วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

'แสวง' ตอบแล้ว กกต.มีไว้ทำไม! อธิบายชัดบทบาทถูกวางใน รธน.60

'แสวง' ตอบแล้ว กกต.มีไว้ทำไม! อธิบายชัดบทบาทถูกวางใน รธน.60

เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานภายหลัง นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง กกต. มีไว้ทำไม ในเมื่อเห็นแต่แสวง คนเดียว รวมถึงตั้งคำถามเกี่ยวกับบทบาทของ กกต.รายอื่นนั้น

ล่าสุด นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีดังกล่าว ระบุว่า ความเข้าใจผิดในบางเรื่องเกี่ยวกับบทบาทของ กกต. ข้อความที่เป็นเท็จ ใส่ร้าย ที่ผิดอาจฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติไปใหนต่อ

1. บทบาทของ กกต. มีคำถามอยู่เสมอว่าไม่ค่อยเห็น กกต. ให้สัมภาษณ์ แสดงความเห็น ออกสื่อ ส่วนมากจะเป็นท่านประธาน กกต. และเลขา กกต. เป็นส่วนมาก ต่างจาก กกต.ชุดก่อนหน้านั้น จริง ๆ ก็เคยตอบคำถามดังกล่าวไปหลายวาระหลายโอกาสอยู่พอสมควร

อยากจะเล่าให้ฟังอีกครั้งว่า ที่บทบาทของ กกต. ชุดปัจจุบันแตกต่างจากชุดก่อนๆ ก็เนื่องจากบทบัญญัติของกฎมายเปลี่ยนไป กล่าวคือ รัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 ให้ กกต มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารงานด้านต่างๆ ได้ อาทิ กำกับดูแลด้านสืบสวน กำกับดูแลด้านเลือกตั้ง กำกับดูแลด้านพรรคการเมือง กำกับดูแลด้านการมีส่วนร่วม หรือกำกับดูแลด้านบริหารกลาง ตามมติที่แบ่งหน้าที่กันทำ แต่รัฐธรรมนูญปี 60 กำหนดให้ กกต เป็นเพียงบอร์ด การทำงานจึงเป็นรูปของคณะกรรมการ ต้องมีมติหรือใช้มติในการทำงานในแต่ละเรื่อง ไม่อาจลงมากำกับกิจการด้านต่างๆ ได้เหมือนแต่เดิม

กกต. จึงทำงานในรูปแบบของการประชุมในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ โดยจะมีการประชุมสัปดาห์ 2/3 วัน เป็นอย่างน้อย ทุกสัปดาห์ ในแต่ละวันก็จะมีวาระในการประชุมของงานด้านต่าง ๆ ครบทุกด้าน ในแต่ละวันจะมีวาระการประชุมไม่น้อยกว่า 50 วาระ บางครั้งมีประชุมเกิน 100 หรือ ถึง 200 วาระก็มี มีมติเป็นอย่างไร สนง ก็จะนำมติมาปฏิบัติต่อไป

กกต. ยังมีงานนอกจากงานการประชุมแล้ว คือ "งานพื้นที่ " เพื่อตรวจ เยี่ยม รับฟังความเห็นจากสำนักงาน กกต จังหวัด เพื่อเป็นข้อมูลในการปฏิบัติหน้าที่อีกหน้าที่หนึ่ง นอกจากวันประชุม

"ส่วนที่เห็น เลขา กกต. ออกสื่อมากก็เพราะเลขา ทำหน้าที่โฆษกของ กกต. เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ กกต. มอบหมาย เป็นรูปแบบการทำงานที่เป็นเอกภาพ เป็นหนึ่งเดียว ระหว่าง กกต. สนง. กกต. และ เลขา กกต." นายแสวง ระบุ

2. ข้อความที่เป็นเท็จ ใส่ร้ายที่ผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติไปใหนต่อ ข้อความที่คณะ E War Room มีมติเห็นว่าเป็นความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติ อันเป็นเท็จ หรือใส่ร้าย ลำดับแรกจะแจ้งเจ้าตัวลบ "คลิป" พร้อมทั้งแจ้งกระทรวง ดีอี ลบคลิปอีกทางหนึ่งด้วย

และจะส่งให้ "พนักงานสืบสวนสอบสวนของ กกต." ดำเนินการตามระเบียบคณะกรรมการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยชี้ขาด รับทำเป็นสำนวนเป็นกรณีความปรากฏ ในข้อกล่าวหาที่ทำให้การเลือกตั้งหรือการออกเสียงประชามติมิได้เป็นเป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม ซึ่งมีทั้งโทษอาญา คือ ทั้งโทษจำ และปรับ รวมทั้งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งด้วย จึงขอให้แสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุมีผล เพื่อสร้างบรรยากาศในการแข่งขันที่ดี

ที่มา Sawaeng Boonmee