วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ไทย’พันธมิตรนอกนาโต้ ‘คอบร้าโกลด์ 2026’ ยุคเงินฝืด

‘ไทย’พันธมิตรนอกนาโต้  ‘คอบร้าโกลด์ 2026’ ยุคเงินฝืด

ท่ามกลางสถานการณ์โลกกำลังผันผวนจากการแย่งชิงทรัพยากร และความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ของมหาอำนาจ แต่ “ฌอน เค โอนีลล์” (Sean K. O’Neill) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยคนใหม่ แสดงความมั่นใจ ไม่ว่าปัจจุบันหรืออนาคต จะไม่กระทบสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างไทย-สหรัฐอเมริกา ภายใต้การฝึกรหัส “คอบร้าโกลด์ 2026” (Cobra Gold 2026) ครบรอบ 45 ปี ที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งสองประเทศ

พร้อมใช้โอกาสนี้ ร่วมพิธีวางพวงมาลา สักการะดวงวิญญาณนักรบไทย ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ เพื่อแสดงความเคารพและรำลึกถึงวีรชนทหารไทยผู้เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องประเทศชาติ และวางมาลัยกร ณ แผ่นจารึกนามผู้สละชีพเพื่อชาติ เพื่อรำลึกถึงวีรชนนักรบไทยที่ได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารสหรัฐอเมริกาในประวัติศาสตร์ ได้แก่ วีรชนจากสงครามเกาหลี (พ.ศ. 2493-2496) และสงครามเวียดนาม (พ.ศ. 2498-2518) และวางมาลัยกร ณ แผ่นจารึกวีรชนจากกรณีพิทักษ์ราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2568 

“ฌอน เค โอนีลล์” ยังยกให้ไทยคือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ของสหรัฐ ในเชิงความสัมพันธ์ด้านการทูตที่มีมาอย่างยาวนาน เหนือกว่าประเทศอื่น และยังเป็นภาคีเดียวในสนธิสัญญาแห่งภาคพื้นทวีปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การฝึกคอบบร้าโกลด์ ที่จัดขึ้นในทุกปี เพื่อให้ทหารไทยและสหรัฐ รวมถึงทุกภาคีของประเทศนั้นมีความพร้อมรับมือกับวิกฤติและความท้าทาย เพื่อที่จะประเดประดังเข้ามา เพื่อผดุงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่งคั่งในภูมิภาคนี้

แม้การฝึกคอบร้าโกลด์ปี 2026 จะเข้าวงรอบการฝึกขนาดใหญ่ หรือ Heavy Year แต่กลับพบว่าสหรัฐส่งยุทโธปกรณ์มาร่วมน้อยกว่าที่ควรจะเป็น สะท้อนถึงงบประมาณที่มีจำกัด เนื่องจากที่ผ่านมาได้ใช้ไปกับกรณีเวเนซุเอลา และอิหร่านมหาศาล

สำหรับ ยุทโธปกรณ์ของสหรัฐที่ร่วมฝึกเช่น เครื่องบินรบ F-16 รุ่นเดียวเท่านั้น จำนวน 6 ลำ ซึ่งที่ผ่านมา มีเครื่องบินรบ F-18, F-35 ร่วมการฝึก

นอกจากนี้ ยังมี เครื่องบิน C-130 จำนวน 2 ลำ เฮลิคอปเตอร์ UH-60 Black Hawk จำนวน 6 ลำ เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64D จำนวน 4 ลำ เฮลิคอปเตอร์ HH-60M Black Hawk (MEDEVAC) ลำเลียงผู้บาดเจ็บรุ่นทันใหม่ จำนวน 3 ลำ เป็นต้น

ทว่า จำนวนอาวุธยุทโธปกรณ์ไม่ว่าจะมากหรือน้อยไม่ใช่ปัญหา แต่ประเด็นคือสหรัฐยังให้ความสำคัญกับไทย “พันธมิตรนอกนาโต้” ไม่ตัดความสัมพันธ์ หรือยกเลิก และพยายามบริหารจัดการงบประมาณเพื่อให้การฝึกคอบร้าโกลด์ยังคงอยู่ และต่อเนื่องในอนาคต

ขณะเดียวกัน สหรัฐยังต้องเตรียมงบประมาณในการฝึกร่วมกับชาติพันธมิตรอื่นๆ ที่จ่อคิวเข้ามา

หนึ่งในนั้นคือการซ้อมรบ Angkor Sentinel กับกัมพูชา ในรอบ 8 ปี หลังถูกระงับไปตั้งแต่ปี 2017 รวมถึงการยกเลิกการคว่ำบาตรอาวุธต่อกัมพูชา และข้อเสนอการฝึกอบรมเพิ่มเติมให้กับเจ้าหน้าที่ทหารกัมพูชาที่สถาบันการทหารชั้นนำของสหรัฐ 

ภายหลังเรือรบชายฝั่ง USS Cincinnati (LCS-20) เทียบท่าท่าเรือแห่งหนึ่งของฐานทัพเรือเรียมห่างจากเรือรบจีน 2 ลำ เพียง 150 เมตร เมื่อ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา

