"ณัฐพงษ์" ปลุกกระแสเลือกตั้งโหวตเพื่อเลือกทางไปของการเมือง ระหว่าง เพื่ออนาคต หรือ เอาแบบเก่าที่ไม่ตอบโจทย์ วางเป้าชนะอันดับหนึ่ง จัด8คาราวานเดินสายทั่วประเทศ
ที่สามย่านมิตรทาวน์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการเปิดเวทีปราศรัยที่สยามสแควร์ ว่า ชวนประชาชนให้มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้การเมืองไทย อยากให้มองไปที่อนาคต ทั้งนี้การเลือกตั้งรอบนี้มีอยู่ 2 ทางเลือก คือ เลือกการเมืองแบบอดีต หรือ เลือกการเมืองแห่งอนาคตที่จะสร้างการเมืองที่ดีให้กับลูกหลาน สำหรับการหาเสียงของพรรคช่วงโค้งสุดท้าย นอกจากจัดเวทีปราศรัยแล้ว จะมีคาราวาน 8 สาย ไปครบทุกจังหวัดทั่วทุกประเทศ
“มั่นใจว่าจะได้เสียงที่เข้มแข็งมากพอจัดตั้งรัฐบาลประชาชนได้ ส่วนความเสี่ยงทางการเมืองได้บริหารความเสี่ยงไว้หมดแล้ว ดังนั้นขอให้มั่นใจว่าหากอยากเห็นประเทศไทยที่ดีกว่านี้ สำหรับการเปิดเวทีปราศรัยจากนี้จะโชว์วิสัยทัศน์ให้ประชาชนเห็นว่าการเมืองในอดีตฉุดรั้งประเทศไทยอย่างไร ทั้งเหตุการณ์เครนถล่ม ตึกสตง.ถล่ม สีเทาในประเทศ ภัยพิบัติในประเทศ ที่การเมืองแบบเก่าไม่ตอบโจทย์ประเทศ ดังนั้นการปราศรัยจะย้ำชัดว่าหากประชาชนยังลังเล เท่ากับทิ้งประเทศให้จมอดีต” นายณัฐพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่าขณะนี้ฝ่ายอนุรักษนิยมพยายามออกยุทธศาสตร์ให้โหวตเลือกในทิศทางเดียวกัน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอเชิญชวนให้โหวตยุทธศาสตร์ตั้งรัฐบาลพรรคประชาชน ซึ่งหลังเลือกตั้งรอบนี้ ไม่มี สว.ร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีแล้ว ดังนั้นหากประชาชนมีฉันทามติไม่เอาการเมืองอดีต อยากได้การเมืองที่สร้างงอนาคต ขอให้เลือกพรรคประชาชนโดยไม่ลังเล
เมื่อถามว่ามีนักวิเคราะห์ประเมินว่าพรรคภูมิใจไทยจะมาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง แม้ว่าโพลจะสะท้อนว่าพรรคประชาชนเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การแสดงความคิด หรือ วิเคราะห์การเมืองทำได้ แต่อยากให้ประชาชนช่วยคิดว่าการเมืองคือเรื่องการเปลี่ยนแปลง และ 8 ปีที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องของสส.หรือผู้สมัครพรรคประชาชน แต่คือเสียงของประชาชนที่ช่วยให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นไปได้ ทั้งนี้ปี2566 มีนักวิเคราะห์มองว่าพรรคก้าวไกลไม่ชนะแลนด์สไลด์แต่ผลเลือกตั้งทำให้เป็นพรรคอันดับหนึ่ง และทำให้หลายกฎหมายที่ไม่คิดว่าจะผ่าน ผ่านไปได้ แต่ยังมีกฎหมายที่จะทำต่อ คือ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ทำรัฐธรรมนูญใหม่ เอาคนโกงเข้าคุกได้จริง ทำกองทุนประกันสังคมโปร่งใส ผลักดันวาระก้าวหน้าให้สังคม
“พรรคประชาชนตั้งเป้าหมาย ให้ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนที่มากพอ เช่น หากได้เกินครึ่งของสภาฯ ไม่ต้องกังวลใดๆ แต่หากได้ไม่ถึง เป้าหมายที่ตั้งไว้ ต้องทิ้งห่างจากพรรคอันดับสอง ประมาณ 30-40 ที่นั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้รวมขั้วจัดตั้งกันแข่งกับพรรคอันดับหนึ่งโดยโจทย์ตอนนี้มองไปไกลว่าจะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ แต่ชวนประชาชนให้มองทางออกของประเทศ ที่เสียงของรัฐบาลประชาชนมีเสียงเข้มแข็งมากพอ หากประชาชนกาให้พรรคประชาชนถล่มทลาย ปิดประตูทุกช่องได้ และตั้งรัฐบาลประชาชนได้แน่นอน” นายณัฐพงงษ์
เมื่อถามว่าห่วงหรือไม่กรณีที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กลับมาจะถูกโจมตีวาทกรรม ทหารมีไว้ทำไม หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า นายพิธาได้ชี้แจงไว้หมดแล้ว ส่วนตัวตนเชื่อว่าประชาชนเข้าใจดีถึงการสื่อสาร ทั้งนี้พรรคประชาชนยืนอยู่ข้างทหารที่ทำหน้าที่ปกป้องประเทศ อยากสนับสนุนกองทัพให้ทันสมัย ทหารผู้น้อยได้รับสวัสดิการที่ดี ขณะที่อดีตแกนนำพรรคที่ร่วมกันหาเสียงเพื่อต้องการสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง
เมื่อถามถึงการปราศรัยของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แกนนำพรรค ที่ระบุว่า 100 วันแรก จะผลันดันกฎหมายนิรโทษกรรมที่รวมถึงคดีมาตรา 112 และจะยกเลิกร่างกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่สว.กำลังพิจารณา นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า
สามารถเดินหน้าได้ โดยไม่ต้องยกเลิกกฎหมายฉบับเดิม ทั้งนี้การนิรโทษกรรมคดีผู้เห็นต่างทางการเมือง ไม่ควรถูกเลือกปฏิบัติ เพราะหากเลือกปฏิบัติไม่สามารถสร้างความเป็นธรรมและไม่สามารถหาทางออกกับสังคมได้
เมื่อถามถึงการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่อาจมีปัญหาเรื่องการขนส่งล่าช้า นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ที่หีบบัตรมาไม่ทันการนับคะแนน ดังนั้นขอให้กกต.ดำเนินการออกกติกาที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการเสียสิทธิของประชาชน





