เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2569 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์คลิปวีดีโอผ่านเฟซบุ๊ก หลังจากไปปราศรัยใหญ่ที่ลานไดโนเสาร์ สนามโรงพิธีช้างเผือก จ.ยะลา โดยระบุข้อความว่า หากย้อนเวลากลับไปเลือกตั้งปี 66 มีใครเสียใจบ้างที่ก้าวไกลไม่ได้เป็นรัฐบาล ใครเสียใจบ้างที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่ได้เป็นนายกฯ วันนี้มาบอกทุกท่านว่ากฎกติกาการเลือกตั้งปี 69 ที่จะถึงนี้ กับกฎกติกาการเลือกตั้งรอบปี 66 ไม่เหมือนกัน ไม่ต้องเสียใจกันอีกแล้ว
การเลือกตั้งที่จะถึงในเดือนกุมภาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภาจะไม่มีอำนาจร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีแล้ว อย่าลืมว่าปี 66 คนที่ขัดขวางพิธาไม่ใช่ สส. พิธารวมเสียง สส. ได้เกินกึ่งหนึ่ง ได้เกิน 251 เสียงแล้ว คนที่ขัดขวางความเจริญ ขัดขวางการเปลี่ยนแปลงคือ ส.ว. โดย ส.ว. ในวันนั้นมาจากการแต่งตั้งของ คสช. คณะรัฐประหารที่ยึดอำนาจมาจากประชาชน
นายธนาธร ระบุว่า ทุกท่านครับ มาถึงวันนี้มันแสดงให้เห็นชัดเจนว่าพวกเขากลัวพวกเรา จากพรรคที่เคยถูกปรามาสว่าเป็นไปไม่ได้ กลายเป็นพรรคอันดับ 1 ของประเทศไทยในระยะเวลาเพียง 5 ปี 2 การเลือกตั้งเท่านั้น เขากลัวเรา เขากลัวการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นการเลือกตั้งรอบนี้จะเห็นได้เลยว่า พรรคประชาชน ผู้สืบสานอุดมการณ์จากพรรคก้าวไกล โดนรุมจากทุกสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นไอโอจากทหาร ไอโอจากพรรคคู่แข่ง พยายามโจมตี ปั้นข่าวเท็จ ทำลายความน่าเชื่อถือ พยายามใส่ร้ายป้ายสี จนทำให้พี่น้องประชาชนสับสนไปหมด เพราะอะไร เพราะเขากลัวการเปลี่ยนแปลง เพราะเขากลัวอนาคต โพลทุกโพลที่มีความน่าเชื่อถือ ส่งสัญญาณแบบเดียวกันหมดว่าพรรคประชาชนมีความนิยมอันดับ 1 ของประเทศนี้
ทุกท่าน ความเปลี่ยนแปลงที่เขากลัว มันมาจากอนาคตของประเทศไทยที่มีอยู่เพียง 2 แบบเท่านั้น หลังจากวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ประเทศไทยมีอนาคต 2 แบบ แบบที่หนึ่ง พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แบบที่สอง ประเทศไทยที่มีพรรคประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อนาคตมีอยู่ 2 แบบครับ เลือกพรรคอื่นไม่ว่าพรรคไหน จะได้อนาคตแบบแรก คือพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
แต่อีกอนาคตหนึ่ง ที่วันนี้ถูกปรามาสว่าเป็นไปไม่ได้ คืออนาคตที่พรรคประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ความกลัว ความเป็นจริงนี่เองที่ทำให้เกิดการใส่ร้ายป้ายสี เกิดความพยายามทำร้ายกันอย่างเป็นระบบ คำถามคือ ทำไมเขาถึงกลัวเรา จะฉายภาพให้ดูครับว่า การเปลี่ยนแปลงตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน ตั้งแต่ปี 2562–2569 ผ่านการเดินทางบนเส้นทางการเมือง เราทำอะไรบ้าง เขากลัวเราเข้าไปเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนจากเรื่องที่ถูกในอดีต ให้กลายเป็นสิ่งที่ผิดในอนาคต
ทุกท่านจำเรื่องตั๋วช้างกันได้ไหมครับ พรรคประชาชนพูดเรื่องตั๋วช้าง แล้วบอกกับพี่น้องประชาชนว่า การแต่งตั้งโยกย้าย ทหาร ตำรวจ ต้องไม่มาจากตั๋ว เพราะตั๋วบั่นทอนกำลังใจของทหารตำรวจที่ทำงานดี การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจต้องเป็นไปด้วยความรู้ความสามารถ เราต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม
