วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

2 ฉากทัศน์ ‘ไทย-กัมพูชา’ เปลี่ยนสนามรบ สู้ศึกเวทีโลก

2 ฉากทัศน์ ‘ไทย-กัมพูชา’  เปลี่ยนสนามรบ สู้ศึกเวทีโลก

ดูท่าที“ฝ่ายกัมพูชา”ยังไม่ลดความเป็นปรปักษ์ต่อ“ฝ่ายไทย” แม้การสู้รบชายแดนจะสิ้นสุดลงไปแล้วเกือบ 1 เดือน แต่สมรภูมิการทูตและข่าวสารยังคงเดินหน้าปะฉะดะต่อเนื่อง

ด้วยการประโคมข่าวสารบิดเบือนข้อเท็จจริงจากบุคคลที่มีตำแหน่งระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชา อย่าง Neth Pheaktra รัฐมนตรีสารสนเทศ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ กล่าวหากองทัพไทย ยึดครองพื้นที่พลเรือน ทำให้ชาวกัมพูชากลับเข้าพื้นที่ไม่ได้ ทั้งที่ข้อเท็จจริง พื้นที่ดังกล่าวชาวกัมพูชารุกล้ำไทยมากว่า 40 ปี และตามข้อตกลงหยุดยิงใน Join statement ยังมีเนื้อหาชี้ชัดว่า ใครอยู่ตรงไหน ต้องอยู่ตรงนั้น

หนักข้อกว่านั้น กรณี Ngy Chanpal สว.กัมพูชา เขียนจดหมายเปิดผนึกและถูกนำมาเผยแพร่ในสื่อกัมพูชา โดยมีเนื้อหาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย กรณีสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

“สีห์ศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รมว.การต่างประเทศ สั่งทำหนังสือประท้วงรัฐบาลกัมพูชา และตอบโต้สื่อกัมพูชาที่เกี่ยวข้อง เพราะนอกจากเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทยแล้ว ยังเป็นการกระทำที่ขัดต่อมารยาทพื้นฐานของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ขัดต่อกฏบัตรอาเซียน และขัดต่อแถลงการณ์ร่วมในข้อ 6 ที่ทั้ง 2 ฝ่ายร่วมลงนามเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2568

สำทับด้วย สว.ไทย ออกแถลงการณ์ประณามว่า เป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง และเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ อีกทั้งไม่สอดคล้องกับหลักราชประเพณี หลักการตามรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทย

ส่วนปฏิกิริยา“กองทัพ” และทหารชายแดนยังสงบนิ่ง ไม่หลงกลต่อการยั่วยุของฝ่ายการเมืองกัมพูชาที่หวังผลขยายไปสู่เวทีระหว่างประเทศ และมองว่ากรณีกระทรวงต่างประเทศทำหนังสือประท้วงไว้ก่อน หากกัมพูชาจะนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตก็ไร้ผล เนื่องจากจดหมายเปิดผนึกดังกล่าว มีการกล่าวอ้างว่า 3 โบราณสถาน ปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือนโต๊ด เป็นของกัมพูชา ที่ยื่นฟ้องศาลโลกมาก่อนหน้านี้

อีกทั้งกองทัพยังประเมิน 2 ฉากทัศน์ชายแดนไทย-กัมพูชา ดังนี้ เส้นทางแรก คือ เดินหน้าสู่สันติ หาความร่วมมือลดปัญหาข้อขัดแย้ง และแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน ส่วนอีกทาง ทำสงครามรบต่อรอบ 3 ซึ่งจะนำมาซึ่งความสูญเสียทั้ง 2 ฝ่าย ขึ้นอยู่กับว่ากัมพูชาจะเลือกทางใด

ในขณะที่ฝ่ายไทยก็ต้องเตรียมความพร้อม ทั้งด้านกำลังทหารที่กำลังสถาปนาความมั่นคงในพื้นที่ เสริมโครงสร้างพื้นฐานให้การปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลมีความปลอดภัย ทั้งลาดตระเวน เฝ้าตรวจ รักษาฐานที่มั่น 

