"ชวน" หาเสียงกทม. ก่อนขุดอดีต "ผู้บริหาร" ชุดเก่า ต้องการลดไซส์ปชป. พร้อมร่วมรัฐบาลโจร-พระ ไร้หลักการ มั่นใจ "อภิสิทธิ์" ฟื้นพรรค ได้ สส.บัญชีรายชื่อ เกิน4คน
ที่ซอยประชาสงเคราะห์ กทม. นายชวน หลีกภัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ ช่วยหาเสียง น.ส.ศิริภา อินทรวิเชียร ผู้สมัคร สส.กทม. เขต6 พรรคประชาธิปัตย์ ที่ซอยประชาสงเคราะห์16 และปากซอยประชาสงเคราะห์ 6 เขตดินแดง กทม. โดยนายชวน ได้เดินพบปะประชาชนและปราศรัยกับคนในพื้นที่
โดยนายชวน กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งครั้งที่แล้วการเลือกตั้ง ในจ.นครศรีธรรมราช คนที่ได้คะแนนน้อยสุด คือ นายราชิต สุดพุ่ม อดีตผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ตนบอกผ่านพรรคพวกไปว่า อย่าใช้เงินเพราะคนนครศรีธรรมราชไม่รับเงิน ถ้าได้เป็น สส. ไม่น่าภูมิใจเพราะเงินซื้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างผลกระทบต่อการเมืองให้บ้านเมืองเสื่อมทรุดเพราะการทุจริต บ้านเมืองไปไหนไม่รอด
นายชวน กล่าวต่อว่าก่อนหน้านี้ ตอนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ มีคนดีๆ ลาออกจากสมาชิกพรรคทั้งหมด ทั้งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายสาธิต ปิตุเตชะ รวมถึงคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ลาออก ยกเว้นตน เพราะหากตนออกไปด้วยพรรคประชาธิปัตย์จะหมดอนาคต
"เขาตั้งใจทำให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเล็ก และหัวหน้าพรรคจะได้เป็นรัฐมนตรีทุกสมัยไปร่วมรัฐบาลกับโจร หากโจรตั้งรัฐบาล ไปร่วมรัฐบาลกับพระ หากพระตั้งรัฐบาลคือ ไปได้หมด ไม่มีหลัก โดยเป็นอะไรก็ได้ ขอให้ผู้บริหารพรรคได้เป็น เนื่องจากเขาไม่ต้องการพรรคใหญ่โต อันนี้น่ากลัว ในที่สุดคนที่เป็นสมาชิกพรรคที่ทนไม่ได้ทยอยลาออก และในที่สุดนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ลาออกจากหัวหน้าพรรค บันดาลให้เกิดเหตุการณ์ ที่สุดคนที่ลาออกไปก่อนนี้กลับมา" นายชวน กล่าว
นายชวน กล่าวต่อว่า การฟื้นตัวของพรรคประชาธิปัตย์รอบนี้ มีความหวังที่จะได้ สส. ซึ่งเป็นความตั้งใจของนายอภิสิทธิ์ แต่สำหรับตนอยากให้พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าต่อ ไม่ใช่พรรคอะไหล่ พรรคสำรองหรือ พรรคประกอบ ที่ผู้บริหารพรรคชุดเก่าต้องการทำให้เป็น ตอนนี้ถือว่าผ่านไปแล้ว จากนี้พรรคจะได้สส.กี่คนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคอะไหล่ พรรรคสำรอง ไม่ใช่พรรคที่จะเป็นรัฐบาลกับเขาทุกยุคทุกสมัย ร่วมกับใครก็ได้
นายชวน กล่าวต่อว่า ตนค้านอย่าไปร่วมกับพรรคเพื่อไทย เพราะนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยเลือกปฏิบัติกับคนภาคใต้ เขาไม่มาพัฒนาภาคใต้ เลือกพัฒนาจังหวัดที่เลือกเขา สุดท้ายพรรคเพื่อไทยได้หมดทั้งประเทศภาคเหนือ อีสาน ยกเว้นภาคใต้ที่ไม่ได้แม้แต่คนเดียว ดังนั้นเราไม่สามารถทรยศกับชาวบ้าน เพราะรณรงค์ไม่ให้เลือก แต่พอเขาเป็นนายกฯ กลับยกมือให้ เท่ากับทรยศหักหลังประชาชน
“เที่ยวนี้ผมคิดว่าสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง ทำอย่างไรให้พรรคประชาธิปัตย์ได้สส.หลายคน ผมเชื่อว่าบัญชีรายชื่อ ดีขึ้นแน่ ครั้งก่อนได้ 3 คน เที่ยวนี้คงไม่ใช่ 4 คนแน่นอน คาดว่าจะเพิ่มกว่าเดิมอีกหลายเท่า ส่วนจะกี่เท่าขึ้นอยู่กับประชาชน ที่จะบอกกับญาติที่บ้าน ใครรับผิดชอบจังหวัดไหนขอให้ช่วยกัน” นายชวน กล่าว
จากนั้น นายชวน และน.ส.ศิริภา ได้ขึ้นรถแห่ไปตามถนนประชาสงเคราะห์ เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนในเขตดินแดง และเดินเท้าต่อ เพื่อขอคะแนนจากประชาชนที่พักอาศัยแฟลตดินแดง และในวันที่23 ม.ค. นายชวน ยังมีกำหนดไปหาเสียงต่อที่ภาคอีสานด้วย





