เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2569 ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) มีการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม ตั้งแต่เวลา 10.00 น จนถึงเวลา 14.30 น. จากนั้นจึงมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยในช่วงต้นของการแถลงข่าว พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นำทีมแถลงว่า การประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญ 2 เรื่องคือ
1.เรื่องการปรับปรุงโครงสร้างประกันสังคม ได้มีการตั้งคณะทำงานศึกษาโครงสร้าง การปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม ประกอบด้วยฝ่ายผู้ประกันตน 4 คน ฝ่ายนายจ้าง 4 คนและฝ่ายราชการ มีตนเป็นประธาน มีรมว.แรงงาน เป็นที่ปรึกษา และเลขา สำนักงานประกันสังคม และที่ปรึกษากฎหมาย ร่วมด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้แทน กระทรวงการคลัง ผู้แทนกฤษฎีกา และผู้แทนกพร
มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการ จัดทำรถแบบ ซึ่งอาจจะมีการแก้กฎหมายร่วมด้วย คณะทำงานชุดนี้ก็จะมากำหนดตำแหน่งทางต่างๆรวมถึงสรรหาผู้มีความรู้ความสามารถในเชิงสถาบันการศึกษาต่างๆเพื่อนำมาขับเคลื่อนเรื่องนี้ โดยกำหนดการทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับตั้งแต่มีคำสั่ง ซึ่งคาดว่าไม่เกินสัปดาห์นี้จะมีคำสั่งออกมา และสามารถเรียกประชุมคณะทำงานได้ภายในสัปดาห์หน้า รวมทั้งสามารถมีที่ปรึกษาที่หลากหลายได้ ให้สมกับเป็นองค์กรสมัยใหม่ที่เราคาดหวังว่าจะมาทำหน้าที่ให้ประกันสังคมมีคุณภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นขึ้นไป โดยอาจมีหลายรูปแบบเช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย กองทุนกบข.หรือรูปแบบจากต่างประเทศ
"ที่ผ่านมา ก็เคยมีการปรึกษาเรื่องนี้มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้งแต่ 2 ครั้งที่เห็นชัดๆ คือปี 2545 และปี 2559 ซึ่งมีรูปแบบให้เห็นอยู่ 2-3 โมเดล แต่เนื่องจากการศึกษาผ่านมาสักระยะหนึ่งแล้วในบริบทปัจจุบันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่งตั้งคณะทำงานฯ" พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าว
2. ระบบการใช้งานของผู้ประกันตน ซึ่งสำนักงานประกันสังคมไม่เคยนิ่งนอนใจ และมีการรายงานในบอร์ดให้รับทราบต่อเนื่อง ถึงแนวทางแก้ปัญหาต่างๆ
"ผมในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม จึงขอเป็น ตัวแทนคณะกรรมการทุกคน ขอประทานโทษขอกราบขอโทษ พี่น้องผู้ประกันตนที่อาจจะไม่ได้รับความสะดวก ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะกรรมการประกันสังคมมีการถกเถียงกันอย่างมาก ถือเป็นเรื่องสำคัญแม้ว่าไม่อยู่ในวาระการประชุม คณะกรรมการทุกท่านพยายามทำให้เรื่องนี้คลี่คลาย ซึ่งแก้ไขได้ในระดับหนึ่งแล้ว เพื่อให้ทันต่อความเดือดร้อนของผู้ประกันตน ผมจึงขอ กราบขอโทษด้วยความตั้งใจจริงๆ" พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าว พร้อมยกมือไหว้ขอโทษผู้ประกันตน
ด้าน นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุตรดี กรรมการ ประกันสังคม กล่าวว่า ใน 2 วาระข้างต้นทางฝั่งผู้ประกันตนมีข้อสังเกตสำคัญโดยเฉพาะเรื่องคณะทำงานเพื่อปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคม ว่าถ้าเป็นกรณีนี้นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงานไม่เหมาะสมที่จะเซ็นร่าง ระเบียบการเลือกตั้งฉบับใหม่ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านก่อนที่จะมีการเลือกตั้งและได้รัฐบาลใหม่ ส่วนประเด็นปัญหา Application เรามีข้อสังเกตโดยยืนยันว่าต้องสื่อสารที่ตรงไปตรงมาว่าปัญหาเกิดจากอะไร โดยเฉพาะผู้รับผิดชอบชิ้นงานการพิจารณาค่าปรับและการชดเชย ให้กับผู้ประกันตนที่เสียโอกาสในเรื่องนี้
