วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'กรณ์' ชี้นโยบายสุ่มแจกล้าน 'พท.' ทำการบ้านน้อย เสี่ยงทำไม่ได้

'กรณ์' ชี้นโยบายสุ่มแจกล้าน 'พท.' ทำการบ้านน้อย  เสี่ยงทำไม่ได้

"กรณ์" ชี้นโยบายสุ่มแจกเงินล้าน "พท." เสี่ยงทำไม่ได้จริง เหตุทำการบ้านน้อย เย้ย Big Data อาจไม่มีประโยชน์ ถ้าอยู่ในมือของคนที่คิดวิเคราะห์ไม่เป็น

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค หลังจากกรณีที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยออกมากล่าวอ้างว่า นโยบายการแจกเงินในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์มีความคล้ายคลึงกับนโยบายปัจจุบัน โดยระบุว่า เรื่องเช็คช่วยชาติของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเรื่องที่มีข้อสรุปไปนานแล้วในแง่ผลบวกต่อการแก้วิกฤตเศรษฐกิจในปี 2552 เป็นโครงการที่ได้ผลชัดเจนและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมได้รับรางวัล Global Finance Minister of the Year แต่วันนี้ มีคนตั้งคำถามว่า ทำไมเช็คช่วยชาติ  มีอะไรต่างกับที่เพื่อไทยหาเสียงสุ่มแจกเงินล้านทุกวัน เห็นได้ว่าเป็นความพยายามโต้กลับแบบไม่ทำการบ้านมาเลย

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า เมื่อครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งรับช่วงต่อจากรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ มีวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์  สภาวะเงินคงคลังติดลบ หน่วยงานราชการรายงานว่า ไทยเสี่ยงถึงขั้นต้องถูกชัทดาวน์ หรือศัพท์เทคนิคคือ หาเงินปิดหีบเงินคงคลังได้ไม่พอ ตอนนั้นรัฐบาลประชาธิปัตย์ออกหลายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงเช็คมูลค่า 2,000 บาท ให้กับผู้มีรายได้ตํ่ากว่า 15,000ต่อเดือน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระบบประกันสังคม มีผู้ได้รับเช็คกว่า 10 ล้านคน

"นโยบายสุ่มแจกของเพื่อไทย ผู้ได้เงินล้านอาศัยดวง หรืออะไรก็แล้วแต่ โดยที่จะมีคนไทยเพียง 3,285 คน ที่จะได้รับเงิน หรือคิดเป็น 0.005% ของประชากร ซึ่งในกลุ่มนี้ไม่ได้มีการแยกแยะว่าจะเป็นคนรวยหรือจน ไม่ได้แยกแยะว่าใครเดือดร้อน ใครรวยอยู่แล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงความโปร่งใสว่า วิธีการสุ่มจะทำอย่างไร ชาวบ้านตาดำๆ จะมีโอกาสได้รางวัลจริงหรือไม่" นายกรณ์ ระบุ

นายกรณ์ ระบุต่อว่า เช็คช่วยชาติไม่เคยเป็นนโยบายที่ประกาศออกมาเพื่อการหาเสียง แต่เป็นนโยบายเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า เช่นเดียวกับคนละครึ่ง ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ แต่ของพรรคเพื่อไทย เป็นการประกาศออกมาช่วงหาเสียงเพื่อหวังคะแนนนิยมโดยตรง ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยประกาศแจกเงินดิจิตัล 10,000 บาท แล้วก็ทำไม่ได้ แสดงให้เห็นว่า ไม่มีการศึกษาหาข้อมูลมาก่อนที่จะเอามาหาเสียงเลยว่า ในทางปฏิบัติ สามารถทำได้จริงหรือไม่

"ผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนั้น ทำให้เศรษฐกิจไทยเกิดความสะพัด เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจจริงจนสิ้นปีกลับมาเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมกว่า 7.5% ปั๊มหัวใจให้ชาวบ้านค้าขายคล่องขึ้นเรื่องนี้ปรากฏเป็นข่าวไปทั่วโลก และผมต้องขอเรียนว่า Big Data จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าอยู่ในมือของคนที่คิดวิเคราะห์อะไรไม่เป็น"นายกรณ์ ระบุ