วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ทุนการเมือง’ ไหลรวม ‘ภูมิใจไทย’ แทงข้าง ‘ค่ายน้ำเงิน’

‘ทุนการเมือง’ ไหลรวม ‘ภูมิใจไทย’ แทงข้าง ‘ค่ายน้ำเงิน’

ฤดูเลือกตั้งถนนทุกสายมุ่งเข้าสู่ “ใจกลางอำนาจ” เลือกขั้ว- แทงข้าง หวังต่อยอดอำนาจ ต่อยอดเครือข่ายธุรกิจ เพื่อไม่ให้ตกขบวนรถไฟ ยิ่งในยุค “ขั้วน้ำเงิน”ผงาด ทุกองคาพยพต่างเชื่อมสัมพันธ์ไปยัง “บ้านใหญ่บุรีรัมย์”

ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) สรุปยอดเงินบริจาคพรรคการเมือง ประจำเดือน พ.ย. 2568 มีจำนวน 17 พรรคการเมือง โดยมีผู้บริจาคเงินให้แก่พรรคการเมือง ที่มีจำนวนเงินตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป จำนวน 222 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 82,020,680 บาท

โดยพรรคการเมืองที่ได้รับเงินบริจาคมากที่สุดคือ พรรคภูมิใจไทย จำนวน 58 ล้านบาท จากผู้บริจาค 109 คน รองลงมาคือ พรรคประชาธิปัตย์ ยอด 6,140,000 บาท จากผู้บริจาค 22 ราย

ถัดมา พรรคไทยก้าวใหม่ (เดิมคือพรรครักษ์ป่า) ที่มี “สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” เป็นหัวหน้าพรรค ได้รับเงินบริจาค 5.4 ล้านบาท จากผู้บริจาค 2 ราย ถัดมาคือพรรคพลังประชารัฐ ได้รับเงินบริจาค 4,645,000 บาท จากผู้บริจาครายเดียว

พรรคประชาชน ได้รับยอดบริจาครวม 1,509,300 บาท แบ่งเป็นเงินบริจาค 1,486,500 บาท และประโยชน์อื่นใด 22,800 บาท จากยอดผู้บริจาครวม 56 ราย

พรรคกล้าธรรม มียอดบริจาค 1,150,000 บาท จากผู้บริจาค 1 ราย พรรคโอกาสใหม่ มียอดรับบริจาค 1,125,000 บาท เป็นเงินบริจาค 1 ล้านบาท ประโยชน์อื่นใด 125,000 บาท จากผู้บริจาค 2 ราย พรรคเพื่อบ้านเมือง ยอดบริจาค 1.5 ล้านบาท พรรครวมไทยสร้างชาติ ยอดบริจาค 1.2 ล้านบาท

พรรคประชาชาติ ยอดบริจาค 3.7 แสนบาท พรรคไทยภักดี ยอดบริจาค 2.9 แสนบาท พรรคกล้า ยอดบริจาค 1 แสนบาท พรรคปวงชนไทย ยอดบริจาค324,630 บาท พรรคไทรวมพลัง ยอดบริจาค 2 แสนบาท พรรคอนาคตไทย ยอดบริจาค 5,000 บาท

พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคใหญ่นั้น ภายหลัง “แพทองธาร ชินวัตร” หลุดเก้าอี้นายกฯได้ไม่กี่เดือน ยอดบริจาคลดฮวบเหลือเพียง 10,000 บาทเท่านั้นในเดือน พ.ย. 2568 ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในเดือน ก.ย. 2568 พรรคเพื่อไทย ได้รับบริจาคเป็นอันดับ 4 พรรคเพื่อไทย 13,410,000 บาท จากผู้บริจาค 8 คน

เปรียบเทียบยอดบริจาคย้อนหลังของ “ภูมิใจไทย” พบว่า มียอดบริจาคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเดือน ก.ย. 2568 ได้รับบริจาค 18,260,000 บาท เดือน ต.ค. 24568 ได้รับบริจาค 12,040,000 บาท และเดือน พ.ย. ได้รับบริจาค 58 ล้านบาท เกินครึ่งหนึ่งของยอดบริจาคทั้งหมด 82 ล้านบาท

เมื่อเช็ครายชื่อผู้บริจาคให้กับ “ภูมิใจไทย” ในจำนวนเงินหลัก 1 ล้านบาท มีดังนี้ “ชำนาญ พรพิไลลักษณ์” 10 ล้านบาท กรรมการผู้จัดการ และกรรมการ รวมถึงผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 (24.36%) ในบริษัท พรพรหมเม็ททอล จำกัด (มหาชน) หรือ PPM ถือเป็นผู้บริจาคมากที่สุด

