วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'เวทีประชามติรธน.' เดือด 2 ฝ่ายปะทะความคิด หนุน-ค้าน โละรธน.60

'เวทีประชามติรธน.' เดือด 2 ฝ่ายปะทะความคิด หนุน-ค้าน โละรธน.60

เวทีความคิด ประชามติทำรธน.ใหม่ "ฝ่ายหนุน" ชี้เหตุเพราะสิทธิประชาชนไม่มีจริง เหตุความมั่นคงขวาง ด้าน "ฝ่ายค้าน" มองต้นตอปัญหา คือนักการเมือง หนุนเลือกคนดีไล่คนไม่ดี

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ กองทุนพัฒนาการเมือง จัดเวทีแสดงงความคิดเห็น เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ  เรื่องรัฐธรรมนูญ โดยได้เชิญฝ่ายที่มีความเห็นชอบต่อประชามติเพื่อทำรัฐธรรมนูญใหม่ และ ผู้ที่ไม่เห็นด้วยต่อการออกเสียงประชามติเพื่อทำรัฐธรรมนูญใหม่เข้าร่วมเวที

โดย นายบารมี ชัยรัตน์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน และเครือข่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (ConforAll) ฐานะตัวแทนผู้ที่เห็นชอบประชามติ กล่าวตอนหนึ่งว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 สมัชชาคนจนไม่สามารถใช้สิทธิปกป้องสิทธิของตนเองตามสิทธิที่พึงมีในรัฐธรรมนูญได้ เพราะถูกอ้างว่าขัดต่อความมั่นคงของรัฐ และความมั่นคงของรัฐเข้ามามีอำนาจเหนือสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้เคยมีรัฐธรรมนูญที่คุ้มครองสิทธิประชาชน คือ ฉบับปี 2540 ซึ่งเกิดจากฉันทามติของประชาชน

'เวทีประชามติรธน.' เดือด 2 ฝ่ายปะทะความคิด หนุน-ค้าน โละรธน.60

“ไม่เห็นชอบที่ให้รัฐสภาแก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เพราะต้องการรัฐธรรมนูญแบบ 2540 ที่ได้รับฉันทามติ ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ใช่ยกอำนาจให้ สว. ที่มาจากการฮั้วมาทำรัฐธรรมนูญ มีคนบอกว่าไม่ควรให้นักการเมืองเข้ามาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเห็นด้วยครึ่งหนึ่งว่า นักการเมืองไม่ควรมีอำนาจเพียงฝ่ายเดียว  หากจะแก้หรือเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องให้ประชาชนมีโอกาส มีส่วนร่วม มีอำนาจเขียนใหม่ ทั้งนี้เมื่อรัฐธรรมนูญไม่เป็นธรรมไม่สร้างประโยชน์ให้ประชาชน เห็นแก่การสร้างความมั่นคงให้รัฐ แต่ประชชนเดือดร้อน ดังนั้นควรลงประชามติเห็นชอบเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ สร้างข้อตกลงและกติกาใหม่ อะไรที่ไม่ดีตัดออกไป” นายบารมี กล่าว

ขณะที่นายรัชพงษ์ แจ่มจิรไชยกุล แกนนำกลุ่มไอลอว์ กล่าวว่า กระบวนการประชามติทำรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ใช่การตีเช็คเปล่า เพราะต้องถามประชาชนทุกขั้นตอน ส่วนที่บอกว่าใช้การแก้ไขรายมาตรานั้นทำไม่ได้จริง เพราะ 6 ปีของสภาที่มาจากการเลือกตั้ง เสนอแก้ไขรายมาตรา จำนวน 26 ฉบับ ผ่านแค่ฉบับเดียว คือ ฉบับที่แก้ไขเรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ  ส่วนอีก 25 ฉบับไม่ผ่านเพราะติดเงื่อนไขเสียงสว. 1 ใน 3