ส่วนการบริหารการลงทุน SAA เฟสสอง ซึ่งจะมีผลในการ ใช้ในช่วงปี 2571 จะมีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ ที่มีความสมดุลมากขึ้นและขณะเดียวกันก็จะกระจายสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น กับสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำในอัตรา 50:50 ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นเพดานขั้นสูง นั่นหมายความว่าในทางปฏิบัติจริงเราสามารถ มีการบริหารกรอบการบริหารความเสี่ยงที่มีการรัดกุม โดยมีระยะเวลาในการทำงาน 15 เดือน นับจากตรงนี้ไปคาดว่าจะมีผลใช้ในปี 2571 โดยคาดการณ์ผลตอบแทนการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 5-6% เพราะปีนี้ถึงจะมีผลตอบแทนในเชิงตัวเลขที่สูงขึ้นแต่ก็ เป็นเงื่อนไขความเฉพาะของตราสารหนี้ในช่วงปีที่ผ่านมา ดังนั้นการวางแผนการลงทุนระยะยาวที่เหมาะสมจะทำให้ยืดอายุของกองทุนขึ้นมาได้ 2 ปี อีกทั้งยังมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ ถือเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่เพื่อให้การลงทุนเป็นไปตามมาตรฐานกองทุนทั่วโลก
ขณะที่ น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า เรื่องความเดือดร้อนของผู้ประกันตนนั้นเราไม่ได้นิ่งนอนใจเพราะตั้งแต่ปิดระบบมาจนถึงกระทั่งเปิดระบบมาถึงวันที่ 5 ม.ค. เราใช้วิธีการ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องระบบและ User การใช้งานในช่วง ที่มีคนใช้หนาแน่นทำให้ระบบมีปัญหาตอนนี้เราจึงมีการจัดสรรเวลา ซึ่งขณะนี้มีการดำเนินการเรื่องของการเกี่ยวกับการว่างงาน ของกรมการจัดหางานซึ่งเพิ่มขึ้นตลอดเวลามาเข้าสู่ ระบบฐานข้อมูลแล้วแต่มีประเด็นเรื่องการอนุมัติ ซึ่ง มีปัญหาจะต้องทยอยทำโดยพยายามทำให้ได้วันละ 35,000 คนแต่ก็ยังทำไม่ได้ อย่างไรก็ตามคาดว่าจะใช้เวลา 7-10 วัน นำเข้าข้อมูลทั้งหมดขณะเดียวกันก็ระดมเจ้าหน้าที่มายังส่วนกลางเพื่อมาปฏิบัติงานในห้วงเวลาที่แตกต่าง จากการใช้ Application ดังนั้นจึงขอยืนยันว่าจะเร่งรัด ให้สามารถจ่ายเงิน กรณีว่างงานและกรณีอื่นๆให้รวดเร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการดำเนินการที่เคาน์เตอร์เราก็สามารถอนุมัติและจ่ายเงินได้เลยซึ่งปกติเราก็ทำคู่ขนานกับการยื่นผ่านระบบอยู่แล้ว
ขณะที่นางนงค์ลักษณ์ กอวรกุล รองเลขาธิการ สปส. กล่าวว่า ส่วนการปรับ ผู้จะทำ Application สัญญาเริ่มตั้งแต่ปี 64 ครบกำหนดสัญญาคือ ธันวาคม 2566 ตอนนี้ตรวจรับเสร็จแล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ในส่วนค่าปรับ คิดจากการส่งมอบงานล่าช้า ลบกรณียกเว้นตามกระทรวงการคลัง อยู่ที่ 153 วัน ส่วนประเด็นกันจ้างช่วง อีก 34 ล้านรวม 2 ส่วนนี้ 163 ล้านแต่ยังไม่ได้รวมค่าเสียหายอื่นๆ ซึ่งในส่วนที่คิดได้เบื้องต้นคือค่าที่บำรุงรักษาในช่วงที่ส่งมอบงานล่าช้า ปีละ 200 ล้านบาท ตรงนี้ได้เสนอตั้งคณะทำงาน พิจารณาเรื่องค่าเสียหาย ที่รวมทั้งหมด รวมทั้ง กรณีที่ผู้แทนผู้ประกันตนเสนอมาจะถูกนำไปคิดร่วมด้วย
เมื่อถามว่ากรณีมีข้อเรียกร้อง ให้สำนักงานประกันสังคมต้องจ่ายดอกเบี้ย ให้กับผู้ประกันตนที่ทำเรื่องร้องขอรับสิทธิประโยชน์ แต่ไม่อาจรับได้เนื่องจากมีปัญหาที่ระบบ ทางบอร์ด สปส. มีการพูดคุยเรื่องนี้อย่างไร พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็มีข้อกฎหมายต่างๆรวมถึงความเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้นที่เราต้องรวบรวมมา คงยังให้ตัวเลขที่ชัดเจนไม่ได้ เพราะอาจมีหลายส่วนที่มาเกี่ยวข้องทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบ และผู้รับจ้างด้วย อย่างไรก็ตามหากมีความชัดเจน ซึ่งทางบอร์ดมีการพิจารณาเรื่องนี้เป็นสำคัญอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม น.ส.