รองลงมา “มะลิ ผิวทอง” 5 ล้านบาท นักธุรกิจ เคยเป็นประธาน บริษัท สุภาวุฒิ อินดัสทรี จำกัด และประธาน บริษัท พินิจอุดร จำกัด “นายสถิต ผิวทอง” 5 ล้านบาท

“ธวัช เบญจพลชัย” 2 ล้านบาท นักธุรกิจ (ก่อนหน้านี้เคยบริจาคให้ ภท.มาแล้วเมื่อปี 2566 จำนวน 2 ล้านบาท) “สามารถ ผาโคตร” 2 ล้านบาท เคยเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท สามารถ วิศวกรรม 456 จำกัด (บริษัทแห่งนี้เคยเป็นคู่สัญญาก่อสร้างกับกรมทางหลวง

“ปรีชา ตั้งศรีเกียรติกุล” 2 ล้านบาท “ศิริลักษณ์ อมรวุฒิกรณ์” 2 ล้านบาท “ภูดิท สมิตทันต์” 2 ล้านบาท “ตฤณ ลิ้มวงศกร” 2 ล้านบาท

“ปราโมทย์ อนุตรเศรษฐ” 1.8 ล้านบาท ผู้บริหารบริษัทธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ในพื้นที่ภาคใต้ “บริษัท เว็ลธ์ เวิร์คคิง มารีน” จำกัด 1.2 ล้านบาท “ณัชชารีย์ สุขเจริญไกรศรี” 1 ล้านบาท เคยทำธุรกิจผลิตน้ำดื่ม Star Drinking Water

“ภากร โรจนรุ่งทวี” บริจาค 1 ล้านบาท “ภาวัต กัลล์ประวิทย์” 1 ล้านบาท “สงวน อมรวุฒิกรณ์” 1 ล้านบาท อดีตผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสกลนคร

“สิทธิโชค กิจรุ่งโรจน์สกุล” 1 ล้านบาท “ณัฏฐชัย ลิ้มมงคลฐิติ” 1 ล้านบาท “ชานนท์ นามวิชัยศิริกุล” 1 ล้านบาท “ศรีสะอาด ตั้งศรีเกียรติกุล” 1 ล้านบาท (สกุลเดียวกับอดีตผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงสาธารณสุข)

“อติเทพ ศุภวัฒน์” 1 ล้านบาท “พัฒนา สุคนธรักษ์” 1 ล้านบาท นักธุรกิจ กรรมการ บริษัท สัมมากรพลัส จำกัด “ศราวดี จรรยาเลิศอดุล” 1 ล้านบาท (ก่อนหน้านี้เคยบริจาคเงินให้พรรค ภท.มาแล้วหลายครั้ง) น.ส.เปรมยุดา ภคนันท์ธนาภา 1 ล้านบาท

“กัญญลักษณ์ พรพฤฒิพันธุ์” 1 ล้านบาท ส.อบจ.เพชรบูรณ์ “ภัทรพงศ์ อมรชัยยาพิทักษ์” 1 ล้านบาท “วิฑูรย์ อาชวกุลเทพ” 1 ล้านบาท

ทั้งหมดคือ“ทุนการเมือง”หน้าฉากที่บริจาคให้กับ“ภูมิใจไทย” ซึ่งถือเป็นพรรคการเมืองเนื้อหอม เนื่องจากมีโอกาสถึง 1 ใน 3 ขั้ว ที่อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย จะคัมแบ็กเก้าอี้นายกฯ

ขณะเดียวกันในทางลับ บรรดา “ทุนการเมือง” ที่มีขุมธุรกิจค่อนข้างเข้มแข็ง ต่างแทงหวย “พรรคสีน้ำเงิน” ออกทุนสนับสนุนหลังฉาก อย่างคึกคัก

ศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2568 นอกจากจะเดิมพัน “เครือข่ายอำนาจรัฐ” บรรดา “ทุนการเมือง” ต่างมีเดิมพันต่อยอดเครือข่ายธุรกิจสูงลิบเช่นกัน ผลเลือกตั้งอาจจะ “พลิกเกม” พลิกประเทศ หาก “เครือข่ายสีน้ำเงิน” ไม่เข้าป้ายในฐานะผู้ชนะ