วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

กลยุทธ์ 'เทา' เสี้ยม 'เทา' ไม้ตาย 'ขั้วอำนาจรัฐ' ดับแต้ม 'พรรคกระแส'

กลยุทธ์ 'เทา' เสี้ยม 'เทา' ไม้ตาย 'ขั้วอำนาจรัฐ' ดับแต้ม 'พรรคกระแส'

ปม “ทุนเทา” ถูกสร้างเป็นเงื่อนไขแบ่งขั้ว - แบ่งข้าง ในศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 เพื่อช่วงชิงความนิยมทางการเมือง เนื่องจากระยะหลัง “ธุรกิจสีเทา” สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทุกระดับ

เส้นเรื่อง “ทุนเทา” โยงใยไปถึง “บิ๊กการเมือง” ซึ่งมีความเชื่อมโยง “บิ๊กเนมกัมพูชา” จากปมสแกมเมอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายระดับโลก ที่สำคัญสถานการณ์ความขัดแย้งแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ถูกปั่นกระแส “ชาตินิยม” ทุกมิติที่เชื่อมโยง “กัมพูชา” จะถูกแปรเปลี่ยนมาเป็นแต้มการเมือง

ขณะเดียวกันบรรดา “วัยรุ่นสร้างตัว” จากธุรกิจสีเทา เริ่มขยับเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง เพื่อเป็นเกราะคุ้มกันภัยให้ตัวเอง จึงมีกระแสต่อต้านไม่ให้ “กลุ่มสีเทา” เข้ามามีอำนาจรัฐ

เมื่อเข้าสู่สนามเลือกตั้ง “พรรคการเมือง” จำเป็นต้องหาจุดขาย จึงปฏิบัติการประกาศสงครามกับ “ทุนเทา” ที่แฝงตัวอยู่ใน “พรรคการเมือง” เพื่อยึดหัวหาด ชิงความได้เปรียบเอาไว้ก่อน

เริ่มที่ “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกแคมเปญ “มีเรา ไม่มีเทา” ก่อนพรรคการเมืองอื่น ช่วงแรกกระแสตอบรับค่อนข้างดี จนถูกนำไปเปรียบเทียบกับแคมเปญ “มีเรา ไม่มีลุง” ของ “หัวหน้าทิม” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้สร้างปรากฎการณ์ปลุกกระแสสีส้ม

ทว่า “ขั้วอำนาจ” ไม่ปล่อยให้ “พรรคประชาชน” ปลุก “กระแสสีส้ม” ให้เติบโตขึ้นอีกครั้ง จึงต้องปฏิบัติการเตะสกัด เนื่องจากมีข้อมูลเชิงลึก “ขุนพลสีส้ม” บางรายมีส่วนเกี่ยวข้องกับ “ธุรกิจสีเทา”

คนแรก “บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์”อดีตผู้สมัคร สส.กทม.เขต 33 พรรคประชาชน ถูกตำรวจบุกจับกุมตั้งแต่ช่วงดึกคืนก่อน (27 ธ.ค.) ในคดีถูกกล่าวหาว่าพัวพันในการ “ฟอกเงิน” จากเครือข่ายยาเสพติดใน 4 ธุรกิจขนส่ง

“ณัฐพงษ์ - พรรคประชาชน” ต้องออกมา “กราบขอโทษ” ประชาชน โดยอ้างว่าเป็นเหตุสุดวิสัย เนื่องจากพรรคได้ตรวจประวัติอาชญากรรมข้างต้นก่อนวันที่ 17 ธ.ค. 2568 ทว่าตำรวจได้ออกหมายจับเมื่อ 17 ธ.ค.2568 และอีก 10 วันถัดมา ได้บุกจับกุมเขาที่บ้านพักเลย โดยไม่มีการออก “หมายเรียก” มาก่อน

“บิ๊กสีส้ม” ต้องแก้เกมทันที เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรค เปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. กทม. เขต 33 ทันที โดยให้ “เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร” กลับมาลงสมัคร สส. กทม. อีกครั้ง

คนที่สอง “สส.ปอนด์” รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ นักธุรกิจหนุ่ม ผู้สมัคร สส. ตาก เขต 2 พรรคประชาชน อดีต สส. ตาก โดน “ตำรวจไซเบอร์” บุกจับตามหมายจับ โดยถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันเว็บพนันออนไลน์ โดย “ศาล” ไม่ให้ประกันตัว ทำให้ “รัชต์พงศ์” หมดสิทธิลงรับการเลือกตั้ง

ปมของ “อดีตสส.ปอนด์” สร้างความเสียหายให้กับ “พรรคประชาชน” อย่างหนัก บรรดาแกนนำที่ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง โดนคู่แข่งโจมตีอย่างหนัก โดยอ้างว่ามีประชาชนร้องเรียนพฤติกรรมของ “อดีตสส.ปอนด์” ไปยัง “พรรคประชาชน” แต่ไม่มีการตรวจสอบ แม้ “แกนนำ ปชน.” จะอ้างว่าไม่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการพนัน แต่ยากที่จะหยุดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้

อีกพรรคที่ประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับ “พรรคสีเทา” คือ "พรรคประชาธิปัตย์" ซึ่งมีส่วนอย่างยิ่งที่ทำให้กระแสของ “หัวหน้ามาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พุ่งขึ้นมาทันที

ทว่า ล่าสุด “ขั้วอำนาจรัฐ” เปิดปฏิบัติการบุกจับ “ซัน ทุ่งจีน” จักรกฤษณ์ เดชเดโช คดียาเสพติด ที่จ.นครศรีธรรมราช แม้เขาจะไม่ใช่นักการเมือง แต่นามสกุล “เดชเดโช” ถูกโยงไปยังชื่อของ “สส.แทน” ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทันที 

โดย “ชัยชนะ” ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้รู้จักมักคุ้นกับ “จักรกฤษณ์ เดชเดโช” มีเพียงนามสกุลที่เหมือนกัน เนื่องจาก “รุ่นพ่อ” ได้เปลี่ยนมาใช้นามสกุล “เดชเดโช”

ปฏิเสธไม่ได้ว่า นอกจากการแบ่งข้าง ไม่เอาพรรคเทา กรณีนักการเมืองสีเทา ก็ถูกขยายผลต่อ เป็นประเด็นที่คู่แข่งทางการเมืองหยิบฉวยมาเป็นจุดอ่อนในการโจมตีกันอย่างหนัก เมื่อมีการทยอยปล่อยข้อมูลออกมาว่า ยังมีอีก 10 ราย ที่เกี่ยวโยงกับบางพรรค กำลังถูกดำเนินการ และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชน

ว่ากันว่า มีการลิสต์พื้นที่ปฏิบัติการ โดยล็อกเป้าเอาไว้แล้วอีกหลายจังหวัด ทั้ง สงขลา กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ขอนแก่น นครพนม หลังจากนี้ แต่ละพรรคคงต้องลุ้นว่า ผู้สมัครจะถูกรวบเมื่อไหร่ 

ก่อนเข้าโค้งสุดท้ายของการหาเสียง การดิสเครดิตเพื่อดับ“พรรคกระแส” อาจมีให้เห็นอีก เมื่อกลเกมชิงอำนาจ พร้อมงัดทุกกลยุทธ์เพื่อสกัดคู่แข่งคู่แค้น ไม่ให้มีโอกาสเพิ่มแต้มการเมืองขึ้นมาได้