"ผอ.นิด้าโพล" ประเมินกลยุทธ์โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง เปิดยุทธการณ์ กินเค้กเพื่อน หวังเพิ่มตัวเลข สส. จับตา "ส้ม" กิน "แดง" หวังดึงแต้มเบียด "ภท."
นายสุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลน์ ต่อกรณีที่ พรรคเพื่อไทย สำรวจความเห็นต่อผลการเลือกตั้งที่พรรคเพื่อไทยจะได้สส. ทะลุ 200 ที่นั่ง ว่า เป็นเรื่องธรรมดา ที่พรรคการเมืองต้องสร้างความฮึกเหิมให้ลูกพรรค
อย่างไรก็ดีในส่วนของ นิด้าโพล หากพิจารณาจากผลสำรวจเมื่อต้นเดือน ม.ค.69 ส่วนที่มาเป็นอันดับหนึ่งยังเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และพรรคภูมิใจไทย
ทั้งนี้ ต้องรอผลสำรวจนิด้าโพลล่าสุดที่จะออกมาในวันที่ 30 ม.ค. นี้ เมื่อพิจารณารายละเอียดแล้วผลยังเป็นเหมือนเดิม แต่พรรคประชาชนจะได้คะแนนกระเตื้องขึ้นเพราะการกลับมาของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน
“จากการติดตามการเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง ตั้งแต่ 23 ม.คง ไม่มีใครมีวิธีการเก็บคะแนนได้ปังๆ เมื่อเทียบคะแนนเป็นเค้ก เค้กแต่ละส่วนจะมีคนกินแล้ว แต่ยังมีเค้กส่วนหนึ่ง 7-8% ที่ยังไม่มีใครกิน ดังนั้นต้องไปแย่งชิงกินเค้กชิ้นนี้ แต่ถามว่าหากการกินต้องแบ่งๆ กันไป ซึ่งไม่สามารถทำให้ตัวเองได้เค้กมากขึ้น และไม่พอ ดังนั้นต้องแย่งเพื่อนโดยเชื่อว่าหลังจากนี้จะมียุทธการณ์แย่งเค้กเพื่อน เพราะเค้กที่ไม่มีคนกินไม่พอ ดังนั้นต้องแย่งเค้กชิ้นของเพื่อนด้วย” นายสุวิชา กล่าว
นายสุวิชา กล่าวถึงปรากฎการณ์น้ำแข็งไฟ ของ น.ส.รักชนก ศรีนอก พรรคประชาชน ว่า พรรคประชาชนรู้ว่ามีกลุ่มแรงงาน หรือกลุ่มอาชีพที่ไม่ตัดสินใจสูงสุด 11% ทำให้ต้องไปเล่นเรื่องประกันสังคมเพื่อดึงคะแนนจากผู้จ่ายเงินประกันสังคม หรือมนุษย์เงินเดือน ทั้งนี้ กลุ่มดังกล่าวเป็นของพรรคประชาชนอยู่แล้ว อีกส่วนคือแย่งเค้กเพื่อนด้วย การแย่งเค้กจากนายอนุทิน จะไม่กลับไปสู่สีส้ม แต่จะไปสู่พรรคประชาธิปัตย์ แต่หากอยากให้ไหลมาสีส้ม ต้องกินเค้กสีแดง ประเด็นคือจะอ้างอะไรไปกินเค้กฝ่ายสีแดง
“เมื่อปี2566 สีส้ม แย่งเค้กจากสีแดงมาดื้อๆ กลางเม.ย. สีส้มได้ 21% สีแดงได้47% พอปลายพ.ค. ประกาศมีลุงไม่มีเรา คะแนนเพื่อไทยเหลือ 35% ส่วนสีส้มเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 30% และตอนจบ สีส้มเพิ่มขึ้น 39% สีแดง 29% ดังนั้นทางเดียวส้มต้องกินแดง” นายสุวิชา กล่าว
เมื่อถามว่ามองว่าภูมิใจไทยจะเพิ่มตัวเลข สส. ได้เท่าไร นายสุวิชา กล่าวว่า ตนยังมองว่าได้เท่าเดิม 140-150 เสียง เพราะไม่มีอะไรใหม่ พรรคภูมิใจไทยเน้นเก็บคะแนนชาตินิยม แต่ตอนนี้เต็มแก้วแล้ว ส่วนพรรคสีแดง แจกวันละล้าน ไม่ได้สร้างคะแนนได้เหมือนนโยบายแจกหมื่น ส่วนพรรคประชาชนที่ได้นายพิธามาช่วย คะแนนเพิ่มขึ้นแต่ไม่หวือหวา อาจจะได้ 130-140 เสียง แต่ยังตามหลังพรรคภูมิใจไทย ทั้งนี้ต้องรอดูผลสำรวจของนิด้าโพล ที่จะออกมาในวันที่ 30 ม.ค. นี้ ส่วนพรรคเพื่อไทยน่าจะได้ไม่เกิน 100 ที่นั่ง ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้คะแนนกว่า 51% ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจะส่งผลกระทบไปยังจังหวัดสุราษฎร์ ชุมพร พัทลุงด้วย หากพรรคประชาธิปัตย์ยืนระยะได้ จะได้ สส.มากกว่าที่คำนวณไว้ที่ฐาน 40% คือภาคใต้เพิ่มกว่า 20 เก้าอี้ และบัญชีรายชื่อไม่ต่ำกว่า 12 ที่นั่ง ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากการยืนระยะของพรรคอีกครั้ง หากสามารถทำได้ อาจได้สส. 40 ที่นั่ง ส่วนพรรคกล้าธรรม ตนมองว่ากระแสเริ่มเดิม และอาจได้ 40 ที่นั่ง





