เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569 ที่สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชนด้านการปฏิรูปภาครัฐ นำโดย น.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ และนายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ ทีมบริหารด้านการปฏิรูปรัฐ พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. เช่น นายนิธิกร บุญยกุลเจริญ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 9 เข้าพบหารือกับสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี ลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมฯ และคณะกรรมการบริหาร ให้การต้อนรับ เพื่อแลกเปลี่ยนและให้ข้อเสนอต่อนโยบายเชิงรุกของพรรคประชาชนในการพลิกโฉมระบบก่อสร้างภาครัฐให้มีคุณภาพและความปลอดภัย ยกระดับสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติในอนาคต
น.ส.เพียงพนอ เปิดเผยภายหลังการหารือว่า อุตสาหรรมก่อสร้างถือว่าเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย โดยมีสัดส่วนถึงเกือบร้อยละ 10 ของจีดีพี และ มีการจ้างงานถึงราวปีละ 4 ล้านคน การยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างทั้งระบบ โดยเฉพาะการก่อสร้างภาครัฐ ถือเป็นวาระสำคัญของรัฐบาลประชาชน โดยพรรคประชาชนมีการเตรียมนโยบายที่เกี่ยวข้องในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบคัดเลือกผู้เข้าประมูลโดยพิจารณาเกณฑ์ด้านคุณภาพ อาทิ แผนงาน แนวทางที่จะทำให้การก่อสร้างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น รวมถึงสถิติด้านความปลอดภัยในอดีตมาประกอบการพิจารณา
“เราไม่ได้มองการแก้ปัญหาเป็นครั้งๆไป แต่ตั้งเป้าไปที่การยกระดับการก่อสร้างทั้งระบบในระยะยาวให้มีคุณภาพ และความปลอดภัยที่สูงขึ้น และส่งเสริมให้มีการแข่งขันด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ท้ายที่สุด เราไม่ได้มองแค่การยกระดับก่อสร้างในประเทศ แต่เสนอแนวทางที่จะส่งเสริมให้อุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยแข่งขันในระดับนานาชาติได้ดีขึ้น” น.ส.เพียงพนอ กล่าว
น.ส.เพียงพนอ กล่าวว่า นอกจากการพิจารณาจากคุณภาพและความปลอดภัยแล้ว แนวทางปฏิบัติที่รัฐบาลประชาชนจะดำเนินการได้ทันที คือ การสร้างระบบเปิดเผยข้อมูลภาครัฐโดยอัตโนมัติ (Automatic Open Data) ครอบคลุมข้อมูลทุกส่วนตั้งแต่ก่อนการแข่งขัน การเซ็นสัญญา รวมถึงการบริหารสัญญา ที่จะทำให้ทุกคนเห็นคืบหน้าทั้งส่วนที่เกี่ยวกับบทบาทของภาครัฐ และเอกชน รวมถึงการแก้ไขสัญญา การจ่ายเงินที่สอดคล้องกับความคืบหน้า รวมถึงระบบกล้อง CCTV และสถิติความปลอดภัย นอกจากนั้นจะมีการใช้ระบบ AI Red Flag เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการประมูล รวมถึงประวัติด้านการทำงานและความปลอดภัยในอดีต นำมาสู่การแจ้งเตือนความเสี่ยงที่ต้องติดตามเป็นพิเศษในอนาคต
พรรคประชาชนยังได้เสนอ การใช้เทคโนโลยีในกระบวนการอนุมัติอนุญาตเพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นช่องโหว่สำคัญของการทุจริตเชิงระบบ และความล่าช้าของการก่อสร้าง รวมถึงการพิจารณาใช้ระบบ Building Information Modeling ในการนำเสนอ พิจารณา และตรวจสอบ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส และป้องกันการทุจริต
น.ส.เพียงพนอ กล่าวด้วยว่า นอกจากรับฟังความเห็นของสมาคมต่อนโยบายและแนวทางของพรรคแล้ว ทีมรัฐบาลประชาชนจะนำข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากสมาคม ไปพัฒนาต่อยอดให้เป็นกลไกที่ปฏิบัติได้จริง เพื่อพร้อมลงมือทำอย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยให้มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงขึ้น รวมถึงการส่งเสริมให้แข่งขันในระดับนานาชาติได้ดียิ่งขึ้น





