วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

กองทัพ ซัด กัมพูชา ไม่มืออาชีพ ใช้ปมชายแดน เป็นเครื่องมือการเมืองโจมตีไทย

กองทัพ ซัด กัมพูชา ไม่มืออาชีพ  ใช้ปมชายแดน เป็นเครื่องมือการเมืองโจมตีไทย

กองทัพ ซัด กัมพูชา ไม่มืออาชีพ แนะ การตรวจสอบ ยึดหลักฐาน ข้อเท็จจริง ความเป็นกลาง อย่าใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองโจมตีไทย

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2569 พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศในฐานะ 
ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา  เปิดเผยว่า ไทยยืนยันจุดยืนแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และใช้กลไกทวิภาคีเป็นหลัก พร้อมให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของประชาชน สิทธิมนุษยชน และการคุ้มครองมรดกวัฒนธรรม หลังเกิดกระแสข้อกล่าวหาจากฝ่ายกัมพูชาในหลายประเด็น

กรณีที่กัมพูชากล่าวหาว่าไทยทำลายปราสาทตาควายและก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใกล้โบราณสถานนั้น ไทยยืนยันไม่สนับสนุนการกระทำใด ๆ ที่กระทบต่อโบราณสถานหรือศาสนสถาน พร้อมขอให้มีการประสานงานตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกันก่อนการเผยแพร่ข้อมูลหรือกล่าวหา เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและลดความตึงเครียด

ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดอธิปไตย กรณีการอัญเชิญพระพุทธรูปบริเวณ ช่องอานม้า นั้นยืนยันว่า เราเคารพความเชื่อและวัฒนธรรมของทุกฝ่าย และเห็นว่าประเด็นอ่อนไหวควรอยู่ในกรอบการหารืออย่างเป็นทางการ มากกว่าการกล่าวหาในที่สาธารณะ โดยไทยพร้อมประสานงานตรวจสอบข้อเท็จจริงผ่านช่องทางที่เหมาะสม เพื่อรักษาบรรยากาศสันติและความไว้วางใจระหว่างกัน

ส่วนในประเด็นที่กัมพูชาร้องขอให้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เข้าติดตามสถานการณ์ โดยกล่าวหาว่าไทยทำลายบ้านเรือนและทรัพย์สินประชาชน ขอย้ำว่าเราให้ความสำคัญต่อสิทธิมนุษยชนและหลักมนุษยธรรมสากล และมุ่งลดผลกระทบต่อพลเรือนเป็นลำดับแรก อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบใด ๆ ควรตั้งอยู่บนหลักฐาน ข้อเท็จจริง ความเป็นกลาง และความเป็นมืออาชีพ ไม่ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

สำหรับสถานการณ์ผู้พลัดถิ่น ไทยแสดงความเห็นใจต่อผู้ได้รับผลกระทบ และพร้อมสนับสนุนความร่วมมือด้านมนุษยธรรมที่เหมาะสม พร้อมขอให้ทุกฝ่ายสื่อสารข้อมูลอย่างรับผิดชอบ ไม่สร้างกระแสที่อาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น

ขณะเดียวกัน กรณีที่กัมพูชาขอบคุณ UNESCO และกล่าวหาว่าทหารไทยโจมตีมรดกโลก ไทยยืนยันพร้อมสนับสนุนบทบาทของ UNESCO ในการอนุรักษ์มรดกโลก และเห็นว่าการพิจารณาความเสียหายควรอาศัยการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลาง ไม่ใช่ข้อสรุปฝ่ายเดียว ไทยพร้อมให้ความร่วมมือในกระบวนการที่น่าเชื่อถือ เพื่อไม่ให้มรดกวัฒนธรรมถูกนำมาใช้เป็นชนวนเพิ่มความขัดแย้ง

ทั้งนี้ ไทยย้ำขอให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลฝ่ายเดียวที่อาจเพิ่มความตึงเครียด และร่วมกันรักษาบรรยากาศแห่งสันติภาพ เพื่อส่งเสริมความไว้เนื้อเชื่อใจและเสถียรภาพในภูมิภาค