background-default

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม 2569

Login
Login

'ธรรมนัส' ลั่น ปราบสแกมเมอร์สิ้นซาก หากเป็นรัฐบาล ย้อนอดีตแก้ปม แป้งไม่ได้

'ธรรมนัส' ลั่น ปราบสแกมเมอร์สิ้นซาก หากเป็นรัฐบาล ย้อนอดีตแก้ปม แป้งไม่ได้

“ธรรมนัส” ยัน ถ้าได้เป็นรัฐบาล จะปราบสแกมเมอร์ให้สิ้นซาก โว ลุ้นได้อันดับ 3 ลั่น ไม่มีพรรคไหนขาว เย้ย ใครออกตัวไม่เอา "สีเทา" ส่วนใหญ่จบที่ฝ่ายค้าน บอก เรื่อง "แป้ง" ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้

เมื่อวันที่ 26 มกราคม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านรายการเนชั่นวิเคราะห์ข่าว ถึงกรณีที่บางพรรคการเมืองระบุว่า พรรคกล้าธรรม มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องสีเทาจนประกาศไม่จับมือร่วมรัฐบาลว่า พรรคที่ออกตัวไวส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายค้าน เพราะว่าจะไม่เอาคนโน้นไม่เอาคนนี้ ทั้งๆ ที่การเมืองเมื่อยังไม่มีการเลือกตั้ง ยังคุยกันไม่ได้มันเร็วเกินไป ซึ่งพรรคเราชัดเจน เราไม่ต้องเป็นอีแอบ พรรคใดก็ตามที่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ แตะหมวด1-2 เราไม่เอาด้วยเด็ดขาด ซึ่งไม่ได้หมายความว่าไม่เอาพรรคนั้น ไม่เอาสีนั้นสีนี้ ไม่ใช่ แต่เรามีหลักการของเรา หากคุณเข้ามาร่วมรัฐบาลแล้วคุณต้องการแก้หมวด 1-2 เราไม่เอาเด็ดขาด

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ความเป็นตำบลกระสุนตกนั้นโดนจนชินแล้ว แต่เวลาเราหาเสียงสิ่งที่ได้เป็นกำลังใจคือ เสียงจากพี่น้องประชาชน การต้อนรับจากพี่น้องประชาชน เขามาห้อมล้อมมอบดอกไม้ ผูกผ้าขาวม้า สิ่งเหล่านี้เป็นคำตอบที่ชัดเจนว่าพี่น้องประชาชนต้องการผม ไม่ใช่จัดตั้ง บางครั้งผมลงถึงสนามบินก็มีประชาชนมารอรับ หมายความว่าพี่น้องประชาชนไม่ได้สนใจเรื่องอื่น 

“ณ เวลานี้พรรคที่ประกาศไม่เอาเทา ไม่อย่างโน้นไม่อย่างนี้ ส่วนใหญ่ทุกพรรคมีพรรคไหนขาวสะอาดบ้างผมถามหน่อย คุณจะเหมารวมคนที่หากินกลางคืนทั้งหมดเป็นสีเทามันถูกต้องไหม คนสีเทาหมายถึงคนที่ทำมาหากินโดยเลี่ยงการจ่ายภาษีหรือไม่ ละเมิดกฏหมายหรือไม่ สังคมไทยมันมีทั้งคนสีขาว สีเทา มันขึ้นอยู่กับคุณจะเลือกคบใคร หรือชีวิตคุณจะวังวลอยู่กับกลุ่มไหน ในแต่ละพรรคก็จะเห็นชัดเจน ไม่มีพรรคไหนเป็นสีขาว ผมพูดตรงๆ” 

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คำนิยามหรือบรรทัดฐานของคำว่าเทามาจากตรงไหน คนหลอกลวงประชาชนหรือสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ เทาใช่ไหม อันนี้ผมก็รับไม่ได้ประกาศชัดเจนว่าถ้าผมเป็นรัฐบาลอีกรอบ หากมีหน้าที่จะจัดการให้สิ้นซากไป ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม สไตล์การทำงานผมดุดัน ไม่ยืดเยื้อ ไม่มัวแต่เล่นเกม แต่ถ้าเทาในประเภทที่ว่าเปิดให้มีการเล่นการพนันผิดกฎหมาย เปิดกันทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าไปปฏิเสธความจริง ถ้าออนไลน์ก็ผิดกฎหมาย ก็ถือว่าเทาใช่ไหม ก็อย่างที่เราเห็น พรรคโน้นก็โดนพรรคนี้ก็โดนเหมือนๆกันหมด ก็ต้องให้ความเป็นธรรมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พิสูจน์ตัวเองว่าใช่หรือไม่ ก็แค่นี้ 

