วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

โพลภายใน ‘3 ก๊ก’ เขย่ง 150 เสียง ปรับกลยุทธชิงแต้มโค้งสุดท้าย

โพลภายใน ‘3 ก๊ก’ เขย่ง 150 เสียง ปรับกลยุทธชิงแต้มโค้งสุดท้าย

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง บรรดา “พรรคการเมือง - นักเลือกตั้ง” ต่างเร่งช่วงชิงแต้ม หลายพรรคทำโพลสำรวจความนิยม “พรรค-ผู้สมัคร” เพื่อวางยุทธศาสตร์ในการเจาะ “โหวตเตอร์” ให้เข้าเป้ามากที่สุด

มีกระแสข่าวว่า “โพลพรรคการเมือง” ซึ่งทำกันเป็นการภายใน มีการเปิดเผยกันในวงลับเฉพาะ โดย “ค่ายน้ำเงิน-ค่ายแดง” มีผู้สมัคร สส.เขตหลายคน ได้รับการแจ้งอย่างไม่เป็นทางการ พร้อมทั้งมีการตัดเกรด “ผู้สมัคร สส.”คนใดแต้มนำห่าง คนใดแต้มนำไม่ห่าง คนใดแต้มตามหลังแต่ยังพอมีลุ้น และคนใดแต้มตามหลังแบบไม่ต้องลุ้น

การตัดเกรด “ผู้สมัคร สส.”จะมีผลต่อการบริหารทรัพยากรทางการเมืองอย่างมาก ยิ่งในพื้นที่ใดมีลุ้นเบียดคู่แข่งเข้าวิน อาจต้องเพิ่มเติมสรรพกำลังให้ “ผู้สมัคร สส.-เครือข่าย” เพื่อบริหารจัดการเชิงพื้นที่

สำหรับ “ค่ายส้ม”ดำเนินการจัดทำ “โพลพรรค” เพื่อจับกระแสความนิยมของ “หัวหน้าพรรค-แกนนำพรรค” ซึ่งจะถูกต่อยอดไปเป็นแต้มการเมืองให้ “ผู้สมัคร สส.” โดยไม่มีการบริหารจัดการทรัพยากรทางการเมือง

ว่ากันว่า “โพล 3 ก๊ก” ทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ประเมินตัวเลข สส.ของแต่ละพรรคเอาไว้ค่อนข้างใกล้เคียงกัน โดยมีตัวเลข สส.150 ที่นั่ง ปรากฎอยู่โพลของทั้ง 3 พรรคการเมือง

“พรรคภูมิใจไทย” ค่อนข้างเข้มงวดกับการประเมินความนิยมของ “ผู้สมัคร สส.เขต” โดยมีโพลของ “ครูใหญ่บุรีรัมย์” เป็นตัวชี้ขาด ว่าจะต้องเน้นหนักในพื้นที่ใดบ้าง เช่นเดียวกัน หากพบว่าพื้นที่ใด โอกาสจะคว้าชัยชนะได้ยาก “ครูใหญ่บุรีรัมย์” จะไม่ฝืน และสั่งเก็บอาวุธถอยทัพทันที

“โพลสีน้ำเงิน” ประเมินว่า มีโอกาสที่ “ภูมิใจไทย”จะได้ สส.เขต อยู่ในระดับ 150 ที่นั่ง โดยจะมี สส.บัญชีรายชื่อ เข้ามาเติม 18-20 ที่นั่ง จึงมั่นใจว่า “สส.สีน้ำเงิน” จะได้เข้าสภาฯ อย่างน้อย 150 ที่นั่ง

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่อาจทำให้ผกผัน คือ “กระแสสีฟ้า” ของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคใต้ อาจส่งผลให้จำนวนเก้าอี้ สส.ภาคใต้ จากที่ประเมินเอาไว้ว่า จะได้ 30 ที่นั่ง มีโอกาสลดลง เช่นเดียวกับแต้มปาร์ตี้ลิสต์ภาคใต้ อาจลดลงจากที่ประเมินเช่นกัน

ขณะเดียวกัน พื้นที่ภาคกลาง-ภาคเหนือ-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-ภาคตะวันออก โอกาสที่จะทำได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้มีสูง แต่ยังมีบางพื้นที่ ต้องประเมินอีกครั้งในช่วงสัปดาห์สุดท้าย

สำหรับสถานการณ์ของ“พรรคเพื่อไทย” มีการแจ้งผลโพลไปยัง “ผู้สมัคร สส.เขต” ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อปรับกลยุทธในช่วงโค้งสุดท้าย ตั้งเป้าปั๊มกระแส เติมอาวุธในพื้นที่ ที่ต้องช่วงชิงมาให้ได้

“โพลค่ายแดง” ในมือของ “เดอะซัน” สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย และผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ยังมั่นใจว่าตัวเลข สส.ของ“เพื่อไทย” จะอยู่ที่ 150-200 ที่นั่ง

เป้าหลักอยู่ที่ “ภาคอีสาน” โดย “เชน”ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เดินสายจากร้อยเอ็ด ขอนแก่น ชัยภูมิ บุรีรัมย์ นครราชสีมา สระแก้ว ก่อนจะตีกลับ กทม.หวังกระตุ้นคะแนนนิยม

“พรรคประชาชน” มีการประเมินภายในว่า มีโอกาสคว้าเก้าอี้ สส.ไม่น้อยกว่า 151 ที่นั่ง ซึ่งเคยทำได้ในการเลือกตั้งปี 2566 โดย “กระแสสีส้ม” ในพื้นที่เขตเมืองยังมาแรง ทั้งพื้นที่ กทม. ปริมณฑล และอำเภอเมืองในหลายจังหวัด

นอกจากนี้ “พรรคประชาชน” ยังลุ้นให้กระแสของ “ทิม” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งอาสากลับมาช่วยปั๊มกระแสสีส้ม สามารถทำให้กระแสพรรคประชาชนดีดตัวขึ้น

อีกทั้งยังมีไพ่เด็ดอยู่ที่ตัวของ “สส.ไอซ์” รักชนก ศรีนอก ที่เดินสายเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของการบริหารงบประมาณ “ประกันสังคม” เจาะฐานเสียงผู้ใช้แรงงาน โดยชำแหละโครงการถลุงเงินของผู้ประกันตนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดหวังจะโกยแต้มได้เป็นกอบเป็นกำ

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งที่เหมือนของ “โพล 3 ก๊ก” คือการประเมิน “คู่แค้น - คู่แข่ง” มีโอกาสคว้าเก้าอี้ สส.ต่ำกว่าพรรคตัวเอง ซึ่งต้องวัดกันจนนาทีสุดท้ายว่า “โพล 3 ก๊ก” ของค่ายไหน จะแม่นยำมากกว่ากัน

ต้องจับตาในช่วงโค้งอันตรายทางการเมือง เพราะต่างฝ่ายต่างต้องการโหมกระแสให้ได้มากที่สุด แต่ต้องระมัดระวังทุกฝีก้าว เพื่อไม่ให้กระแสตีกลับจนแหกโค้งเช่นกัน