วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'เจษฎ์' ชี้ไทยไม่คุ้มเสียหมื่นล. ปม 'ทรัมป์' ชวนร่วม คกก.สันติภาพ

'เจษฎ์' ชี้ไทยไม่คุ้มเสียหมื่นล. ปม 'ทรัมป์' ชวนร่วม คกก.สันติภาพ

เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2569 ที่ จ.ภูเก็ต นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ หาเสียงตลาดเช้า จ. ภูเก็ต ถึงทิศทางการเมืองไทย ว่า ปัจจุบันหลายพรรคการเมืองมุ่งเน้นแต่การนำเสนอนโยบายในเชิงประชานิยมเพื่อดึงดูดความสนใจของประชาชน แต่มองข้ามวิกฤตการณ์ระหว่างประเทศที่กำลังคุกคามเข้ามา โดยเฉพาะกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ส่งจดหมายเชิญผู้นำกว่า 60 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้ง คณะกรรมการแห่งสันติภาพ” (Board of Peace)

โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือการเรียกเก็บเงินสมทบสูงถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 3 หมื่นล้านบาท เรื่องนี้เป็นประเด็นใหม่ที่ไทยต้องเตรียมคำตอบและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน เพราะยังไม่ชัดเจนว่าแท้จริงแล้วสหรัฐฯ และทรัมป์กำลังจะทำอะไร และการชักชวนประเทศต่างๆ เข้าร่วมจะก่อผลกระทบในลักษณะใด

นายเจษฎ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ที่ทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะผู้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่รัฐบาล นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีในปัจจุบัน ตลอดจนพรรคที่มีโอกาสเป็นแกนนำรัฐบาลในอนาคต จะต้องตระหนักและคิดให้รอบคอบ เพราะแม้ในปัจจุบันจะเป็นเพียงการรักษาการหรือปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว แต่ในวันหน้าจะต้องเผชิญกับการบริหารความเสี่ยงท่ามกลางความขัดแย้งของมหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐฯ และจีนที่ต่างก็ถูกชักชวนให้เข้าร่วมในเวทีนี้เช่นกัน

ไทยต้องชั่งน้ำหนักอย่างเป็นระบบ หากจะเข้าร่วมเวทีนี้ต้องตอบให้ได้ว่าแตกต่างจากเวทีที่ไทยอยู่แล้วอย่างสหประชาชาติอย่างไร จะให้ผลบวกอะไรกับประเทศไทย และจะก่อผลลบ หรือผลเสียอะไรหรือไม่ รวมถึงจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ที่ไทยเผชิญอยู่เป็นประจำ เช่น ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ได้จริงเพียงใด พร้อมย้ำว่าการนำเสนอปัญหาในประเทศเป็นเรื่องสำคัญ แต่ภัยคุกคามจากต่างประเทศก็รุกเข้ามา และเป็นปัญหาที่มีมาในอดีตยาวนานไม่เคยหายไป

“เรื่องระหว่างประเทศคุกคามเรามา และปัญหาเหล่านี้เคยมีมานับร้อย ๆ ปี ยังไม่สิ้นหายไป โดยเฉพาะสถานการณ์ที่จ่อคอหอยเราอยู่ทุกวันคือ ไทย-กัมพูชา เวทีนี้จะแก้ได้อย่างไร” นายเจษฎ์ กล่าว

นายเจษฎ์ กล่าวด้วยว่า พรรครักชาติได้คิดแนวทางไว้แล้วว่าจะวางท่าทีของประเทศไทยอย่างไรในแต่ละสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และจะทยอยคลี่คลายข้อเสนอของพรรคต่อสาธารณะต่อไป