วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

โชว์ 2 สัญญา สปส.จ้างตัดสูท 77 ล. '3 ข้อกังขา' เจาะจงจ้าง อผศ.

โชว์ 2 สัญญา สปส.จ้างตัดสูท 77 ล. '3 ข้อกังขา' เจาะจงจ้าง อผศ.

ยังคงถูกจับตาและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสาธารณชน สำหรับ สำนักงานประกันสังคม หรือ สปส. เนื่องจากการบริหารงบประมาณ “เงินสมทบ” ซึ่งถูกแบ่งจ่ายโดย “ผู้ประกันตน-นายจ้าง-งบอุดหนุนรัฐ” อาจไม่ชอบมาพากล และไม่มีศักยภาพเท่าที่ควร

โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นคือ กรณีการว่าจ้าง “ตัดสูท” ด้วยวิธี “เฉพาะเจาะจง” วงเงิน 35 ล้านบาท มีองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก 

เบื้องต้น "กรุงเทพธุรกิจ" นำเสนอข้อมูลไปแล้วว่า การ “จัดจ้างทำชุดสูท” ดังกล่าว เกิดขึ้นอย่างน้อย 2 ปีงบประมาณที่ผ่านมา รวมวงเงิน 77,262,500 บาท คือ

1.) งบประมาณปี 2567 ทำโครงการชุดฟอร์มเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม เพื่อแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ จำนวน 7,000 คน วงเงิน 35 ล้านบาท โดยว่าจ้างด้วยวิธี “เฉพาะเจาะจง” องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) โครงการนี้เกิดขึ้นในยุค นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ อดีตปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นเลขาธิการสำนักงาน สปส.ลงนามนั้น

2.) งบประมาณปี 2562 ประกวดราคาจ้างโครงการชุดฟอร์มเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) กำหนดราคากลาง 44.1 ล้านบาท โดยมี “ศักดิ์ชัยการ์เม้นท์” โรงงานผู้ผลิตเสื้อผ้า เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ด้วยวงเงิน 42,262,500 บาท ลงนามเมื่อ 28 ส.ค.2562 และสิ้นสุดสัญญาเมื่อ 11 ก.ย.2563 ยุค นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ เป็นเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม

แม้ว่ากรณีข้างต้น นิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการ สปส. จะชี้แจงว่า เป็นในส่วนของเงินค่าบริหารจัดการที่กฎหมายกำหนดให้สำนักงานประกันสังคมใช้จ่ายเงินสมทบ10% ขอเงินสมทบ แต่ละปี ซึ่งต้องย้ำว่าการตัดตัดให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกคนเพื่อ แสดงสัญลักษณ์ให้กับผู้ประกันตนได้ทราบซึ่งจะสวมทุกวัน จันทร์ พุธ พฤหัสบดี หรือเวลาออกนอกสถานที่ อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าไม่ใช่ตัวละ 5,000 บาท แต่ 5,000 บาทรวมทั้งชุด และได้มาจากการประมูลผู้รับเหมาตาม ระเบียบของกระทรวงการคลัง

แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ก็ยังดังเซ็งแซ่ไม่หยุด โดยเฉพาะคำถามสำคัญถึงความ“คุ้มค่า” ในการนำเงินสมทบซึ่งมีส่วนหนึ่งมาจาก“ผู้ประกันตน”กว่า 24 ล้านคนไปใช้ เหมาะสมหรือไม่

เพื่อขยายข้อเท็จจริงให้ชัดขึ้น กรุงเทพธุรกิจ ตั้งข้อสังเกตกรณีดังกล่าวไว้ดังนี้

หนึ่ง ประกันสังคม ก่อตั้งขึ้นมากว่า 30 ปีแล้ว แต่การว่าจ้าง “ตัดสูท” ของสำนักงานประกันสังคม เพิ่งเกิดขึ้น “ครั้งแรก” (เท่าที่เปิดเผยต่อสาธารณะในรอบ 15 ปีหลังสุด) คือปีงบประมาณ 2562 คำถามสำคัญคือ ก่อนหน้านี้สำนักงานแห่งนี้ เคยมีการตัด “ชุดสูท” หรือ “ยูนิฟอร์ม” เพื่อสร้าง “อัตลักษณ์” และ “ภาพลักษณ์” แก่องค์กรมาก่อนหรือไม่ ก่อนหน้านี้ในช่วงที่ไม่มียูนิฟอร์มทำงานกันได้หรือไม่ มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลอย่างไร 