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า กรณีที่ผมเคยถูกจับในอดีตนั้น หากผมโดนกล่าวหาเรื่องอะไรผมเป็นคนที่กล้าสู้ความจริง เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ตัวเอง ผมผ่านเรื่องดีเรื่องไม่ดีมาเยอะแยะ แต่เราไม่สามารถเจาะเวลาหาอดีต เพื่อไปแก้ไขได้ แต่เลือกที่จะทำวันนี้และวันข้างหน้าให้ดี 

“คนชอบพูดแป้งๆ คุณไม่เอามาเสนอให้หมด ที่ผมพูดวันนั้นเรื่องอะไร แต่ไปเหมารวมกันหมด ตัวตนผมทุกวันนี้ชัดเจนว่าไม่ทำอะไรที่ทำลายชาติบ้านเมือง และพี่น้องประชาชน ไม่ว่าสังคมโลกหรือสังคมประเทศไทย” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคกล้าธรรมถูกมองเป็นพรรคตัวแปร มีการคุยกันหรือไม่ว่าถ้าได้จำนวนเท่าไหร่จะได้คุมกระทรวงที่คาดหวัง ว่า พรรคร่วมรัฐบาลชุดนี้ก่อนเลือกตั้งมีการคุยกัน พอเข้าสู่โหมดเลือกตั้งยังไม่ได้คุยกัน เชื่อว่าไม่มีพรรคไหนได้คุยกันหรอก ต้องดูว่า 3 พรรคใหญ่ได้เท่าไหร่ พรรคที่เหลือได้เท่าไหร่ ไม่เช่นนั้นคุยกันไม่รู้เรื่อง 

ส่วนข้อสังเกตที่ว่าผมเป็นนักหักหลังทางการเมืองนั้น ไม่ครับ ชีวิตผมอยู่ตั้งแต่ยุคไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย ผมออกมาไม่เคยมีศัตรูกับใคร ตอนทำการเมืองกับยุค พี่น้อง 3 ป. ผมก็เป็นน้องเล็กสุด เวลาพี่ใหญ่ทะเลาะกัน ผมก็อยู่กับลุง ลุงใช้ทำอะไรก็ต้องทำ ถามว่าทำแล้วเขาดีกัน ใครเป็นหมาหัวเน่าก็ผม สไตล์เราไม่ฆ่านายขายเพื่อน ฟ้องนายขายเพื่อนผมไม่ทำ เลือดอยู่ในปากต้องกลืนลงท้อง จนทุกวันนี้คนไม่รู้ว่าสาเหตุที่ผมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี มันเกิดอะไรขึ้น จริงๆสาเหตุมันต้องมี ไม่ใช่อยู่ๆไปทะเลาะกับพี่เขา ร.อ.ไปทะเลาะกับพล.อ. อยู่กับลุง ลุงสั่งอะไรก็ต้องทำอย่างนั้น 
  
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การที่มาร่วมงานรัฐบาลเพื่อไทย ก็มีเหตุผลของผม แล้วก็ไปลามาไหว้ ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน ไม่มีหักกัน มีวันหนึ่งลุงให้สัมภาษณ์ว่าไม่ให้รัฐมนตรีกับผม ผมก็เลยโทรถามเกิดอะไรขึ้น ลุงแกก็บอกพรรคโน้นเขาไม่เอานะ ไม่เอาผมก็ออกมาตั้งพรรคใหม่ มีแค่นั้นไม่ได้ทะเลาะกับลุง ไม่เคยนินทานายหรือเพื่อนนักการเมืองลับหลัง 

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงรูปถ่ายกับ เบน สมิธ ผู้ถูกกล่าวว่าเกี่ยวพันชวนการสแกมเมอร์ ว่า ผมก็เห็นว่ากลุ่มผู้นำอีลิท หรือคนระดับสูงของประเทศจนถึงระดับล่าง ก็ถ่ายรูปกันเต็ม ไม่เห็นเป็นประเด็น แต่เวลาผมไปถ่ายเป็นประเด็นจัง ว่าเป็นทุนเทา ไปเอาหลักฐานมาว่าผมยุ่งกับทุนเขาตรงไหน ส่วนใหญ่รู้จักกัน ถ่ายรูปกินข้าวกันเป็นเรื่องปกติของสังคม    

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ผู้สมัครเกรดเอของพรรค 140 คน กรองออกมาเหลือ 109 คน จังหวัดไหนที่ผมเดินทางไปผมคาดหวังว่าปักธงได้ ซึ่งก็คาดหวังสส.ตามที่สื่อบางสำนักนำเสนอ ถ้าปักหมุดได้ทุกจังหวัดก็ประมาณ 70 ที่นั่ง ก็เฉลี่ยกันไป และเรามีโอกาสเข้ามาเป็นพรรคอันดับ 3 เราทำการเมืองจะรู้ว่า เหนือ อีสาน ใต้ เราอยู่ในสมการทั้งหมด