พ่อแม่พี่น้องเห็นเราออกมาต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้พี่น้องทหารเกณฑ์ไหมครับ ทหารเกณฑ์ปีละหลายคนต้องตายในค่ายทหาร ต้องถูกซ้อม ถูกทรมาน โดยไม่เคยมีคนผิดมาถูกลงโทษเลย พวกเราลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อคนเหล่านั้น
พ่อแม่พี่น้องเคยเห็นที่เราออกมาต่อสู้เรียกร้องเรื่องการบังคับใช้กฎหมายพิเศษใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไหมครับ เรื่องที่เราออกมาเรียกร้องความถูกต้องให้
พี่น้องเห็นใช่ไหมครับ เรื่องที่เราออกมาเปิดเผยการใช้งบประมาณจากภาษีของทุกคน ไปทำ IO ทหาร สร้างความแตกแยก ทำให้ประชาชนหวาดระแวงและเกลียดชังกัน เราเป็นคนออกมาเปิดโปงเรื่องนี้
พ่อแม่พี่น้องเห็นใช่ไหมครับ ที่เราออกมาต่อสู้กับสแกมเมอร์ ปกป้องคนไทยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ และพยายามขัดขวางการใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการฟอกเงิน
พี่น้องเห็นใช่ไหมครับ ที่เราออกมาต่อสู้กับทุนผูกขาดพลังงาน ที่ทำให้ค่าไฟของทุกท่านแพงขึ้น ทำให้ทุนพลังงานร่ำรวยเป็นแสนล้าน
ทุกท่านเห็นใช่ไหมครับ ที่เราออกมาต่อสู้เรื่องวัคซีน ว่าเราไม่ได้ต้องการวัคซีนเจ้าเดียว เราต้องการวัคซีนที่หลากหลาย และเราช่วยพี่น้องเรียกร้องวัคซีน mRNA
พี่น้องเห็นใช่ไหมครับ ที่พวกเราลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของท่าน หรือเพื่อนของท่านที่เป็นผู้ประกันตน เราออกมาเปิดเผยการใช้งบประมาณของกองทุนประกันสังคมที่ไม่มีประสิทธิภาพ เน่าเฟะ นี่คือสิ่งที่เขากลัว เขากลัวว่าหากพวกเรามีอำนาจแล้ว เราจะเอาจริง เขากลัวว่าเมื่อพวกเรามีอำนาจ เราจะเข้าไปปรับเปลี่ยนระบบระเบียบการเมือง ทำสิ่งที่ผิดในอดีตให้ถูกต้องในอนาคต
ระบบการเมืองในปัจจุบันที่อนุญาตให้พวกเขาเสวยสุขบนความทุกข์ของประชาชน ที่อนุญาตให้กอบโกย เอาภาษีของพี่น้องประชาชนไปเป็นสมบัติส่วนตัว ทุกท่านครับ ระบบแบบนี้ไร้หัวใจ ระบบแบบนี้ไร้ความยุติธรรม ระบบแบบนี้เป็นการบอกว่าใครที่ยอมจำนนต่อระบบเพื่อรักษาระบบนี้ไว้ ต่อให้เลวทราม ทุจริต ทำผิดกฎหมายแค่ไหนก็ไม่ผิด หากยอมเป็นเครื่องมือเพื่อรักษาระบบไว้
ตัวอย่างที่ดีที่สุดอยู่ไม่ไกลจากที่แห่งนี้ พ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกท่านลืมสิ่งที่เกิดขึ้นที่ “ตากใบ” ไปแล้วหรือยังครับ ในปี พ.ศ. 2547 ที่ตากใบ มีประชาชนจำนวนมากที่ต้องเสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ วันนี้ผ่านมาแล้ว 20 ปี ไม่มีใครต้องรับผิดชอบ หากพูดง่ายๆ คือกลุ่มคนเหล่านี้ตายฟรี
ไม่มีใครต้องรับผิดชอบ คดีหมดอายุความไปแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา เราสามารถเห็นได้ว่าในวันนั้นใครเป็นรัฐบาล มีผู้ที่เกี่ยวข้องในพรรคการเมืองไหน อย่างไรบ้าง
พ่อแม่พี่น้องครับ ความอยุติธรรมนี้ วันนั้นเกิดขึ้นที่กรือเซะ วันนั้นเกิดขึ้นที่ตากใบ วันนั้นเกิดขึ้นในใจกลางเมืองหลวงปี พ.ศ. 2553 ความอยุติธรรมนี้อาจจะเกิดขึ้นกับทุกท่านเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้น ในแง่นี้พวกเราทุกคนคือเหยื่อของความอยุติธรรมในสังคม