ทั้ง 2 โครงการดังกล่าวแทบจะระบุ “ที่มา” คล้ายกันอย่างมาก ทั้งที่ผ่านมาถึง 5 ปี นั่นคือให้เหตุผลว่า ควรจะมีภาพลักษณ์ในเรื่องการแต่งกายให้เหมือนกันทั่วประเทศ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้มารับบริการ และเป็นการสร้างเสริมบุคลิกภาพที่ดีต่อผู้พบเห็น ในการนี้เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสำนักงานประกันสังคม จึงเห็นสมควรให้เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ มีการแต่งกายที่เหมาะสม และเหมือนกันทั่วประเทศ ทำให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความน่าเชื่อถือ และเป็นทีมงานที่พร้อมในการให้บริการ

อย่างไรก็ดีกรณีนี้ นิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการ สปส.ชี้แจงผ่านรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 วานนี้ (29 ม.ค.) ถึงกรณีทำไมต้องใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ว่า จริง ๆ ครั้งที่แล้วที่เราใช้วิธีพิเศษ บางปีเราก็ใช้เปิดประมูล แต่ปีที่แล้วใช้วิธีเจาะจงของ อผศ. ดำเนินการ 5 ปีเปลี่ยนครั้งหนึ่ง โดยก่อนหน้านี้ตัดสีดำ และล่าสุดตัดสีดำ 

ส่วนความเหมาะสมในการจัดซื้อนั้น นิยดา ระบุว่า ถ้าเรื่องสูท ถ้าย้อนกลับไปดู ทำไมตัดสูทให้เจ้าหน้าที่ ช่วงเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เราก็มีข้อร้องเรียนไปที่บอร์ดประกันสังคมสมัยนั้น มีเสียงบ่นให้เจ้าหน้าที่เราฟังว่า ไปติดต่อประกันสังคมดูไม่ออกเลย คนไหนเจ้าหน้าที่ คนไหนผู้มาติดต่อ ทำไมประกันสังคมไม่ปรับปรุงภาพลักษณ์ให้เหมือนแบงก์หน่อย คนมาใช้บริการได้ดูสะดวกสบาย เจ้าหน้าที่ให้บริการดี และมี Unity Uniform เป็นที่มาที่เราได้ขอรับการสนับสนุนในส่วนนี้ 

สอง การว่าจ้าง “ตัดสูท” หรือชื่อโครงการอย่างเป็นทางการคือ โครงการชุดฟอร์มเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม ในปี 2562 ดำเนินการตัด “ชุดสูท” 7,350 ตัว เพื่อแจกจ่ายเจ้าหน้าที่ และคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ด้วยวงเงิน 42,262,500 บาท หรือเฉลี่ยตกชุดละประมาณ 5,750 บาท ถัดมาอีกราว 5 ปี สปส.ดำเนินการว่าจ้างตัด “ชุดสูท” อีก 7,000 ตัว คราวนี้ระบุว่าเพื่อแจกจ่าย “เจ้าหน้าที่” เพียงอย่างเดียว วงเงิน 35 ล้านบาท จำนวน 7,000 ตัว เฉลี่ยตกชุดละประมาณ 5,000 บาท ซึ่งถูกกว่าการจัดซื้อจัดจ้างในปี 2562 ที่ผ่านมา

โครงการตัด “ชุดสูท” ในปี 2567 แทบจะ “ถอดแบบ” ทั้งที่มา เหตุผล และขอบเขตของงานในปี 2562 หรือเมื่อ 5 ปีมาก่อนมาทั้งหมดหรือไม่ ไฉนในการว่าจ้างตัด “ชุดสูท” เมื่อปี 2562 ถึงเปิดให้จัดซื้อจัดจ้างแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Bidding แต่ในปี 2567 กลับใช้วิธี “เฉพาะเจาะจง” ทั้งที่วงเงินงบประมาณค่อนข้างสูง

