม่มีข้อจำกัด และก็พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วตนเป็นห่วงเรื่องคดีความมากกว่าใครทั้งเขากระโดง และ ฮั้ว ส.ว. แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากMOA ที่มอบอำนาจให้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็จะเห็นว่าคดีเขากระโดดหายไป คดีหัวส.ว. เงียบหาย แต่ขณะที่คดีของ สส. กลับเต็มไปหมด  และเป็นของ สส. ที่แข่งขันกับพรรคภูมิใจไทย ทุกคนจึงเกิดข้อกังขาเรื่องความยุติธรรมและความเหมาะสมของสถานการณ์ แต่ในส่วนพรรคเพื่อไทยเราพิสูจน์มาแล้วว่าแม้แต่ขอก่อนร่วมรัฐบาลกัน หากเรามีข้อสงสัยก็ให้หน่วยงานรัฐดำเนินการด้วยความเป็นอิสระ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ออกมาแล้วว่า 2 รัฐมนตรีไม่ผิด ไม่ได้แทรกแซงแต่ดำเนินคดีด้วยขั้นตอนปกติ ดังนั้นครั้งหน้าเมื่อเป็นรัฐบาลจะร่วมกับใครก็ตามก็ยังคงติดตามเรื่องที่ผิดปกติไม่ถูกไม่ควรอย่างแน่นอน

เมื่อถามถึงประเด็นนักการเมืองที่เอี่ยวกับสแกมเมอร์ ที่บอกว่าจะเปิดรายชื่อออกมามองอย่างไรนั้น  นายจุลพันธ์ กล่าวว่า คนที่รู้กฎหมายมากกว่าคือ รมว.ยุติธรรม เจ้าตัวก็พูดชัดว่าบอกชื่อก่อนไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะติดคุกคนแรก แต่มีรัฐมนตรีหนึ่งคนที่ออกมาแถลงข่าว ชี้นำสังคมซึ่งผิดปกติและช่วงนี้ดูเหมือนสีน้ำเงินจะใสกว่าคนอื่น  ซึ่งก็เป็นข้อสังเกตของทุกพรรคการเมือง จึงขอยืนยันว่าไม่ว่า จะเกี่ยวกับพรรคการเมืองใดเราจะปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด หากมีข้อดำเนินการ อย่างกรณีพรรคประชาชนที่ โดนไปสองคนพวกตนก็ไม่เคยออกมาพูด ซึ่งความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ

แต่สิ่งที่ต้องดำเนินการคือสร้างระบบและกลไกไม่ใช่ออกมาพูดบนเวที หรือไปตามเวทีต่างๆ ว่าตัวเองดีกว่าคนอื่นหรือขาว ซึ่งไม่เพียงพอแล้ววันนี้รัฐบาลจึงเสนอรัฐบาลดิจิทัล เพื่อทำให้กลไกทั้งหมดสามารถกำกับและควบคุมให้การทุจริตคอร์รัปชัน หรือเรื่องเทาเรื่องดำ เกิดได้ยากที่สุด 

เมื่อถามต่อว่า การออกมาเผยในช่วงนี้ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า แน่นอนอย่างที่บอกว่านี่นี่คือความสงสัยของทุกพรรคการเมืองและสังคมด้วย เพราะขณะนี้เป็นการใช้กลไกรัฐดำเนินคดี ก่อนที่จะมีการลงคะแนนเลือกตั้งอีก 8 วัน

ส่วนล่าสุดที่มีการขุดเอาเรื่องคลิปอังเคิลมาพูดอีกเป็นผลลบต่อพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า  ไม่แค่มองว่าเป็นเรื่องดีจะได้ชี้แจง และเรายืนยันว่าเจตนาของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาจนถึงวันนี้ถ้าทุกคนมีใจเป็นธรรม จะเห็นชัดว่าเป็นการทำเพื่อยุติ และไม่ทำให้เกิดความรุนแรงไม่อยากให้เกิดการปะทะจนเกิดการเสียชีวิตและเสียหาย