วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'ทนายบิ๊กโจ๊ก' ขู่ 'ปธ.วุฒิสภา' ผิดรธน. ปมส่งศาลฎีกา ตั้งกก.อิสระ

'ทนายบิ๊กโจ๊ก' ขู่ 'ปธ.วุฒิสภา' ผิดรธน. ปมส่งศาลฎีกา ตั้งกก.อิสระ

สัญญาภัชระ ทนายบิ๊กโจ๊ก ยื่นยับยั้ง "ปธ.วุฒิสภา" ชงปธ.ศาลฎีกา ตั้งกก.อิสระ ไต่สวน ป.ป.ช.คดีสินบน ชี้สำนวนคดีทำผิดขั้นตอน ขู่หากทำไม่รอบคอบ เสี่ยงทำขัดรธน.

ที่รัฐสภา นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความบิ๊กโจ๊ก  พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เข้ายื่นหนังสือต่อ นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานรัฐสภา ให้พิจารณาไม่ส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งกรรมการอิสระไต่สวน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.

ทั้งนี้นายสัญญาภัชระ ให้สัมภาษณ์ว่ากรณีดังกล่าวเป็นเพราะตำรวจไม่มีอำนาจพิจารณาสำนวนคดีสินบนทองคำ และ ป.ป.ช.ไม่สามารถส่งคืนไปให้ตำรวจ ดังนั้น ตำรวจไม่มีอำนาจดำเนินการด้านคดี จึงตั้งข้อสังเกตว่า การที่ตำรวจรับสำนวนคืนจาก ป.ป.ช. และทำการสืบสวนอาจเป็นการกลั่นแกล้งพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ให้รับโทษในคดีอาญาหรือไม่

“ดังนั้นพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจรับคำกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจสอบสวน การสอบสวนจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย พยานหลักฐานที่ได้จากการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงรับฟังไม่ได้ ประกอบกับพนักงานสอบสวนบางรายเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง กระบวนการสอบสวนทั้งหมดของพนักงานสอบสวน จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบว่าด้วย ป.ป.ช. รวมถึง วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง”นายสัญญาภัชระ กล่าว

นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจส่งสำนวนไปให้กับกรรมการ ป.ป.ช. เพราะคดีไม่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. มาตั้งแต่ต้น และกรณีที่พนักงานสอบสวนจะส่งสำนวนและพยานหลักฐานให้ประธานรัฐสภา หรือประธานวุฒิสภาซึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนประธานรัฐสภา ประธานรัฐสภาต้องพิจารณาส่วนการสอบสวนและพยานหลักฐานดังกล่าวว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผู้ส่งมอบอำนาจสำนวนและพยานหลักฐานเป็นผู้ขัดแย้งกับผู้ถูกกล่าวหาทางรายชื่อหรือไม่ มีเหตุกกลั่นแกล้งหรือไม่ ประธานรัฐสภาต้องตรวจสอบรายละเอียดเรื่องนี้อย่างรอบคอบก่อนส่งไปยังประธานศาลฎีกา  เพื่อป้องกันการกลั่นแกล้งกรรมการ ป.ป.ช. ที่ถูกกล่าวหา ดังนั้นประธานรัฐสภาจะต้องใช้ความละเอียดรอบคอบอย่างมาก ไม่อย่างนั้น ประธานรัฐสภาอาจฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญเสียเอง

เมื่อถามว่าส่วนกรณีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งเป็นรองหัวหน้าพนักงานสอบสวน ออกมาให้ข้อมูลว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่เกิดขึ้นใหม่นั้น นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า คำกล่าวหานั้นอาจคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างยิ่ง ขอถามว่า ท่านทราบว่ากฎหมายกำหนดไว้อย่างไร ใครมีอำนาจสอบสวนหรือไต่สวน และการดำเนินคดีกับกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

"วันนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มอบหมายให้ ตนในฐานะทนายความ มีหนังสือถึงประธานรัฐสภาคัดค้านการรับสำนวนและพยานหลักฐานจากพนักงานสอบสวนที่เข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ประธานรัฐสภาใช้ความละเอียดรอบคอบในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และรายละเอียดอื่นๆ ให้ครบถ้วนรอบด้านก่อน ก่อนจะส่งให้ประธานศาลฎีกา" ทนายความ กล่าว

เมื่อถามถึงความคาดหวังว่าการส่งสำนวนของตำรวจมาที่รัฐสภาในอนาคตตำรวจจะดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ด้วยหรือไม่ นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่พยายามสะท้อนไปถึงตำรวจอยู่หลายครั้งว่า พ.ต.อ. ภาคภูมิ ปรากฏภาพอยู่ในคลิปวิดีโอที่มีการนำทองไปส่งมอบ ดังนั้นถือเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด ไม่ต่างอะไรกับผู้ต้องหา แต่ตำรวจยังไม่ดำเนินคดีกับ พ.ต.อ. ภาคภูมิ ส่วนก่อนหน้านี้ที่มีกระแสข่าวว่าพล.ต.อ.สุรเชษฐ์  หลบหนีนั้น ก็เป็นการใช้โมเดลเดิมๆ เพื่อที่จะได้ง่ายในการฃออกหมายจับได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าวนายสัญญาภัชระ ได้ต่อสายพูดคุยโทรศัพท์กับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพื่อให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยพล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวเพียงสั้นๆด้วยน้ำเสียงสดใสว่า “ตอนนี้สบายดี ไม่ได้มีความกังวลใดๆ หากมีข้อสงสัยเรื่องคดีสามารถสอบถามกับทนายความได้เลย“