มาลากาลัญ ห่อประทุม ผู้ตรวจราชการกรมในฐานะรองโฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า มีกระบวนการถอดบทเรียนและรับฟังความคิดเห็นซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างระหว่างความคิดเห็นในการปรับปรุงระเบียบการเลือกตั้งปี 2564 ดังนั้นจึงยังมีการเลือกตั้งอยู่เนื่องจากคณะกรรมการ จากทั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนจะครบวาระในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ ตอนนี้การจัดการเลือกตั้ง มีระยะเวลาดำเนินการไม่เกิน 120 วัน นับตั้งแต่ครบวาระของบอร์ดชุดนี้ ส่วนบอร์ดรักษาการก็ยังทำหน้าที่ได้อยู่
- +ประกันสังคมก้าวหน้า ไม่เคลียร์ ยันร่างระเบียบเลือกตั้งใหม่มีปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามกลับไปยังนายษัษฐรัมย์ ว่าหลังจากได้มีการพูดคุย ในบอร์ดประกันสังคมแล้วรู้สึกว่าเคลียร์ในประเด็นข้อที่มีการตั้งข้อสังเกตเอาไว้หรือไม่ นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ไม่เคลียร์ สิ่งหนึ่งที่เราพยายามยืนยันมาตลอดว่าร่างระเบียบเลือกตั้งตัวนี้ มีทำร้ายที่มีปัญหา และเรายังไม่รับรองรายงานการประชุมวันที่ 13 ม.ค. ทีมประกันสังคมก้าวหน้าจะตั้งข้อสังเกต และมีผู้เข้าร่วมประชุมใช้ถ้อยคำว่าจะเร่งรัดให้ รมว.แรงงาน ดำเนินการให้แล้วเสร็จในสมัยของท่านซึ่งเรามองว่าแนวทางการปฏิบัติไม่ควรเป็นเช่นนั้น อีกทั้งฉันทามติวันที่ 8 ก.พ.นี้ จะเป็นตัวตัดสินว่าทิศทางการปฏิรูปประกันสังคมจะเป็นไปในทิศทางไหน ดังนั้นจึงไม่ควรมีการอนุมัติระเบียบการเลือกตั้งฉบับใหม่ในช่วงสุญญากาศ ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนี้นี่คือจุดยืนสำคัญของทีมประกันสังคมก้าวหน้า เราต้องการให้ใช้ระเบียบตัวเดิมที่เพิ่งใช้มาเพียง 1 ครั้ง เพื่อเดินหน้าสู่กระบวนการการเลือกตั้งให้เร็วที่สุดเราไม่ต้องการเป็นบอร์ดรักษาการที่ยาวนาน จะทำให้เสียโอกาสในการทำประโยชน์ให้กับประชาชน
เมื่อถามถึงการเก็บเงินสมทบเพิ่มเป็น 875 บาท มีเหตุผลเช่นใด นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการ สปส. กล่าวว่า สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับนอกจากอัตราเดียวเท่ากันทุกคนเช่นค่าทำศพ ถ้าทำฟัน ค่าคลอด เป็นต้นแต่จะมีสิทธิประโยชน์อีกส่วนหนึ่งที่ไปสัมพันธ์กับค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบ ทั้งนี้ที่ผ่านมาส.สไม่ได้ปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดมาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปีแล้ว การปรับครั้งนี้ก็เพื่อสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน เพราะมีประกันตนหลายคนบ่นว่าได้รับบำนาญน้อยนิด ก็จะมาเพิ่มในส่วนนี้
เมื่อถามถึงกรณีกันตัดชุดสูทให้กับเจ้าหน้าที่กว่า 7,000 ตัว เฉลี่ย ตัวละ 5,000 บาทนั้น นางนิยดา กล่าวว่า เป็นในส่วนของเงินค่าบริหารจัดการที่กฎหมายกำหนดให้สำนักงานประกันสังคมใช้จ่ายเงินสมทบ10% ขอเงินสมทบ แต่ละปี ซึ่งต้องย้ำว่าการตัดตัดให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกคนเพื่อ แสดงสัญลักษณ์ให้กับผู้ประกันตนได้ทราบซึ่งจะสวมทุกวัน จันทร์ พุธ พฤหัสบดี หรือเวลาออกนอกสถานที่ อย่างไรก็ตามขอย้ำว่าไม่ใช่ตัวละ 5,000 บาท แต่ 5,000 บาทรวมทั้งชุด และได้มาจากการประมูลผู้รับเหมาตาม ระเบียบของกระทรวงการคลัง
ส่วนกรณีที่ประกันสังคมก้าวหน้า มีการใช้งบผู้ประกันตนเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศ นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า มีการเดินทางจริง ปี 2567 จากการตั้งงบประมาณเดิม 2 คน คือ นายธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน และนางลักษมี สุวรรณภักดี แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีการเดินทางไปดูงานต่างประเทศ 100%





