เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวการหาเสียง พรรคประชาชน (ปชน.) โดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค ปชน. พร้อมด้วย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ "แม่ทัพภาคใต้" ของ ปชน. ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.กระบี่ ร่วมกิจกรรมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช และผู้สมัคร สส.กระบี่ พรรคประชาชน
กิจกรรมหาเสียงในวันนี้เริ่มต้นด้วยการเปิดเวทีปราศรัยในช่วงสาย ที่บริเวณสวนขวัญ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ร่วมกับ นายปกรณ์ อารีกุล ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 1 เบอร์ 4 พรรคประชาชน ก่อนที่ช่วงบ่ายจะเดินทางไปร่วมพบปะกับตัวแทนหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากนั้นจึงเดินทางไปร่วมเปิดเวทีปราศรัยกับนายสมโชติ มีชนะ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 5 เบอร์ 1 พรรคประชาชน ที่ อ.ทุ่งสง ก่อนที่จะร่วมขบวนแห่หาเสียงไปรอบเทศบาลตำบลท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ และเปิดเวทีปราศรัยที่หน้าตลาดขวัญนรา ร่วมกับนายพุฒิพงศ์ ลุ่ยจิ๋ว ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 6 เบอร์ 7 พรรคประชาชน
จากนั้นในช่วงเย็น นายณัฐพงษ์ จะเดินทางสู่ จ.กระบี่ ขึ้นรถแห่หาเสียง ไปรอบเทศบาลเมืองกระบี่ พร้อมเดินตลาดพบปะประชาชนและแจกแผ่นพับแนะนำตัวผู้สมัคร ก่อนเปิดเวทีปราศรัยที่ลานปฏิมากรรมไม้มะหาด ร่วมกับนายธนวัช ภูเก้าล้วน ผู้สมัคร สส.กระบี่ เขต 1 เบอร์ 3 พรรคประชาชน น.ส.รัตนภรณ์ ณ นคร ผู้สมัคร สส.กระบี่ เขต 2 เบอร์ 5 พรรคประชาชน และ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้สมัคร สส.กระบี่ เขต 3 เบอร์ 2 พรรคประชาชน
ในช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีคนบอกว่าเกิดเป็นพรรคส้มต้องอดทน เพราะการสร้างการเปลี่ยนแปลงในประเทศนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย จะทำค่าไฟให้ถูกลงก็โดนฟ้องร้อง อยากทำการเมืองให้ดี อยากปราบปรามทุนสีเทาก็โดนฟ้องร้อง แค่ตั้งใจทำงานการเมืองให้ดีก็เป็นเรื่องยาก เพราะการเมืองประเทศไทยแบบที่ผ่านมามีแต่เรื่องสีเทา มีแต่การเอารัดเอาเปรียบคนตัวเล็กตัวน้อย มีแต่การกระจุกอำนาจและงบประมาณไว้อยู่กับคนไม่กี่คน กดทับการพัฒนาประเทศ และที่ผ่านมามีเพียงพรรคประชาชนที่จุดยืนมั่นคง พูดอย่างไรรักษาคำพูดแบบนั้น ไม่เคยเอาเงินซื้อตัว สส. ย้ายค่ายเพื่อหวังเอาจำนวน สส. ไปต่อรองและเก้าอี้รัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า พรรคประชาชนมีวิธีการทำงานการเมืองที่เปิดกว้าง ให้ทุกคนที่อยากร่วมเดินทางผ่านอุดมการณ์ที่เหมือนกัน ที่ผ่านมามีแต่คนบอกว่าฐานเสียงภาคใต้นั้นเจาะยาก แต่ถ้าจะเจาะให้ได้ประชาชนต้องเลือก สส. เขตให้ครบทุกเขตด้วย เพราะคนที่เลือกนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ประชาชนโดยตรง แต่คือ สส. ที่จะไปเลือกในสภา และหากดูผลการเลือกตั้งครั้งที่แล้วจะเห็นส่วนต่างอยู่เยอะ ที่ชาวนครศรีธรรมราชเคยมอบคะแนนบัญชีรายชื่อให้มากกว่าผู้สมัครเขต ดังนั้น รอบนี้ต้องการสองใบเท่านั้น ถึงจะได้นายกรัฐมนตรีคนนี้ไปทำหน้าที่
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่าใครรู้จักญาติและเพื่อนพี่น้องที่อาจยังลังเลหรือยังเลือกคนเดิม อยากให้ทุกคนลองมองดูว่าคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาที่ผ่านมามีประวัติในการร่วมงานการเมืองกับพรรคใดมาบ้าง แล้วคนเหล่านั้นถึงเวลาหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะไปโหวตให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าไม่อยากได้รัฐบาลหน้าตาแบบเดิมที่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งสัญญากับประชาชนทุกอย่าง แต่พอเข้าไปมีอำนาจก็แทบไม่เคยทำตามคำที่สัญญาเอาไว้ เรื่องสีเทาก็เห็นกันอยู่ว่าใครมีประวัติบ้าง แต่ก็ยังเห็นแก่พวกพ้องและผลลัพธ์ทางการเมืองมากกว่าความถูกต้อง ได้รับการละเว้นการลงโทษอยู่ร่ำไป
ถ้าไม่อยากเห็นการเมืองไทยเป็นแบบนี้ ตนขอชวนให้ทุกคนร่วมกันเป็นหัวคะแนนธรรมชาติช่วยกันบอกต่อ ครั้งนี้อย่างไรก็ต้องกาให้กับพรรคประชาชนทั้งสองใบ ตนยืนยันได้ว่าผู้สมัคร สส. ที่ยืนอยู่ข้างหลังตนทุกคนอาสาเข้ามาทำงานการเมืองในฐานะคนธรรมดา แม้จะมีคนบอกว่าวัฒนธรรมของคนใต้คือความอยากเลือก “นายหัว” แต่ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนเป็นคนธรรมดาที่มองเห็นทุกคนเท่ากัน ทุกคนอยากเข้ามาทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน ต้องขอฝากทุกคนช่วยกันเป็นแรงใจให้ผู้สมัครทุกคนด้วย ยังมีหลายอย่างที่เราอยากทำงานร่วมกัน แต่จุดเริ่มต้นที่จะทำให้พรรคประชาชนไปต่อได้ ไปพัฒนาประเทศได้ ก็คือการส่ง สส. เขตเข้าไปนั่งในสภาให้มากที่สุด
นายณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ทุกคนบอกว่าพรรคนี้หวังสูงเกินไป สมัยเป็นพรรคก้าวไกลก็บอกอีกว่าหวังสูงเกินไป ครั้งนี้ก็มีคนบอกอีกว่าหวังสูงเกินไป ไม่ได้เป็นรัฐบาลหรอก แต่ทุกครั้งที่เราหวังสูงเกินไปเราไม่เคยผิดหวัง ครั้งนี้ไม่ผิดหวังได้เป็นรัฐบาลแน่นอน แต่ขออย่างเดียวคือขอให้ทุกคนช่วยกันบอกต่อเยอะๆ วันที่ 8 ก.พ.นี้พบกันที่คูหา ช่วยกันเป็นหัวคะแนนธรรมชาติ ปกป้องคะแนนเสียของตัวเอง ช่วยกันเฝ้าหีบเลือกตั้งด้วย