และพล.ร.อ.Samuel Paparo ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก เดินทางไปเยือนกัมพูชา หลังเยือนประเทศไทย ในระหว่าง 24-25 ม.ค. พร้อมเข้าพบพล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ส่วนไทยเฝ้ามองกัมพูชาจะรับมือกับสถานการณ์ความกดดันนี้อย่างไร เนื่องจากไทยมีความชัดเจนเรื่องนโยบายสมดุล ยึดความเป็นกลาง และเป็นมิตรกับทุกประเทศ และสามารถบริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ จีน รัสเซีย ได้อย่างลงตัวในระดับหนึ่ง

สอดคล้องกับพล.อ.อุกฤษฎ์ ได้ย้ำถึงจุดยืนของประเทศไทยในเวทีแถลงข่าวคอบร้าโกลด์ 2026 ว่า ประเทศไทยเป็นชาติที่รักสงบ แต่ถึงรบก็ไม่ขลาด เราพร้อมอยู่เสมอ ไม่ใช่เพื่อสร้างความขัดแย้ง แต่เพื่อรักษาสันติภาพ ปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง ความมั่นคงของประชาชน และสนับสนุนเสถียรภาพของภูมิภาค

พร้อมยอมรับว่า ในห้วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก กำลังเผชิญกับความท้าทายความมั่นคงที่ซับซ้อน ทวีคูณ ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจ และภัยคุกคามข้ามชาติ เช่น การก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ ไซเบอร์ สแกมเมอร์ และภัยธรรมชาติ บ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ

ดังนั้นการฝึกร่วมคอบร้าโกลด์ ไม่ใช่เพียงการฝึกทางทหาร แต่เป็นแพลตฟอร์มการร่วมการฝึกระดับภูมิภาคที่จะสร้างคุณค่าหลัก 4 ด้าน

1.ความพร้อมด้านการปฏิบัติการร่วมในโลกที่เชื่อมโยง เมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤติในประเทศใด จะมีผลกระทบต่อประเทศอื่นเช่นกัน และไม่มีประเทศใด สามารถรับมือวิกฤติตามลําพัง การฝึกนี้จะช่วยให้กองทัพไทยเข้าใจระบบการทํางานวิธีการสื่อสารและวัฒนธรรมองค์กรของมิตรประเทศและหุ้นส่วน เพื่อให้สามารถปฏิบัติการร่วมกันอย่างราบรื่นเมื่อเกิดวิกฤติจริง

2.ความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือ เราสามารถฝึกสถานการณ์จําลองได้หลากหลาย ตั้งแต่การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ การปฏิบัติการทางมนุษยธรรม ไปจนถึงการรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงภัยแบบไฮบริด การฝึกนี้จะเสริมสร้างความสามารถกําลังพลให้พร้อมรับมือสถานการณ์

3.หุ้นส่วนเพื่อสันติภาพ นโยบายของประเทศไทยชัดเจน เป็นมิตรกับทุกประเทศ ไม่เป็นศัตรูกับใครการฝึกคอบร้าโกลด์สะท้อนถึงหลักการนี้ โดยเปิดกว้างให้ประเทศต่างๆ เข้าร่วมการฝึก ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ใคร แต่มุ่งสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นร่วมกัน

4.การพัฒนาที่ยั่งยืน ดํารงกิจกรรมด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ

สำหรับการฝึกคอบร้าโกลด์ 2026 เป็นการฝึกร่วมผสมแบบพหุภาคีระหว่างกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพมิตรประเทศ ในปีนี้ เป็นปีที่ 45 Heavy Year มีประวัติยาวนานที่สุดการฝึกหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยกองทัพไทยและกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี โดยมีประเทศเข้าร่วมการฝึกหลัก จำนวน 7 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี และมาเลเซีย ประเทศร่วมการฝึกเพิ่มเติม จำนวน 3 ประเทศ ประกอบด้วย จีน อินเดีย และออสเตรเลีย

สำหรับกลุ่มประเทศที่หมุนเวียนเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ ประเทศในโครงการเสนาธิการผสม ส่วนเพิ่มนานาชาติ หรือ MPAT (Multinational Planning Augmentation Team) จำนวน 10 ประเทศ ประกอบด้วย บังกลาเทศ แคนาดา ฟิจิ ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อิตาลี มองโกเลีย เนปาล นิวซีแลนด์ และฟิลิปปินส์

ประเทศที่เข้าร่วมในโครงการสังเกตการณ์ การฝึก (Combined Observer Liaison Team : COLT) จำนวน 10 ประเทศ ประกอบด้วย บรูไน เยอรมนี จอร์แดน ลาว เนเธอร์แลนด์ ปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย สวีเดน ติมอร์-เลสเต และเวียดนาม รวมทั้งสิ้น 30 ประเทศ จำนวนผู้เข้าร่วมการฝึกฯ มากกว่า 8,000 นาย

จุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ และพัฒนาขีดความสามารถทางทหารด้านการอำนวยการยุทธ์ร่วม และยุทธ์ผสม เชื่อมโยงองค์ความรู้ ประสบการณ์ และรูปแบบการฝึกให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกปัจจุบัน

 ดำเนินการฝึกการปฏิบัติการร่วม/ผสมในทุกมิติ (Combined Joint All Domain Operations : CJADO) ครอบคลุมการปฏิบัติการร่วม ทั้งมิติทางบก มิติทางทะเล และมิติทางอากาศ มิติห้วงอวกาศ (Space) และมิติทางไซเบอร์ (Cyber) โดยกำหนดการฝึกหลัก ระหว่างวันที่ 18 ก.พ.-6 มี.ค.2569