ทบ. ฮึ่มฟันวินัยหนักหากพบใคร “อมเบี้ยเลี้ยง” ทหารชายแดน
แจงยิบล่าช้า ติดขั้นตอนจัดทำงบประมาณเหตุใช้กำลังพลเพิ่มถึง 40,000 นาย แก้ปัญหาเฉพาะหน้าควักงบสำรองจ่ายก่อน เฉลี่ยให้พลทหารก่อนนายสิบ รอรัฐบาลอนุมัติเบิกงบกลางคืน
เมื่อเวลา 14.40 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบ พล.ต.วินทัย สุวารี เลขานุการกองทัพบกและ โฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงกรณีการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงของทหารในพื้นที่สู้รบ ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ล่าช้า พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำในเรื่องดังกล่าวอย่างไรบ้าง ว่า ทันทีที่ทราบเรื่องผู้บัญชาการทหารบกได้ดำเนินการทันที เพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นก่อนหน้านี้หน้าสองถึง 2-3 สัปดาห์ ถ้ามองตามหลักธรรมชาติเราต้องสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับเพื่อนร่วมงานอยู่แล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีการจัดกำลังขึ้นไปสมทบเป็นจำนวนมากใช้บุคลากรรวมแล้วประมาณ 30,000-40,000 นาย จึงไม่ได้อยู่ในแผนงบประมาณใช้จ่ายประจำปีซึ่งงบประมาณประจำปีได้จัดไว้สำหรับกำลังพลปกติจำนวน 7,000-8,000 นาย แต่เมื่อเกิดสถานการณ์สู้รบผู้บัญชาการทหารบกจึงมีการตัดสินใจจัดไปจำนวนมากขึ้น ซึ่งพอจำนวนมากขึ้นแต่การพิจารณางบประมาณปกติได้ผ่านไปแล้วตั้งแต่ช่วงกลางปีในเดือนมิถุนายน
จึงต้องมีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตามที่รัฐบาลออกแบบไว้คือการใช้งบกลาง แต่ในส่วนของเดือนตุลาคมทางกองทัพบกได้ทราบจำนวนแล้วจึงได้ทำของบประมาณไปตามขั้นตอนและได้งบประมาณมาในช่วงสัปดาห์ที่แล้วก่อนที่จะนำส่งไปยังหน่วยต่างๆโดยขั้นตอน
ต่อจากนี้ทางหน่วยจะจ่ายให้กับกำลังพล แต่ก่อนนั้นทางกองทัพบกได้แก้ปัญหาโดยใช้เงินสำรองจ่ายทั้งหมดไปดูแลเป็นเบี้ยเลี้ยงเพราะงบกลางที่กองทัพบกได้ขอรัฐบาลยังอยู่ในขั้นขั้นตอนการรออนุมัติ ซึ่งได้ใช้ งบไปทั้งหมดไม่เหลือแม้แต่บาทเดียวโดยนำไปเฉลี่ยให้กับกำลังพลซึ่งเป็นพลทหารเป็นหลักก่อนส่วนกำลังพลนายสิบจะได้แค่บางส่วนก่อนเท่านั้น
ซึ่งก็เป็นวิธีการบริหารจัดการ บางครั้งทางหน่วยอาจสื่อสารได้ไม่ละเอียด เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ผู้บัญชาการทหารบกได้ให้ความสำคัญเพราะหัวใจหลักของกองทัพบกคือการดูแลกำลังพล จึงนำเงินสำรองจ่ายไปเฉลี่ยให้กับกำลังพล แต่กำลังพลก็อาจจะยังรับทราบไม่ทั่วถึง