เขาบอกพวกเราว่า ให้ลืมอดีตไปเสียเถอะ บอกพวกเราว่าเดินไปข้างหน้ากันเถอะ บอกพวกเราว่าพวกเราเป็นคนสร้างความขัดแย้ง แต่เราบอกว่าไม่ใช่ เราไม่ได้สร้างความขัดแย้ง แต่เราเรียกร้องความยุติธรรม
พ่อแม่พี่น้องครับ หากไม่มีความยุติธรรมในสังคม เราก็ไม่มีสันติสุข ไม่มีทางที่จะเกิดสันติสุขขึ้นได้ ในสังคมที่เต็มไปด้วยความอยุติธรรม ดังนั้นพวกเขาจึงกลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวเราเข้ามารื้อระบบที่เป็นมาหลายทศวรรษ พวกเขาจึงใส่ร้ายป้ายสีเรา ด้วยข้อกล่าวหาต่างๆ นานา
ผมขอเชิญชวนทุกคนในช่วงเวลาสองสัปดาห์ที่เหลือนี้ ซึ่งจะเป็นช่วงชี้เป็นชี้ตายอนาคตของประเทศไทย อีกสองสัปดาห์เท่านั้น ที่จะบอกว่าอนาคตของประเทศไทย อนาคตของลูกหลานของเราจะเป็นแบบไหน ขอเชิญชวนทุกท่านให้หนักแน่น จับมือกันไว้ สองสัปดาห์ที่เหลือร่วมกัน เป็นเวลาที่ต้องเลือกว่าจะอยู่กับความกลัวหรือจะอยู่กับความหวัง เป็นเวลาที่ต้องเลือกว่าจะอยู่กับอดีตหรือโอบรับอนาคต อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง จงกลัวปัจจุบันที่ไร้อนาคต
พ่อแม่พี่น้องครับ สองสัปดาห์ที่เหลือผมมีภารกิจให้พวกท่าน 2 ประการ ภารกิจประการที่หนึ่ง ต่อต้านการซื้อเสียงทุกรูปแบบ ผิดทั้งกฎหมาย ผิดทั้งหลักศาสนา บอกกับคนในชุมชนว่าท่านไม่ได้ขายแค่สิทธิ แค่เสียงของท่าน แต่ท่านกำลังขายอนาคตของลูกหลานด้วย
ภารกิจที่สอง เลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีเลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ เลือกตั้งรอบนี้ปันใจไม่ได้ ไม่ใช่แค่การเลือก สส. คนใด คนหนึ่ง แต่เป็นการเลือกพรรคการเมืองที่จะมาบริหารประเทศ เลือกอนาคตของประเทศ ทุกเสียง สส. จึงสำคัญ จะทำให้ภาพอนาคตที่พรรคประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นได้ จะต้องมีเสียงชนะขาดลอยอย่างมีนัยยะสำคัญ
เคยได้ยินไหมครับ เขาปรามาสพวกเราว่าชนะเลือกตั้งที่ 1 ไป ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะคนถือใบอนุญาตที่ 2 เขาไม่ยอม คำถามคือว่าไม่ใช่ว่าเขาจะให้ใบอนุญาตใบที่ 2 กับเราหรือไม่ คำถามที่ถูกต้องคือทุกท่านจะยอมหรือไม่ ภารกิจที่ 2 นี้ขอทุกคนช่วยรณรงค์กัน ไม่ใช่การเลือกคนที่รัก พรรคที่ชอบ ปันใจไม่ได้ ต้องกาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ
ทุกท่านครับ ผมเชิญชวนอีกครั้ง 2 สัปดาห์ที่เหลือผมมีสัญญาข้อแลกเปลี่ยนให้ต่อกัน ขอให้ออกแรง ลงแรง ชวนคนไปเลือกตั้ง ไปกาประชามติ กาพรรคประชาชนทั้งสองใบ และกาเห็นชอบในการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สิ่งตอบแทนที่เคยให้สัญญาไปแล้วในรอบที่แล้ว แต่ในครั้งนี้มีความเป็นไปได้มากกว่า ว่าถ้าพรรคประชาชนไปเป็นรัฐบาล มีโอกาสไปบริหารประเทศ เงินภาษีทุกบาท ทุกสตางค์ของทุกท่านจะไม่ถูกนำมาใช้เป็นสมบัติส่วนตัว สร้างความร่ำรวยให้ตัวเองและพวกพ้อง แต่จะนำมาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วประเทศให้ดียิ่งขึ้น
นี่คือคำสัญญาของพวกเรา แลกกับแรงของทุกท่าน ใน 14 วันที่เหลือ มาสร้างประเทศไทยที่ดีกว่านี้ไปด้วยกัน สร้างอนาคตที่มีความยุติธรรม สร้างอนาคตที่ใสสะอาด สร้างอนาคตที่เป็นประชาธิปไตย สร้างอนาคตที่มีความเสมอภาคเท่าเทียม สร้างอนาคตที่มีความเจริญก้าวหน้าไปด้วยกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ครับ
ที่มา: Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ





