เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของนายสหัสวัต คุ้มคง ผู้สมัคร สส.ชลบุรี และ น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ที่ออกมาเปิดโปงกรณีสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ใช้เงินกองทุนประกันสังคม ไปลงทุนในการก่อสร้างโรงอาหาร กระทรวงแรงงาน และลงทุนในตึก TU Dome หอพักใน ม.ธรรมศาสตร์ นั้น
ล่าสุด นายสหัสวัต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อธิบายข้อเท็จจริงภายหลัง เลขาธิการ สปส. ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าว ว่า จากกรณีที่มีทางพรรคประชาชน และกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้าออกมาเปิดเผยเรื่องการสร้างโรงอาหารของกระทรวงแรงงานนั้น ล่าสุด มีการออกมาตอบโต้จากสำนักงานประกันสังคมโดย คุณหัฏฐริภิม ณมงคลบุญวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบกล่าวมานั้น ผิดไปจากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างน้อยสองประการ
1.) พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2553 มาตรา 24 วรรคสอง บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า “คณะกรรมการอาจจัดสรรเงินกองทุนไม่เกินร้อยละสิบของเงินสมทบของแต่ละปีเพื่อจ่ายตามมาตรา 18 และเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงาน” ดังนั้น เมื่อกฎหมายบัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า เงินจากกองทุนต้องใช้สำหรับการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคมเท่านั้น แต่สถานที่ตั้งของโรงอาหารอยู่ในอาคารของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน จึงเป็นการใช้เงินผิดไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างชัดเจน เพราะโรงอาหารนี้ ไม่ได้ตั้งอยู่ในอาคาร สถานที่ หรือทรัพย์สินของสำนักงานประกันสังคม
การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ซึ่งประกาศให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2561 ที่บัญญัติว่า “หน่วยงานของรัฐจะก่อหนี้ผูกพันหรือจ่ายเงินได้ก็แต่โดยอาศัยอํานาจที่มีอยู่ ตามกฎหมาย (วรรคสอง) การก่อหนี้ผูกพันและการใช้จ่ายเงินของหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติหน้าที่หรือการดําเนินงาน ต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส คุ้มค่าและประหยัด โดยพิจารณาเป้าหมาย ประโยชน์ที่ได้รับ ผลสัมฤทธิ์ และ ประสิทธิภาพของหน่วยงานของรัฐ และต้องเป็นไปตามรายการและวงเงินงบประมาณรายจ่ายของหน่วยงาน ของรัฐนั้นด้วย”
การยกอ้างว่าได้ผ่านการตรวจสอบแล้วจาก สตง. นั้น ฟังไม่ขึ้นเพราะทุกส่วนราชการก็ต้องทำตามกฎหมายดังกล่าวทั้งสิ้น ไม่นับว่า สตง. เองก็ถูกสังคมตั้งคำถามมากอยู่แล้วจากเหตุตึกถล่ม ลำพังปัญหาตัวเองยังเอาไม่รอด การที่ สตง. ยอมปล่อยให้การสร้างโรงอาหารในอาคารของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานผ่านการตรวจสอบไปได้ โดยการยกเอาเรื่องเป็นสวัสดิการสำหรับประชาชนได้เข้ามารับประทานอาหารก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น เพราะไม่มีกฎหมายระดับพระราชบัญญัติฉบับอื่นใด อนุญาตให้กระทรวงแรงงานกระทำการดังกล่าว
หากสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานต้องการสร้างโรงอาหาร ก็ต้องขอและใช้เงินให้ถูกต้องตามประเภท คือ ต้องขอเงินงบประมาณแผ่นดิน ไม่ใช่ไปใช้เงินจากกองทุนประกันสังคม
"นี่คือการทำให้สปส.เป็นเหมือนกระเป๋าเงินของกระทรวงแรงงาน พอกระทรวงแรงงานอยากใช้จ่ายอะไร แล้วไม่มีงบประมาณ ของบประมาณแผ่นดินไม่ได้ ก็จะมาใช้เงินของ สปส. เพราะเบิกจ่ายง่าย ไม่ถูกตรวจสอบเข้มข้น จึงทำกันมาอย่างยาวนานจนเคยชิน" นายสหัสวัต ระบุ
นี่ยังไม่นับว่าที่ผ่านมา มีการเอาพนักงานประกันสังคม ที่ใช้งบประมาณการจ้างจากเงินกองทุนประกันสังคม ไปทำงานที่อื่นภายนอกสำนักงานประกันสังคม (เช่น กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน) อีกตั้งเท่าไหร่
ยืนยันว่าการใช้เงินแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นเงินงบประมาณหรือเงินนอกงบประมาณ อย่างผิดวัตถุประสงค์ที่กฎหมายบัญญัติไว้นี้เป็นเรื่องร้ายแรงมากในระดับที่ส่งผลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติโครงการ ทั้งคนที่ยังไม่เกษียณและข้าราชการผู้บริหารในอดีตที่เกษียณไปแล้วต้องมาเข้าคุกตอนแก่ด้วยก็ได้
2.) ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2559 ข้อ 17 ได้บัญญัติให้สำนักตรวจสอบมีอำนาจหน้าที่ (1) ดําเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบการปฏิบัติของนายจ้างให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วย การประกันสังคม กฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และ (2) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
จากบทบัญญัตินี้จะเห็นได้ว่าผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ ทำงานเกินหน้าที่ของตนเอง เพราะสำนักตรวจสอบไม่มีหน้าที่แก้ต่างแทนสำนักงานประกันสังคมเรื่องการใช้เงินของสำนักงานถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ แต่ก็เป็นไปได้ตามข้อ (2) ว่าอาจได้รับมอบหมายมา คำถามที่ต้องตั้งต่อไปคือกผู้บริหารที่มอบหมายผอ.กองมานั้น ตั้งใจลักไก่แหกตาประชาชนหรือไม่ ว่าให้ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบออกมาพูด เพื่อให้ประชาชนเข้าใจไขว้เขวไปว่า ให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจสอบมาแก้ต่างชี้แจงแล้วจะรอดไปได้ ทั้งที่จริงๆแล้วสำนักตรวจสอบมีหน้าที่ตรวจสอบนายจ้าง ไม่ใช่ตรวจสอบการใช้เงินของสำนักงานประกันสังคม
เพราะผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบการบริหารเงินและบัญชีของสำนักงานคือกลุ่มตรวจสอบภายใน ไม่ใช่สำนักตรวจสอบ ดังนั้น การจะออกมาชี้แจงอะไรกับสังคมควรใช้วิธีการที่ตรงไปตรงมาไม่โยกหลบไปมาให้คนไขว้เขว หรือมิเช่นนั้นขอเชิญชวนให้ทางสำนักงานประกันสังคมมาออกรายการใด เวทีใดร่วมกับตนหรือ น.ส.รักชนก หรือทีมประกันสังคมก้าวหน้าก็ได้ ชี้แจงกันให้จบในทีเดียว เพื่อที่จะไม่ต้องคอยปิงปองข่าวไปมาแบบนี้
ที่มา สหัสวัต คุ้มคง