ใน พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 56 (2) ระบุกรณีดังต่อไปนี้ให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงหลายข้อ เช่น ใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปแล้ว แต่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่มีวงเงินจำนวนเล็กน้อย การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่มีผู้ประกอบการซึ่งมีคุณสมบัติตรงเพียงรายเดียว หรือตัวแทนเพียงรายเดียว หรือมีความจำเป็นต้องใช้พัสดุนั้นโดยฉุกเฉิน เนื่องจากเกิดอุบัติภัยธรรมชาติ หรือโรคติดต่ออันตราย หรือเป็นพัสดุที่เกี่ยวพันกับพัสดุที่ทำการจัดซื้อจัดจ้างไปก่อนแล้ว และจำเป็นต้องจัดซื้อเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ หรือพัสดุที่ขายทอดตลาดโดยหน่วยงานของรัฐ องค์การระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานต่างประเทศ เป็นต้น

กรณีการว่าจ้างตัด “ชุดสูท” เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี 2562 แล้วสำนักงานประกันสังคมมีความ “จำเป็นเร่งด่วน” อย่างไรถึงต้องใช้วิธี “เฉพาะเจาะจง” ให้ อผศ.เป็นผู้ดำเนินการ ที่สำคัญเป็นวงเงินค่อนข้างมาก ไม่ใช่หลักพัน หลักหมื่น หรือหลักแสนบาท

สาม ในเอกสารตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรและรายละเอียดค่าใช้จ่ายการจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่การก่อสร้าง หรือแบบ บก.06 ระบุชื่อโครงการชุดฟอร์มเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม มีสำนักงานเลขานุการกรม เป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการ กำหนดราคากลาง (อ้างอิง) 35 ล้านบาท แหล่งที่มาราคากลางคือ “อผศ.”

ทว่าเมื่อสืบราคากลางจาก อผศ.แล้ว กลับว่าจ้างแบบ “เฉพาะเจาะจง” ให้ อผศ.ให้ดำเนินการตัดชุดสูทต่อ แทนที่จะเปิดประกวดราคาแบบ e-Bidding ให้เอกชนรายอื่นยื่นข้อเสนอก่อน ทั้งที่เคยทำมาแล้วในปี 2562 ซึ่งได้ผลลัพธ์ผู้ชนะเป็น “ศักดิ์ชัย การ์เม้นท์” ที่มีสถานะเป็นโรงงาน รับผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป-ขายส่งและผู้ผลิต ตัดเสื้อสูท ชุดยูนิฟอร์ม

สำหรับ “ศักดิ์ชัย การ์เม้นท์” ก่อนหน้านี้เคยปรากฏชื่อ หจก.ชื่อคล้ายกันคือ “หจก.ศักดิ์ชัยการ์เม้นท์” จดทะเบียนเมื่อ 22 ต.ค. 2524 ถูกนายทะเบียนขีดชื่อว่า “ร้าง” 15 ก.ย. 2553 ตั้งอยู่ที่ 150 ซอยมีสุวรรณ 3 ถนนพระโขนง-คลองตัน แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร วัตถุประสงค์ ประกอบกิจการเป็นผู้ผลิตและรับทำการผลิต เสื้อผ้าสำเร็จรูป ทุกประเภท เครื่องแต่งกาย

ทั้งหมดคือ 3 เงื่อนปมสำคัญถึงกรณีสำนักงานประกันสังคมว่าจ้าง อผศ. ด้วยวิธี “เฉพาะเจาะจง” วงเงิน 35 ล้านบาท ไปตัด “ชุดสูท” ยูนิฟอร์ม ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ประกันตนอย่างหนักในตอนนี้ 

อย่างไรก็ดีกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทั้ง 2 สัญญาดังกล่าว ยังไม่มีการร้องเรียนถึงความผิดปกติแต่อย่างใด การนำเสนอข้อมูลนี้ เป็นไปเพื่อผลประโยชน์สาธารณะเท่านั้น