เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณี สส.พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากการยุบสภาฯเมื่อ 12 ธ.ค. 2568 และกรณีลาออกจากตำแหน่งเองหลายราย รายชื่อน่าสนใจ
- ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กรณีลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย ส่งผลให้พ้นจากตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เมื่อ 3 ธ.ค. 2568
แจ้งมีทรัพย์สิน 14,994,851 บาท ได้แก่ เงินสด 8 แสนบาท เงินฝาก 494,851 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 1 แห่งเป็นห้องชุด มูลค่า 4.5 แสนบาท ยานพาหนะ 3 คัน 12.7 ล้านบาท (มี Porsche Cayennes 1 คัน 4 ล้านบาท/Range Rover 1 คัน 8 ล้านบาท) ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) 2 รายการเป็นนาฬิกาหรู รวม 5.5 แสนบาท ไม่มีหนี้สิน แจ้งมีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 427,200 บาท เป็นเบี้ยยังชีพผู้เคยเป็น สส.
ส่วนนางลำเนา อยู่บำรุง คู่สมรส มีทรัพย์สิน 591,953 บาท ได้แก่ เงินสด 5 แสนบาท เงินฝาก 91,953 บาท ไม่มีหนี้สิน
รวมทั้งคู่มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 15,586,804 บาท ไม่มีหนี้สิน
สำหรับ ร.ต.อ.เฉลิม คือนักการเมืองรุ่นลายคราม เป็น สส.มาหลายสมัย เคยดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีหลายกระทรวง อย่างไรก็ดีในช่วงหลังเขามีความสัมพันธ์ไม่ค่อยดีนักกับพรรคเพื่อไทย กระทั่งในวันโหวตนายกฯคนที่ 33 ร.ต.อ.เฉลิม โหวตสวนมติพรรคเพื่อไทย ไปสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกฯ หลังจากนั้นก่อนยุบสภาเมื่อ 3 ธ.ค. 2568 เขาตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย ส่งผลให้พ้นจาก สส.โดยอัตโนมัติ
- นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกฯ ครม.แพทองธาร ชินวัตร เมื่อ 24 ก.ย. 2568
แจ้งมีทรัพย์สิน 16,568,988 บาท ได้แก่ เงินฝาก 2,599,988 บาท ที่ดิน 6,355,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 6,825,000 บาท ยานพาหนะ 767,000 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) 22,000 บาท มีหนี้สิน 4,066,405 บาท มีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 4,466,540 บาท แบ่งเป็นเงินเดือน 1,439,040 บาท ขายรถยนต์มิตซูบิชิ 3 แสนบาท ค่าเช่า 227,500 บาท ขายตึกหนองบัวระเหว 2.5 ล้านบาท รายจ่ายรวม 902,927 บาท
ส่วนนางวิภา จันทรรวงทอง คู่สมรส มีทรัพย์สิน 36,821,070 บาท ได้แก่ เงินฝาก 11,179,142 บาท เงินลงทุน 16,210,771 บาท ที่ดิน 5 แสนบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 1.2 แสนบาท สิทธิและสัมปทาน 8,811,156 บาท หนี้สิน 2,820 บาท เป็นเงินเบิกเกินบัญชี มีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 2,292,569 บาท แบ่งเป็นเงินเดือน 1.5 ล้านบาท เวนคืนเงินประกัน 792,569 บาท รายจ่ายรวม 1,428,477 บาท
รวมทั้งคู่มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 53,390,058 บาท หนี้สินทั้งสิ้น 4,069,225 บาท
- นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)
เขาแจ้งมีทรัพย์สิน 63,588,675 บาท ได้แก่ เงินฝาก 5,387,401 บาท ที่ดิน 44,439,560 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 10,394,214 บาท ยานพาหนะ 2.2 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) 1,167,500 บาท มีหนี้สิน 45,041 บาท เป็นเงินเบิกเกินบัญชี
มีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 5,786,456 บาท แบ่งเป็นเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่ม 3,366,504 บาท ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร 294,272 บาท ขายกองทุนบัวหลวง 1,535,680 บาท ขายพระเครื่อง 4 แสนบาท ขายรถยนต์ 1 คัน 1.9 แสนบาท (ได้รับเป็นเงินสดเมื่อ 25 เม.ย. 2568) รายจ่ายรวม 14,547,708 บาท ในจำนวนนี้มีค่าชดใช้ทุนการศึกษาบุตร 5,957,708 บาท
ส่วนนางพรพาณี ตัณฑสิทธิ์ คู่สมรส มีทรัพย์สิน 18,885,383 บาท ได้แก่ เงินฝาก 2,097,023 บาท ที่ดิน 7,065,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 8,043,360 บาท ทรัพย์สินอื่น 1,680,000 บาท ไม่มีหนี้สิน มีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 1,515,926 บาท เป็นค่าจ้างที่ปรึกษา 3.4 แสนบาท ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร 65,926 บาท รับเงินจากคู่สมรส 1.1 ล้านบาท รายจ่ายรวม 1,973,000 บาท
รวมทั้งคู่มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 82,474,058 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 45,041 บาท
สำหรับนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ อดีตเลขาธิการ กสทช. บิดาของนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ อดีต รมช.พาณิชย์ รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โดยหลังการเลือกตั้งปี 2566 นายฐากร ได้โหวตสวนมติพรรค ทสท.หลายครั้ง กระทั่งแหกมติพรรคมาเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย เมื่อกลางปี 2568 ที่ผ่านมา โดยส่งบุตรชายไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
ปัจจุบันนายฐากร แจ้งว่ามีตำแหน่งเป็นหัวหน้าสำนักงาน บริษัท ที เค ที ลอว์ออฟฟิศ จำกัด ตั้งแต่ 30 มี.ค. 2566