'เวทีประชามติรธน.' เดือด 2 ฝ่ายปะทะความคิด หนุน-ค้าน โละรธน.60 “การแก้ไขรายมาตราจะใช้เงินมากกว่า เพราะสิ่งที่ต้องการแก้ไข คือ เรื่องว่าด้วยองค์กรอิสระ เรื่องสว. โดยเรื่องดังกล่าวต้องทำประชามติทุกครั้ง ดังนั้นการแก้ไขรายมาตราไม่มีอยู่จริง ขณะที่ประเด็นหมวด 1 บททั่วไปและ หมวด2 พระมหากษัตริย์ เป็นไปไม่ได้ เพราะก่อนการยุบสภา มีฉันทามติของรัฐสภา ระบุว่าการร่างใหม่จะไม่แตะหมวด1 และหมวด 2  ดังนั้นอย่าเอาจินตนาการสร้างความกลัว เพื่อปิดอนาคต ตัวแทนนักการเมืองเห็นตรงกันว่าแก้ไขได้ ทำฉบับใหม่ได้ โดยไม่แตะหมวด 1 และ หมวด2 กับการทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายหลังปรระชามติ ทั้งนี้เป็นสิทธิของคนต่อไปที่จะได้ใช้ชีวิตดีกว่านี้ และออกแบบอนาคตของตนเอง”นายรัชพงษ์ กล่าว

ขณะที่ตัวแทนของฝ่ายที่ไม่เห็นชอบต่อการออกเสียงประชามติเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่  โดย นายกิตติพงษ์ กมลธรรมวงศ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง กล่าวว่า สิทธิของประชาชนต่อการตรวจสอบองค์กรอิสระทำได้ ผ่านการเข้าชื่อ 20,000 คนยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2560 วางกลไกตรวจสอบไว้ เหตุที่ไม่ให้สภาฯ ถอดถอนองค์กรอิสระ เพราะก่อนหน้านี้มีประเด็นสภาผัว สภาเมีย หากให้สภาฯ ลงมติ จะเหมือนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ไม่เคยเอารัฐมนตรีออกจากตำแหน่งได้

“รัฐธรรมนูญวางกลไกการตรวจสอบ ทั้งเป็นกล้องวงจรปิด และสัญญาณกันขโมย การขอใบอนุญาตร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่มีหลักประกันใดจะดีกว่านี้ เท่ากับเอาความหวังเอาความฝันมาหลอกหลวง ส่วนฝ่ายที่สนับสนุนประชามติทำรัฐธรรมนูญใหม่ มีเรื่องที่พูดไม่จบ คือ แม้รัฐธรรมนูญมาจากรัฐประหาร แต่เจตนารมณ์ของประชาชนยังคงอยู่ หากไม่ถืออคติว่ามาจากรัฐประหาร ขอให้ดูเนื้อหาที่แท้จริง” นายกิตติพงษ์ กล่าว

'เวทีประชามติรธน.' เดือด 2 ฝ่ายปะทะความคิด หนุน-ค้าน โละรธน.60

นายกิตติพงษ์ กล่าวต่อว่า ฝ่ายที่อยากให้อยากได้รัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งมีพรรคการเมือง นักวิชาการ ประชาชนพูดกัน หากนับแล้วคือ แก้ทุกหมวด ดังนั้นคือความเสี่ยง ส่วนที่วิจารณ์ปัญหาต่างๆ นั้น ตนมองว่าไม่ได้อยู่ที่กฎหมายแต่อยู่นักการเมือง ที่พยายามหาช่องทางเล็ดลอดกฎหมาย ทั้งนี้เจตนารมณ์ประชาชนที่เคยมีในรัฐธรรมนูญ 2540 - 2550 ในฉบับ 2560 มีบัญญัติไว้ ทั้งนี้หากมองว่าทุจริตคอร์รัปชันคือต้นตอปัญหาการเมืองไทย และให้รัฐธรรมนูญเป็นยาวิเศษแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ แต่ที่ประชาชนเถียงกันอยู่นั้น คือ เถียงให้ สส. และ สว.ในรัฐสภา แต่ไม่ได้เถียงให้ประชาชนที่ถูกนักการเมืองชิงอำนาจ และอ้างว่ามาจากประชาชน ทำเพื่อประชาชน

“คำว่าประชาชน อันตรายเพราะถูกอ้าง แต่ประชาชนของใคร นโยบายหาเสียงเพื่อไปเป็นรัฐบาล แต่ไม่มองอนาคตขอประเทศดังนั้น วันที่ 8 ก.พ. ทางเลือกที่ดีที่สุด คือ คนดีเข้าไปสภามากๆ เพื่อเอาน้ำดีไล่น้ำเสีย โดยไม่ต้องแก้ หรือ ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญไม่ใช่ยาวิเศษ หรือ แก้วสารพัดนึก หากอยากตรวจสอบนักการเมืองให้ใช้กลไกของรัฐธรรมนูญ ยื่นเรื่องป.ป.ช. ดำเนินการ”  นายกิตติพงษ์​กล่าว