รวมถึงวางกำลังในจุดสูงข่มเนินยุทธวิธีเพื่อความได้เปรียบ โดยเฉพาะที่ตั้งโบราณสถาน เช่น เนิน 350 เนิน 225 เชื่อมโยงภูมิประเทศกับประสาทตาควาย ได้รับความเสียหายหนักหลังการสู้รบ เพราะกัมพูชาใช้เป็นฐานทหาร วางอาวุธหนักโจมตีฝ่ายไทย ปัจจุบันกรมศิลปกรได้เข้าสำรวจวางแผนบูรณะ

พ.ท.ศรายุทธ มาลาสาย ผู้บังคับการกองพันทหารราบที่ 22 หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 (ผบ.พัน ร.22 ฉก.2) ระบุว่า สำหรับสถานการณ์ล่าสุด พื้นที่ปราสาทตาควาย และเนิน 350 ฝ่ายกัมพูชามีการปรับกําลังใหม่ ห่างจากฝ่ายเรา 1 กิโลเมตร วางกำลังทางด้านทิศตะวันตกของเนิน 350 เขาพยายามปรับปรุงที่มั่น และแนวการวางกําลังใหม่ซึ่งได้รับความเสียหายพอสมควร อยู่ระหว่างการฟื้นตัวกําลังใหม่

ส่วนฝ่ายเรา สถาปนาความมั่นคงในพื้นที่ตามแนวทางทหาร และการพัฒนาพื้นที่ หลังจากควบคุมได้โดยสมบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของเราที่ไม่ใช่พื้นที่ใหม่ แต่กัมพูชารุกล้ำเรามา 20-40 ปี แล้วตามแผนที่ 1 : 50000 ยอมรับว่า ตอนนี้เราได้เปรียบการปฏิบัติด้านการยุทธ์ต่างๆ กัมพูชาไม่กล้าอยู่ใกล้เรา และถอยร่นกำลังออกไป เขากังวลเรื่องการใช้อาวุธของฝ่ายเรา

เช่นเดียวกับปราสาทตาเมือน เชื่อมต่อไปยังปราสาทตาเมือนโต๊ดไม่กี่กิโลเมตร ได้รับความเสียหายไม่มากนัก แม้จะมีร่องรอย

กระเทาะจากสะเก็ดระเบิด แต่ไม่กระทบโครงสร้าง หรือเสียรูปทรง เหมือนปราสาทตาควาย

หลังข้อตกลงหยุดยิง ทหารกัมพูชาพยายามขอขึ้นมาประจำบนปราสาทตาเมือนร่วมกับทหารไทยเหมือนเช่นก่อนสู้รบ แต่ถูกปฏิเสธ โดยย้ำให้ยึดตามข้อตกลง

ปัจจุบันทหารไทยวางกำลังบนตัวปราสาทตาเมือน แม้จะอยู่ในจุดสูงข่ม และถัดจากบันไดลงไปมีรั้วลวดหนามรอบตัวปราสาท แต่เป็นจุดเสี่ยงสุด เพราะห่างไป 40 เมตรมีฐานทหารของฝ่ายกัมพูชาอยู่ด้านล่าง ต่างฝ่ายต่างเห็นความเคลื่อนไหวของกันและกัน

ช่วงต้นเดือน พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ทั้งพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 และกองทัพภาคที่ 1 จ.สระแก้ว กำชับกำลังพลปฏิบัติการโดยไม่ประมาท ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รอบด้าน ยึดมั่นในระเบียบและมาตรฐานด้านความปลอดภัย ดำรงการลาดตระเวนดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทบทวนแผนการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับให้ความสำคัญในการดูแลฟื้นฟูกำลังพล ตลอดจนตรวจสอบอาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องมือประจำหน่วย ให้มีความพร้อม

ส่วนการต่างประเทศ รัฐมนตรี สีหศักดิ์ พวงเกตุเแก้ว สั่งเตรียมพร้อม หากปัญหาไทย-กัมพูชาเปลี่ยนจากสนามรบชายแดน ไปสู่เวทีระหว่างประเทศ ทั้งในรูปแบบศาลโลก หรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC)

ทั้งหมดนี้คือสิ่งบ่งชี้ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังมีเชื้อไฟที่สามารถทำให้เหตุการณ์ปะทุได้ทุกเมื่อ ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้เวทีระหว่างประเทศ หรือกำลังทหารจัดการ